บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.72
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการ บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) (JAK) ปี 2567
บทความนี้สรุปผลประกอบการของบริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) (JAK) สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2567 โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่บริษัทฯ ได้เปิดเผยต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2568
**1. สรุปรายได้รวม:**
ในปี 2567 บริษัทฯ มีรายได้รวม 266.35 ล้านบาท ลดลง 5.61% เมื่อเทียบกับปี 2566 ที่มีรายได้รวม 282.18 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 16.97 ล้านบาท ลดลง 46.57% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจ กำลังซื้อที่ลดลง และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงสูง ทำให้ธนาคารเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ นอกจากนี้ การปิดโครงการการ์ติเนีย พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติ ก็มีผลต่อรายได้ที่ลดลงด้วย แม้ว่าบริษัทฯ จะเริ่มโอนกรรมสิทธิ์โครงการใหม่ ไพน์ คอนโด ในช่วงไตรมาส 4/2567 แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยรายได้ที่หายไปได้ทั้งหมด
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
ในปี 2567 สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมยังคงชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค โดยเฉพาะในตลาดอสังหาริมทรัพย์ อัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ทำให้การขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยเป็นไปได้ยากขึ้น นอกจากนี้ ราคาที่ดินและวัสดุก่อสร้างที่ผันผวน ก็เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายปี 2567 บริษัทฯ ได้เข้าซื้อที่ดินในจังหวัดชลบุรี เพื่อพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดรายได้ในปี 2568 โดยมีแผนเริ่มงานก่อสร้างในช่วงต้นปี และเริ่มรับรู้รายได้ในไตรมาส 3/2568
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **รายได้จากการขาย:** ลดลง 5.44% สาเหตุหลักมาจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจและการปิดโครงการการ์ติเนีย พัทยา
* **ต้นทุนขาย:** ลดลง 2.50% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการขาย:** ลดลง 11.75% เป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์และค่าส่งเสริมการขายที่ลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 12.04% เนื่องจากมีการบริหารงานโครงการที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 12.37% จากการกู้ยืมเงินเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ และอัตราดอกเบี้ยที่ยังคงสูง
* **กำไรสุทธิ:** ลดลง 46.57% จากรายได้ที่ลดลง ค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ร้อยละ 40.06 สืบเนื่องจากการปิดโครงการ การ์ติเนีย พัทยา ซึ่งเป็นโครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นค่อนข้างสูง
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้น 3.03% มาอยู่ที่ 804.24 ล้านบาท สินทรัพย์หลักคือสินค้าคงเหลือ (ที่ดิน, ห้องชุด, บ้านจัดสรร) และสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น (เงินลงทุนในบริษัทร่วม)
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 0.42% มาอยู่ที่ 348.42 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยลดลง
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** ไม่ได้ระบุไว้ในข้อมูลที่ให้มา แต่สามารถคำนวณได้จากข้อมูลสินทรัพย์และหนี้สิน (348.42 / 455.82 = 0.76) แสดงว่าบริษัทฯ มีหนี้สินน้อยกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น
โดยรวมแล้ว ฐานะทางการเงินของบริษัทฯ ยังคงแข็งแกร่ง แม้ว่าหนี้สินจะมากกว่าทุนเล็กน้อย แต่ก็ยังมีความสามารถในการชำระหนี้ได้
**5. การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด:**
ข้อมูลที่ให้มาไม่ได้ระบุถึงรายละเอียดการเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด
**6. ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน:**
* **ปัจจัยความเสี่ยง:** ความผันผวนของราคาวัสดุก่อสร้าง, ความไม่แน่นอนของตลาดอสังหาริมทรัพย์, การแข่งขันที่สูง
* **โอกาสในการลงทุน:** การขยายโครงการใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพ, การพัฒนาทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
แนวโน้มในอนาคตของการลงทุนในบริษัทฯ ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยง และการใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเติบโต
**7. สรุปสั้นท้ายสุด:**
ในปี 2567 บริษัทฯ เผชิญกับความท้าทายจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรสุทธิ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง และมีแผนที่จะพัฒนาโครงการใหม่เพื่อเพิ่มยอดรายได้ในอนาคต การบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างมีประสิทธิภาพ และการใช้ประโยชน์จากโอกาสในการเติบโต จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้บริษัทฯ สามารถรักษาความสามารถในการทำกำไรและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
**ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเลขสำคัญ:**
* **รายได้:** ลดลงจากปีก่อน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจและการปิดโครงการ
* **กำไรสุทธิ:** ลดลงตามรายได้ที่ลดลง และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากผลกระทบของการปิดโครงการการ์ติเนีย พัทยา
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** 0.76 แสดงว่าบริษัทฯ มีหนี้สินน้อยกว่าส่วนของผู้ถือหุ้น
บริษัทฯ มีการจัดการความเสี่ยงโดยการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่าย และแสวงหาโอกาสในการเติบโตโดยการพัฒนาโครงการใหม่ ซึ่งจะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 4/2567
รายได้รวม
132.41
ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83
ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
22.04
ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.51
-139.16%
|
126.43
-16.44%
|
151.30
-3,610.44%
|
-4.31
-103.87%
|
111.51
-442.58%
|
-32.55
-22.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.93
-127.51%
|
-3.38
-2,700.00%
|
0.13
-55.17%
|
0.29
-106.64%
|
-4.37
+36.99%
|
-3.19
+641.86%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
94.97
-186.60%
|
-109.67
-29.13%
|
-154.75
-1,306.16%
|
12.83
-106.60%
|
-194.43
-707.40%
|
32.01
-34.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
46.38
+247.16%
|
13.36
-502.41%
|
-3.32
-307.50%
|
1.60
-101.83%
|
-87.29
+2,233.96%
|
-3.74
-159.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|
7.13
+769.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
54.53
+460.43%
|
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|