บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.27
+0.03 (+2.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5712 out_tok=2754 at=2026-07-25T18:16:32 -->
# JAK รายได้พุ่ง 88% แต่กำไรสุทธิปี 64 หด 16% รับผลกระทบโควิด-19
## รายได้รวมโตแรงจากงานรับเหมาฯ ชดเชยอสังหาฯ ซบ ขณะกำไรสุทธิลดลงจากมาร์จิ้นงานก่อสร้างต่ำกว่า
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 171.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 88.86% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 16.58% มาอยู่ที่ 11.82 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่การเพิ่มขึ้นของรายได้จากสัญญาก่อสร้างมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ JAK ในปี 2564 คือ **การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ที่เน้นงานรับเหมาก่อสร้างมากขึ้น** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 88.86% หรือ 80.77 ล้านบาท มาอยู่ที่ 171.66 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่าของงานก่อสร้างเมื่อเทียบกับการขายอสังหาริมทรัพย์** เป็นปัจจัยกดดันให้กำไรสุทธิปี 2564 ลดลง 16.58% หรือ 2.35 ล้านบาท มาอยู่ที่ 11.82 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้เกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก โดยสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขายอสังหาริมทรัพย์ ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงถึง 71.44% หรือ 59.27 ล้านบาท โดยเฉพาะโครงการในจังหวัดชลบุรีที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก เพื่อชดเชยรายได้ที่หายไป บริษัทได้หันมาเพิ่มการรับรู้รายได้จาก **"รายได้จากสัญญาก่อสร้าง"** ซึ่งเป็นงานรับเหมาก่อสร้าง โดยมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 142.82 ล้านบาทในปี 2564
อย่างไรก็ตาม เอกสารระบุชัดเจนว่า **"อัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์"** ของงานก่อสร้าง ส่งผลให้แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่กำไรสุทธิและอัตรากำไรสุทธิกลับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์) ก็ลดลง 1.64 ล้านบาท เนื่องจากยูนิตโอนที่ลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าบริษัทจะสามารถเพิ่มรายได้จากงานก่อสร้างได้ในปี 2564 แต่การพึ่งพารายได้จากส่วนนี้ที่มีอัตรากำไรต่ำกว่าอาจเป็นความท้าทายในระยะยาว การที่บริษัทระบุว่า "บริษัทได้เพิ่มรายได้จากช่องทางอื่นในธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องกัน" แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวเพื่อรับมือกับสถานการณ์ แต่ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับแนวโน้มของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต หรือแผนการเพิ่มอัตรากำไรของงานก่อสร้าง นอกจากนี้ การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 88.86%** สู่ระดับ 171.66 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 16.58%** สู่ระดับ 11.82 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 15.58% ในปี 2563 เหลือ 6.88% ในปี 2564
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์หดตัว 71.44%** เหลือ 23.69 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
* **รายได้จากสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้น 142.82 ล้านบาท** เป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยรายได้อสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง
* **ต้นทุนขายจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง** สอดคล้องกับรายได้ แต่ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากการปรับลดราคาขาย
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 2.88 ล้านบาท** หลังบริษัทได้รับเงินจากการ IPO จำนวน 119.93 ล้านบาทในเดือน ม.ค. 2564 และนำไปลดหนี้สิน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.56 เท่า ณ สิ้นปี 2564 หลังการเพิ่มทุน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท JAK มีรายได้รวม 171.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 88.86% เมื่อเทียบกับปี 2563 ที่มีรายได้ 85.90 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นนี้เป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากสัญญาก่อสร้างจำนวน 142.82 ล้านบาท ซึ่งเข้ามาทดแทนรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงถึง 71.44% เหลือเพียง 23.69 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อโครงการในจังหวัดชลบุรี
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่กำไรสุทธิสำหรับปี 2564 กลับลดลง 16.58% มาอยู่ที่ 11.82 ล้านบาท จาก 14.17 ล้านบาทในปี 2563 อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 15.58% เหลือ 6.88% ซึ่งเป็นผลมาจากอัตรากำไรขั้นต้นของงานก่อสร้างที่ต่ำกว่าการขายอสังหาริมทรัพย์ นอกจากนี้ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมก็ลดลง 1.64 ล้านบาท เนื่องจากยูนิตโอนที่ลดลง
