JAK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
JAK
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.06
0.06 (5.36%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6522 out_tok=3364 at=2026-07-25T19:29:21 --> # JAK กำไรสุทธิ Q3/2564 พุ่ง 70% รับแรงหนุนรายได้งานก่อสร้าง ## รายได้งานก่อสร้างโตกระฉูด 230% ดันกำไร JAK พุ่งแรง ขณะรายได้อสังหาฯ เป็นศูนย์ บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 9.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.92 ล้านบาท หรือ 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 3.92 ล้านบาท หรือ 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวม 102.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 230.66% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ในขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นศูนย์ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JAK ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากสัญญาก่อสร้าง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 101.41 ล้านบาท หรือ 230.66% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 61.10 ล้านบาท หรือ 151.58% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (YoY) และ 70% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีกำไรสุทธิ 9.53 ล้านบาท จากรายได้รวม 102.80 ล้านบาท ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้จากสัญญาก่อสร้างนี้ เกิดขึ้นจากการที่บริษัทได้ **เพิ่มรายได้จากช่องทางอื่นในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง** เพื่อชดเชยผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ส่งผลกระทบต่อการขายอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะโครงการในจังหวัดชลบุรี ทำให้บริษัทไม่มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เลยในไตรมาสนี้ (ลดลง 100% YoY และ QoQ) ในขณะเดียวกัน ต้นทุนตามสัญญาก่อสร้างก็เพิ่มขึ้นตามรายได้ที่รับรู้ โดยอยู่ที่ 84.19 ล้านบาท คิดเป็น 83.02% ของรายได้จากสัญญาก่อสร้าง ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากงานก่อสร้างบางสัญญามีต้นทุนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (บริษัท เอ็ม.ที.เอสพัฒนาสินทรัพย์ จำกัด) ก็เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 3.15 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ยูนิตโอนของโครงการไอดิลล์ที (Idyll Thee) ที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี เพิ่มขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นกลยุทธ์ของบริษัทในการปรับตัวรับมือกับสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องของรายได้จากงานก่อสร้างนี้ขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหางานรับเหมาเพิ่มเติม รวมถึงความคืบหน้าของโครงการที่บริษัทร่วมลงทุน ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ Q3/2564 เติบโต 70% YoY และ QoQ** อยู่ที่ 9.53 ล้านบาท จาก 5.61 ล้านบาท (YoY) และ 1.60 ล้านบาท (QoQ) * **รายได้รวมพุ่ง 230.66% YoY** แตะ 102.80 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้งานก่อสร้าง * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นศูนย์** ในไตรมาส 3/2564 เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 * **รายได้จากสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 151.58% QoQ** เป็น 101.41 ล้านบาท จากการรับงานเหมาเพิ่ม * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น** จากยูนิตโอนที่เพิ่มขึ้นในโครงการไอดิลล์ที * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลง** จาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.74 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 หลังจากการระดมทุน IPO ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 102.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 71.71 ล้านบาท หรือ 230.66% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 58.56 ล้านบาท หรือ 132.96% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 (QoQ) การเติบโตนี้ขับเคลื่อนโดยรายได้จากสัญญาก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นถึง 101.41 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 100% เหลือ 0 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 รายได้จากการขายเครื่องดื่มและเบเกอรี่ลดลงเล็กน้อย ต้นทุนขายสำหรับงวดไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 0.45 ล้านบาท คิดเป็น 52.58% ของรายได้จากการขาย ส่วนต้นทุนตามสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 84.19 ล้านบาท คิดเป็น 83.02% ของรายได้จากสัญญาก่อสร้าง กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17.63 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า ค่าใช้จ่ายในการขายลดลงสอดคล้องกับรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 1.42 ล้านบาท เป็น 8.43 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายค่าที่ปรึกษาเพื่อช่วยในการบริหารงาน ต้นทุนทางการเงินลดลง 0.52 ล้านบาท YoY เป็น 1.70 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทนำเงินจากการระดมทุน IPO ไปลดหนี้สิน แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย QoQ เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในงานก่อสร้าง ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นเป็น 3.15 ล้านบาท จากการที่ยูนิตโอนของโครงการไอดิลล์ทีเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 9.