บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.27
+0.03 (+2.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5580 out_tok=2789 at=2026-07-25T19:20:40 -->
# JAK พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/65 สวนทางรายได้ลด เหตุส่วนแบ่งกำไรบจ.ร่วมพุ่ง
## รายได้จากการขายอสังหาฯ ชะลอตัว แต่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมช่วยหนุนผลประกอบการพลิกกลับมามีกำไร
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.71 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 0.14 ล้านบาทในปีก่อน แม้รายได้รวมจะลดลง 9.29% โดยปัจจัยสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการพลิกฟื้นมาจากส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ JAK ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.71 ล้านบาท จากที่ขาดทุน 0.14 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 คือ **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** ซึ่งสามารถชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติที่ลดลงได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง:** ในไตรมาส 1 ปี 2565 รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 12.91 ล้านบาท ลดลง 9.85% เมื่อเทียบกับ 14.32 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 สาเหตุหลักมาจากไตรมาสปีก่อนมีการรับรู้รายได้จากโครงการเฟิร์นในส่วนอาคารพาณิชย์ซึ่งมีราคาสูงกว่าบ้านแนวราบที่ขายได้มากในไตรมาสนี้
* **รายได้จากการขายเครื่องดื่มและเบเกอรี่ลดลง:** รายได้จากร้านคาเฟ่อเมซอนและพัฟแอนด์พายในโครงการเฟิร์นลดลงเหลือ 0.57 ล้านบาท จาก 0.84 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนขายคิดเป็น 64.23% ของรายได้จากการขาย เพิ่มขึ้นจาก 46.29% ในปีก่อน เนื่องจากมีการเปิดโครงการใหม่คือโครงการแคนน่า และมีโปรโมชั่นช่วงเปิดโครงการ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยสูงขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **ขาดทุนจากการดำเนินงาน:** เมื่อหักต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแล้ว บริษัทมีผลขาดทุนก่อนต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ 4.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 0.82 ล้านบาทในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม เอ็ม.ที.เอส.พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.10 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 เป็น 2.77 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ช่วยพลิกผลประกอบการให้กลับมามีกำไรสุทธิ โดยฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากยูนิตโอนที่เพิ่มขึ้นในโครงการไอดิลล์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมจะช่วยพลิกผลประกอบการได้ในไตรมาสนี้ แต่การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และการเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อผลการดำเนินงานปกติของบริษัท การจะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ความสามารถในการโอนโครงการของบริษัทร่วม และแนวโน้มการขายโครงการใหม่ของ JAK เอง รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจโดยรวม
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** JAK มีกำไรสุทธิ 1.71 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2565 จากที่ขาดทุน 0.14 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง:** รายได้รวมอยู่ที่ 13.96 ล้านบาท ลดลง 9.29% จาก 15.39 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ขายอสังหาฯ หดตัว:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 9.85% เนื่องจากรับรู้รายได้จากอาคารพาณิชย์ในปีก่อนซึ่งมีราคาสูงกว่าบ้านแนวราบที่ขายได้ในไตรมาสนี้
* **ต้นทุนขายสูงขึ้น:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเป็น 64.23% ของรายได้จากการขาย จาก 46.29% ในปีก่อน เนื่องจากการเปิดโครงการใหม่และโปรโมชั่น
* **ส่วนแบ่งกำไรบจ.ร่วมพุ่ง:** ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจาก 1.10 ล้านบาท เป็น 2.77 ล้านบาท หนุนผลประกอบการโดยรวม
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 13.96 ล้านบาท ลดลง 1.43 ล้านบาท หรือ 9.29% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 15.39 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 1.41 ล้านบาท เนื่องจากโครงสร้างการขายที่เปลี่ยนไปจากอาคารพาณิชย์ในปีก่อนเป็นบ้านแนวราบในปีนี้ ขณะที่รายได้จากการขายเครื่องดื่มและเบเกอรี่ลดลง 0.27 ล้านบาท จากสภาวะเศรษฐกิจ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นลดลง 3.32 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 1.67 ล้านบาท จาก 1.10 ล้านบาท เป็น 2.77 ล้านบาท ซึ่งช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงานปกติได้ ทำให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.71 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2565 จากที่ขาดทุนสุทธิ 0.14 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564
## โอกาส
* **การเติบโตจากบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม เอ็ม.ที.เอส.พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ซึ่งดำเนินโครงการไอดิลล์ ที่อำเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี บ่งชี้ถึงศักยภาพในการเติบโตของโครงการดังกล่าว