## โอกาส
* **การรับรู้รายได้จากสัญญาก่อสร้าง:** การมีรายได้จากงานรับเหมาก่อสร้างเข้ามาช่วยกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้ทดแทนในภาวะที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การได้รับเงินจากการ IPO ช่วยลดภาระดอกเบี้ยจ่ายลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การปรับโครงสร้างหนี้:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ที่ลดลงอย่างมาก สะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การพึ่งพารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นความเสี่ยงหลัก โดยเฉพาะเมื่อเผชิญกับปัจจัยภายนอก เช่น สถานการณ์โควิด-19 หรือภาวะเศรษฐกิจ
* **อัตรากำไรขั้นต้นของงานก่อสร้าง:** การที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากงานก่อสร้างที่มีอัตรากำไรต่ำกว่า อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรโดยรวมของบริษัทในระยะยาว
* **การพึ่งพารายได้จากบริษัทร่วม:** การลดลงของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม สะท้อนถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการที่ร่วมทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการในจังหวัดชลบุรี และความสามารถในการเปิดโครงการใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรของงานก่อสร้าง:** เพื่อเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **แผนการดำเนินงานของบริษัทร่วม:** และแนวโน้มการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรในอนาคต
* **การบริหารกระแสเงินสด:** โดยเฉพาะการใช้เงินทุนหมุนเวียนและการลงทุนในโครงการใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 71.44% มาอยู่ที่ 23.69 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อโครงการในจังหวัดชลบุรี
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการกล่าวถึงต้นทุนการพัฒนาโครงการเฟิร์นและโครงการแคนน่า รวมถึงการซื้อที่ดินในโครงการลดาวัลย์ มูลค่า 14.15 ล้านบาท ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแผนการพัฒนาโครงการในอนาคต แต่ไม่ได้ระบุถึงการเปิดโครงการใหม่ในช่วงปี 2564
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนขายจากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงสอดคล้องกับรายได้ แต่ต้นทุนขายต่อยอดขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากมีการปรับลดราคาขายเพื่อจูงใจลูกค้า
* **รายได้จากสัญญาก่อสร้าง:** เพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 142.82 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายได้หลักในปี 2564 โดยมีต้นทุนตามสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 115.71 ล้านบาท คิดเป็น 81.02% ของรายได้จากสัญญาก่อสร้าง
* **รายได้ค่าเช่า:** รายได้อื่นของบริษัทส่วนใหญ่เป็นรายได้ค่าเช่าอาคาร ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนน้อยมากของรายได้รวม (0.99% ในปี 2564)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 662.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63.59 ล้านบาท โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 37.78 ล้านบาท จากต้นทุนการพัฒนาโครงการเฟิร์นและแคนน่า รวมถึงการซื้อที่ดินโครงการลดาวัลย์ 14.15 ล้านบาท
หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 289.03 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 237.34 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 โดยบริษัทมีการใช้เงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาวเป็นหลักในการดำเนินธุรกิจ
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 115.28 ล้านบาท เป็น 425.45 ล้านบาท จากการขายหุ้น IPO 119.93 ล้านบาท หักลบด้วยการจ่ายเงินปันผล 12.79 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 11.82 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ลดลงจาก 0.93 เท่า เหลือ 0.56 เท่า ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีแห่งการปรับตัวของ JAK โดยบริษัทสามารถสร้างการเติบโตของรายได้รวมได้อย่างน่าประทับใจถึง 88.86% จากการขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้างเพื่อชดเชยรายได้อสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้นี้มาพร้อมกับความท้าทายด้านอัตรากำไรที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง 16.58% แม้ว่าฐานะทางการเงินจะแข็งแกร่งขึ้นจากการเพิ่มทุนและลดหนี้สิน แต่ทิศทางของกำไรในอนาคตยังคงต้องจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรของธุรกิจก่อสร้างเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
132.41
ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83
ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
22.04
ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.51
-139.16%
|
126.43
-16.44%
|
151.30
-3,610.44%
|
-4.31
-103.87%
|
111.51
-442.58%
|
-32.55
-22.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.93
-127.51%
|
-3.38
-2,700.00%
|
0.13
-55.17%
|
0.29
-106.64%
|
-4.37
+36.99%
|
-3.19
+641.86%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
94.97
-186.60%
|
-109.67
-29.13%
|
-154.75
-1,306.16%
|
12.83
-106.60%
|
-194.43
-707.40%
|
32.01
-34.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
46.38
+247.16%
|
13.36
-502.41%
|
-3.32
-307.50%
|
1.60
-101.83%
|
-87.29
+2,233.96%
|
-3.74
-159.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|
7.13
+769.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
54.53
+460.43%
|
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|