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.92 ล้านบาท หรือ 70% YoY และเพิ่มขึ้น 7.93 ล้านบาท หรือ 470% QoQ คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 9.27% ของรายได้รวม ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** บริษัทสามารถปรับกลยุทธ์มาเน้นธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพื่อชดเชยรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัว ซึ่งมีโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่องหากสามารถบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหางานใหม่ๆ ได้ * **การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต:** แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะส่งผลกระทบต่อการขายอสังหาริมทรัพย์ แต่บริษัทมีที่ดินรอการพัฒนาและต้นทุนการพัฒนาโครงการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งบ่งชี้ถึงแผนการพัฒนาโครงการในอนาคตเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย * **การลงทุนในบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทร่วมลงทุน ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตในอนาคต ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงอาจส่งผลต่อการดำเนินงานของธุรกิจรับเหมาก่อสร้างได้ * **ความสามารถในการบริหารต้นทุนงานก่อสร้าง:** แม้ว่ารายได้จากงานก่อสร้างจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนงานก่อสร้างบางสัญญาก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ * **การพึ่งพารายได้จากงานก่อสร้าง:** การที่รายได้หลักในไตรมาสนี้มาจากงานก่อสร้าง ทำให้บริษัทมีความเสี่ยงหากไม่สามารถหางานรับเหมาใหม่ๆ หรือหากโครงการที่ดำเนินการอยู่ประสบปัญหา * **ความเสี่ยงด้านการเงิน:** แม้ D/E Ratio จะลดลง แต่บริษัทมีการใช้แหล่งเงินทุนจากการเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะยาวเป็นหลัก ซึ่งยังคงมีความเสี่ยงจากภาระดอกเบี้ยจ่าย ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการรับรู้รายได้จากงานก่อสร้างในไตรมาสถัดไป:** จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ และมีงานใหม่เข้ามาเสริมหรือไม่ * **การบริหารจัดการต้นทุนงานก่อสร้าง:** บริษัทจะมีมาตรการอย่างไรในการควบคุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้น เพื่อรักษาระดับอัตรากำไร * **ความคืบหน้าและผลประกอบการของโครงการที่บริษัทร่วมลงทุน:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะยังคงเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ * **แผนการเปิดตัวโครงการอสังหาริมทรัพย์ใหม่:** เมื่อใดที่บริษัทจะกลับมาเปิดตัวโครงการใหม่ และจะสามารถกระตุ้นยอดขายได้มากน้อยเพียงใด * **การบริหารจัดการกระแสเงินสด:** โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้เงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นสำหรับงานก่อสร้าง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer of Ownership):** ในไตรมาส 3/2564 บริษัทไม่มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เลย (0.86 ล้านบาท จากเดิม 30.24 ล้านบาท YoY) ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อกำลังซื้อและความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ของผู้บริโภค โดยเฉพาะโครงการในจังหวัดชลบุรีที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก **Presale & Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับยอดขายรอการโอน (Backlog) หรือยอดขายใหม่ (Presale) โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เป็นศูนย์ บ่งชี้ว่าไม่มีการรับรู้รายได้จากการโอนโครงการที่พัฒนาโดยบริษัทเองในไตรมาสนี้ **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ แต่มีการกล่าวถึงการลงทุนซื้อที่ดินเพิ่ม 14.15 ล้านบาท และต้นทุนการพัฒนาโครงการเฟิร์นและโครงการแคนน่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงการเตรียมการสำหรับโครงการในอนาคต **Occupancy/Rental Yield:** ไม่ปรากฏข้อมูลในเอกสาร **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนตามสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่รับรู้ โดยอยู่ที่ 84.19 ล้านบาท คิดเป็น 83.02% ของรายได้จากสัญญาก่อสร้าง ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากต้นทุนงานก่อสร้างบางสัญญามีการปรับเพิ่มขึ้น **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.74 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 ซึ่งเป็นผลดีต่อฐานะทางการเงินของบริษัท หลังจากการระดมทุน IPO **กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการใช้เงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเพื่อใช้ในงานก่อสร้าง ซึ่งอาจส่งผลต่อกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 735.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136.59 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าสำหรับงานก่อสร้าง 78.88 ล้านบาท และการลงทุนซื้อที่ดินเพิ่ม 14.15 ล้านบาท รวมถึงต้นทุนการพัฒนาโครงการเฟิร์นและโครงการแคนน่าที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 312.11 ล้านบาท โดยบริษัทใช้แหล่งเงินทุนหลักจากการเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุนพัฒนาโครงการ ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 113.52 ล้านบาท จากการขายหุ้น IPO 119.93 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 12.79 ล้านบาท และกำไรสุทธิสำหรับงวดเก้าเดือน 11.28 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.74 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3/2564 ซึ่งแสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น ## สรุปท้าย หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ JAK ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือการพลิกตัวของรายได้จากธุรกิจรับเหมาก่อสร้างที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ชดเชยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่หายไปทั้งหมดจากผลกระทบโควิด-19 แม้ว่าฐานะทางการเงินจะแข็งแกร่งขึ้นจากการระดมทุน IPO และ D/E Ratio ที่ลดลง แต่ความเสี่ยงยังคงอยู่ที่ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19 และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนงานก่อสร้าง รวมถึงการแสวงหางานใหม่ๆ เพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