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทมีการบริหารจัดการด้านการเงินที่ดีขึ้น ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากโครงการ:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นรายได้หลัก และมีความผันผวนตามลักษณะโครงการที่ขายได้ในแต่ละช่วงเวลา
* **ต้นทุนการขายที่เพิ่มขึ้น:** การเปิดโครงการใหม่และการทำโปรโมชั่นส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะสั้น
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดีส่งผลกระทบต่อยอดขายเครื่องดื่มและเบเกอรี่ และอาจส่งผลต่อกำลังซื้ออสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
* **การบริหารจัดการโครงการใหม่:** การบริหารต้นทุนและอัตรากำไรของโครงการใหม่ เช่น โครงการแคนน่า จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดโอนของโครงการบริษัทร่วม:** ติดตามความคืบหน้าและยอดโอนของโครงการไอดิลล์ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อส่วนแบ่งกำไร
* **ผลการดำเนินงานของโครงการแคนน่า:** จับตาอัตรากำไรขั้นต้นและยอดขายของโครงการใหม่ที่เพิ่งเปิดตัว
* **การบริหารต้นทุนการขาย:** ประเมินว่าต้นทุนการขายจะสามารถบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในโครงการถัดไปได้หรือไม่
* **การปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจ:** พิจารณาว่าบริษัทจะมีกลยุทธ์ในการรับมือกับสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่แน่นอนอย่างไร
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** ติดตามแผนการเปิดโครงการใหม่ของบริษัทในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์และ Backlog:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 12.91 ล้านบาท ลดลงจาก 14.32 ล้านบาทในปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงประเภทของอสังหาริมทรัพย์ที่รับรู้รายได้ โดยปีก่อนเป็นอาคารพาณิชย์ที่มีราคาสูงกว่าบ้านแนวราบที่ขายได้ในปีนี้ เอกสารไม่ได้ระบุถึงมูลค่า Backlog ที่ชัดเจน แต่การที่รายได้จากการขายลดลงอาจบ่งชี้ถึงปริมาณการโอนที่ลดลง หรือการรับรู้รายได้จากโครงการที่ใกล้จะแล้วเสร็จ
**การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทได้เปิดโครงการใหม่คือโครงการแคนน่า ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นลดลงในช่วงเปิดโครงการ
**อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงในไตรมาสนี้ เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่และการทำโปรโมชั่น
**ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนที่สูงขึ้นของรายได้จากการขาย บ่งชี้ถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่อาจเกิดขึ้น
**D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.55 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงานโดยตรง แต่การที่สินทรัพย์รวมลดลงเล็กน้อย และหนี้สินรวมลดลง สะท้อนถึงการบริหารจัดการเงินทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 656.30 ล้านบาท ลดลง 6.49 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์ส่วนใหญ่ประกอบด้วยสินค้าคงเหลือ (ที่ดิน บ้านจัดสรร อาคารชุดที่พัฒนาเสร็จแต่ยังไม่ได้ขายหรือโอน) ที่ดินรอการพัฒนา เงินลงทุนในบริษัทร่วม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน การลดลงของสินทรัพย์รวมเกิดจากการบริหารจัดการด้านการเงินเพื่อลดต้นทุนทางการเงิน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 232.57 ล้านบาท ลดลงจาก 237.34 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2564 บริษัทใช้แหล่งเงินทุนหลักจากการเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุนพัฒนาโครงการ
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 1.71 ล้านบาท เป็น 423.73 ล้านบาท เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.55 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งลดลงเล็กน้อยจาก 0.56 เท่า ณ สิ้นปี 2564
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ของ JAK พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 1.71 ล้านบาทได้ จากการเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ซึ่งสามารถชดเชยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงและต้นทุนขายที่สูงขึ้นจากการเปิดโครงการใหม่ได้ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการต้นทุนโครงการใหม่ การเติบโตของโครงการบริษัทร่วม และการปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
132.41
ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83
ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
22.04
ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.51
-139.16%
|
126.43
-16.44%
|
151.30
-3,610.44%
|
-4.31
-103.87%
|
111.51
-442.58%
|
-32.55
-22.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.93
-127.51%
|
-3.38
-2,700.00%
|
0.13
-55.17%
|
0.29
-106.64%
|
-4.37
+36.99%
|
-3.19
+641.86%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
94.97
-186.60%
|
-109.67
-29.13%
|
-154.75
-1,306.16%
|
12.83
-106.60%
|
-194.43
-707.40%
|
32.01
-34.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
46.38
+247.16%
|
13.36
-502.41%
|
-3.32
-307.50%
|
1.60
-101.83%
|
-87.29
+2,233.96%
|
-3.74
-159.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|
7.13
+769.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
54.53
+460.43%
|
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|