บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.27
+0.03 (+2.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5950 out_tok=3050 at=2026-07-27T10:11:32 -->
# JAK กำไรสุทธิ Q2/64 ดิ่ง 63% สวนทางรายได้รวมพุ่ง เหตุรายได้อสังหาฯ หาย
## รายได้รวมโตแรง 89% จากงานก่อสร้าง แต่กำไรสุทธิวูบหนัก 63% YoY หลังรายได้ขายอสังหาริมทรัพย์ลดฮวบ เหตุพิษโควิด-19 กระทบโครงการในชลบุรี
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้รวม 43.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 89.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลงถึง 63.00% หรือ 2.73 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1.60 ล้านบาท เนื่องจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมากจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิของ JAK ในไตรมาส 2/2564 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งหดตัวถึง 89.25% YoY คิดเป็น 20.01 ล้านบาท แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตถึง 89.30% YoY ก็ตาม โดยปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิที่ลดลงจาก 4.33 ล้านบาทในปีก่อน เหลือเพียง 1.60 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมาก มาจาก **สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ที่ขยายวงกว้างขึ้น** โดยเฉพาะโครงการของบริษัทที่ตั้งอยู่ในจังหวัดชลบุรี ได้รับผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ได้ตามเป้าหมาย ในทางกลับกัน บริษัทได้พยายามเพิ่มรายได้จากช่องทางอื่น โดยเฉพาะ **รายได้จากสัญญาก่อสร้าง** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 40.31 ล้านบาทในไตรมาสนี้ ทำให้รายได้รวมเติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม รายได้จากงานก่อสร้างมักมีอัตรากำไรขั้นต้นที่ต่ำกว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ทำให้เมื่อสัดส่วนรายได้จากงานก่อสร้างเพิ่มขึ้น และรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ลดลง ส่งผลให้ภาพรวมอัตรากำไรของบริษัทลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เกิดจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก คือ การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจของผู้บริโภค รวมถึงข้อจำกัดในการดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากงานก่อสร้างเข้ามาทดแทนได้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว แม้ว่าอัตรากำไรอาจไม่สูงเท่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลัก แต่ก็ช่วยประคองรายได้รวมได้ หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และการเปิดโครงการใหม่เป็นไปตามแผน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มีโอกาสฟื้นตัวได้ แต่ความต่อเนื่องของรายได้จากงานก่อสร้างยังต้องพิจารณาจากปริมาณงานในมือ (Backlog) และการประมูลงานใหม่ๆ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่ง 89.30% YoY:** อยู่ที่ 43.71 ล้านบาท จาก 23.09 ล้านบาทในปีก่อน โดยได้แรงหนุนหลักจากรายได้จากสัญญาก่อสร้าง 40.31 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิลดลง 63.00% YoY:** อยู่ที่ 1.60 ล้านบาท จาก 4.33 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์หดตัว 89.25% YoY:** เหลือเพียง 2.41 ล้านบาท จาก 22.42 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 ต่อโครงการในชลบุรี
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง:** สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง แต่ต้นทุนขายต่อยอดขายกลับเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 47.20% เป็น 57.01%
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 33.47% YoY:** อยู่ที่ 1.63 ล้านบาท จาก 2.42 ล้านบาท หลังบริษัทนำเงินจากการ IPO ไปลดหนี้สิน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง:** อยู่ที่ 0.95 ล้านบาท จาก 3.62 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากยูนิตโอนที่ลดลง
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้น:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.65 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 หลังได้รับเงินจากการ IPO
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK มีรายได้รวมในไตรมาส 2/2564 เท่ากับ 43.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 20.62 ล้านบาท หรือ 89.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 28.54 ล้านบาท หรือ 188.13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การเติบโตนี้มาจากรายได้จากสัญญาก่อสร้างที่รับรู้เข้ามา 40.31 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มรายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องในช่วงสถานการณ์โควิด-19
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 1.60 ล้านบาท ลดลง 2.73 ล้านบาท หรือ 63.00% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งมีกำไรสุทธิ 4.33 ล้านบาท และเพิ่มขึ้นอย่างมาก 1.46 ล้านบาท หรือ 1,042.86% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) ซึ่งมีกำไรสุทธิเพียง 0.14 ล้านบาท การลดลงของกำไรสุทธิ YoY เป็นผลมาจากการลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรสูงกว่า
อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ในไตรมาส 2/2564 อยู่ที่ 11.25 ล้านบาท คิดเป็น 25.74% ของรายได้รวม ลดลงจาก 12.19 ล้านบาท หรือ 52.80% ของรายได้รวมในปีก่อน โดยอัตราต้นทุนขายต่อยอดขายในส่วนอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 47.20% เป็น 57.01%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** หากสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมีประสิทธิภาพ จะส่งผลดีต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในการซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **การขยายธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** การที่บริษัทสามารถสร้างรายได้จากงานก่อสร้างเข้ามาเสริมได้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง ซึ่งอาจเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงในอนาคต
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การนำเงิน IPO ไปลดหนี้สิน ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลง ซึ่งเป็นผลดีต่อกำไรสุทธิในระยะยาว
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** แม้โครงการเดิมจะได้รับผลกระทบ แต่การมีแผนพัฒนาโครงการใหม่ๆ จะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน การก่อสร้าง และกำลังซื้อของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งด้านราคา ทำเล และคุณภาพโครงการ
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น:** หากราคาวัสดุก่อสร้างปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการก่อสร้าง
* **ความล่าช้าในการโอนกรรมสิทธิ์:** ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นจากการขอสินเชื่อของผู้ซื้อ หรือความล่าช้าในการก่อสร้าง อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** โดยเฉพาะโครงการในจังหวัดชลบุรี และการเปิดตัวโครงการใหม่
* **ปริมาณงานในมือ (Backlog) และการได้งานใหม่ในธุรกิจรับเหมาก่อสร้าง:** เพื่อประเมินความต่อเนื่องของรายได้จากส่วนนี้
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการอสังหาริมทรัพย์และโครงการก่อสร้าง:** เพื่อประเมินความสามารถในการทำกำไรของแต่ละธุรกิจ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัสดุก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการใหม่:** และแผนการเปิดขายโครงการในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer/Sales):** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 89.25% YoY มาอยู่ที่ 2.41 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลกระทบของสถานการณ์โควิด-19 ต่อโครงการในจังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันรายได้และกำไรของบริษัทในไตรมาสนี้
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ของโครงการก่อสร้างโดยตรง แต่ระบุว่ารายได้จากสัญญาก่อสร้างเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจบ่งชี้ว่ามีงานในมือเพียงพอที่จะรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้ และอาจมีต่อเนื่อง
* **การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสนี้ แต่กล่าวถึงโครงการที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งบ่งชี้ว่าการเปิดตัวโครงการใหม่ในภาวะปัจจุบันอาจมีความท้าทาย
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนขายสำหรับสัญญาก่อสร้างอยู่ที่ 30.52 ล้านบาท คิดเป็น 75.70% ของรายได้จากสัญญาก่อสร้าง ซึ่งเป็นอัตราที่ค่อนข้างสูง แต่ก็สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากส่วนนี้
* **D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.93 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.65 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2564 สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้นหลังจากการเพิ่มทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 682.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 83.40 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการได้รับเงินจากการขายหุ้น IPO จำนวน 119.93 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้นำไปลดหนี้สินบางส่วนและเหลือไว้ในบัญชีธนาคาร
หนี้สินรวมอยู่ที่ 268.45 ล้านบาท ลดลงจาก 289.03 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.93 เท่า เป็น 0.65 เท่า ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 103.98 ล้านบาท เป็น 414.15 ล้านบาท จากการขายหุ้น IPO และการจ่ายเงินปันผล 12.79 ล้านบาท
เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยละเอียดในส่วนนี้
## สรุปท้าย
JAK เผชิญความท้าทายในไตรมาส 2/2564 จากผลกระทบโควิด-19 ที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างหนัก ส่งผลให้กำไรสุทธิหดตัวลง แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้ดีจากการรับรู้รายได้งานก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น สะท้อนจาก D/E Ratio ที่ลดลง การจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความต่อเนื่องของงานในธุรกิจก่อสร้าง จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
132.41
ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83
ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
22.04
ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.51
-139.16%
|
126.43
-16.44%
|
151.30
-3,610.44%
|
-4.31
-103.87%
|
111.51
-442.58%
|
-32.55
-22.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.93
-127.51%
|
-3.38
-2,700.00%
|
0.13
-55.17%
|
0.29
-106.64%
|
-4.37
+36.99%
|
-3.19
+641.86%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
94.97
-186.60%
|
-109.67
-29.13%
|
-154.75
-1,306.16%
|
12.83
-106.60%
|
-194.43
-707.40%
|
32.01
-34.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
46.38
+247.16%
|
13.36
-502.41%
|
-3.32
-307.50%
|
1.60
-101.83%
|
-87.29
+2,233.96%
|
-3.74
-159.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|
7.13
+769.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
54.53
+460.43%
|
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|