132.41 ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83 ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88 %
กำไรสุทธิ
22.04 ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65 %
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118% YoY
D/E Ratio
0.50

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
132.41
+41.32%
93.70
-4.38%
97.99
+307.90%
24.02
+156.96%
9.35
-84.37%
59.81
-62.69%
กำไรขั้นต้น —
48.83
+39.42%
35.03
-4.25%
36.58
+311.96%
8.88
+147.22%
3.59
-64.57%
10.14
-83.99%
ค่าใช้จ่ายรวม —
17.04
+12.94%
15.09
-19.76%
18.81
+181.13%
6.69
+5.74%
6.33
-71.63%
22.30
-28.16%
กำไรสุทธิ —
22.04
+118.00%
10.11
+10.91%
9.12
+59.22%
5.73
-51.54%
11.82
+38.12%
8.55
-74.71%
กำไรต่อหุ้น —
0.07
+115.63%
0.03
+14.29%
0.03
+55.56%
0.02
-51.35%
0.04
+37.04%
0.03
-74.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
8.15
+126.39%
3.60
-49.65%
7.15
+1,072.13%
0.61
-81.00%
3.21
-29.76%
4.57
+29.10%
ROA(%) —
8.04
+71.43%
4.69
-30.21%
6.72
+433.33%
1.26
-56.10%
2.87
-32.94%
4.28
-1.38%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.50
-32.43%
0.74
-2.63%
0.76
-15.56%
0.90
+60.71%
0.56
-39.78%
0.93
+8.14%
P/E —
7.68
-73.01%
28.45
+75.18%
16.24
+229.41%
4.93
-88.26%
42.01
+752.13%
4.93
P/BV —
0.45
-55.45%
1.01
+5.21%
0.96
-12.73%
1.10
-13.39%
1.27
+98.44%
0.64
BV —
1.54
+9.22%
1.41
1.41
+6.02%
1.33
+0.76%
1.32
-20.96%
1.67
YIELD(%) —
3.62
+2.84%
3.52
-32.18%
5.19
5.19
+118.07%
2.38
-54.14%
5.19
ราคาหุ้น —
0.69
0.00
-100.00%
1.35
-7.53%
1.46
-13.10%
1.68
+58.49%
1.06
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
36.88
-1.34%
37.38
+0.13%
37.33
+1.00%
36.96
-3.80%
38.42
+126.67%
16.95
-57.08%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
12.87
-20.06%
16.10
-16.10%
19.19
-31.07%
27.84
-58.85%
67.66
+81.49%
37.28
+92.56%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
16.65
+54.31%
10.79
+16.02%
9.30
-60.99%
23.84
-81.14%
126.38
+783.78%
14.30
-32.23%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.67

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
536.51
-10.90%
602.17
+0.12%
601.45
+22.72%
490.08
+40.18%
349.61
+17.10%
298.55
+23.71%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
236.00
+0.11%
202.06
-3.24%
208.82
-35.31%
322.78
+3.07%
313.18
+4.17%
300.64
+1.62%
รวมสินทรัพย์ —
772.51
-7.81%
804.24
-0.74%
810.27
-0.32%
812.86
+22.64%
662.79
+10.61%
599.20
+11.54%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
166.23
-31.66%
243.23
+62.84%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
90.81
-18.87%
105.19
-47.54%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
257.04
-27.63%
348.42
-0.42%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
515.47
+6.77%
455.82
-0.99%
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.15
3.60
7.15
0.61
3.21
4.57
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.04
4.69
6.72
1.26
2.87
4.28
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
3.23
2.48
4.03
2.90
2.41
1.49
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.34
0.06
0.13
0.05
0.12
0.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
2.40
5.60
0.00
0.00
2.24
4.22
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
588.81
1,335.57
0.00
0.00
878.99
2,285.67
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
47.84
83.15
0.00
0.00
37.50
101.41
วงจรเงินสด —
543.37
1,258.02
0.00
0.00
843.72
2,188.49
D/E —
0.50
0.76
— — — —
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-49.51
-139.16%
126.43
-16.44%
151.30
-3,610.44%
-4.31
-103.87%
111.51
-442.58%
-32.55
-22.07%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
0.93
-127.51%
-3.38
-2,700.00%
0.13
-55.17%
0.29
-106.64%
-4.37
+36.99%
-3.19
+641.86%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
94.97
-186.60%
-109.67
-29.13%
-154.75
-1,306.16%
12.83
-106.60%
-194.43
-707.40%
32.01
-34.03%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
46.38
+247.16%
13.36
-502.41%
-3.32
-307.50%
1.60
-101.83%
-87.29
+2,233.96%
-3.74
-159.27%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
9.73
-33.99%
14.74
+97.59%
7.46
-53.64%
16.09
+374.63%
3.39
-52.45%
7.13
+769.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
54.53
+460.43%
9.73
-33.99%
14.74
+97.59%
7.46
-53.64%
16.09
+374.63%
3.39
-52.45%