JAK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
JAK
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.06
0.06 (5.36%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6851 out_tok=3572 at=2026-07-25T17:09:57 --> # JAK Q4/2565: กำไรสุทธิหด 78% ซ้ำรอยปีก่อนไร้รายได้พิเศษ-ต้นทุนการเงินพุ่ง ## รายได้รวมวูบ 48% หลังไร้รายได้รับเหมาฯ ปีก่อน ขณะที่ต้นทุนพุ่งดันกำไรสุทธิหด 78% สวนทางธุรกิจอสังหาฯ ฟื้นตัว บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีรายได้รวม 89.07 ล้านบาท ลดลง 48.11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้างโครงการของหน่วยงานราชการ ซึ่งเคยเป็นรายได้สำคัญในปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 78% มาอยู่ที่ 2.60 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตขึ้นก็ตาม ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ JAK ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้างโครงการของหน่วยงานราชการ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในปี 2564** ประกอบกับการ **มีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 78% หรือ 9.22 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตขึ้น 219.49% ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น ในปี 2564 JAK มีรายได้พิเศษจากการเป็นผู้ชนะการประมูลงานรับเหมาก่อสร้างโครงการหนึ่งให้กับหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำและส่งผลให้มีกำไรสูง แต่ในปี 2565 รายการดังกล่าวได้สิ้นสุดลง ทำให้รายได้รวมลดลงอย่างมากถึง 48.11% นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการใหม่ ทำให้มีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น 32.78% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีการฟื้นตัว โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเฟอร์เรนและแคนน่า พัทยา รวมถึงโครงการอาคารชุดการ์เดเนีย พัทยา ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงในปี 2565 เป็นผลมาจากการ **ไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง** ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2564 ส่วนการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินนั้นเกิดจากการลงทุนในโครงการใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากการรับรู้รายได้จากโครงการเดิมและการเปิดขายโครงการใหม่ในปี 2566 และ 2567 อาจเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 78%** เหลือ 2.60 ล้านบาท จาก 11.82 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง และมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น * **รายได้รวมปี 2565 ลดลง 48.11%** เหลือ 89.07 ล้านบาท จาก 171.66 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงจากการไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 219.49%** เป็น 86.71 ล้านบาท จาก 27.14 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเดิม และโครงการใหม่ * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.78%** เป็น 8.83 ล้านบาท จาก 6.65 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้นเพื่อลงทุนโครงการใหม่ * **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 7.12%** เป็น 11.58 ล้านบาท จาก 10.81 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากการรับรู้รายได้สำหรับสาธารณูปโภคที่ดำเนินการแล้วเสร็จในโครงการไอดิลล์ * **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 61.89%** เป็น 384.23 ล้านบาท จาก 237.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2565 บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK มีรายได้รวม 89.07 ล้านบาท ลดลง 48.11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้รวม 171.66 ล้านบาท การลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้างโครงการของหน่วยงานราชการในปี 2565 ในขณะที่ปี 2564 มีรายได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 219.49% เป็น 86.71 ล้านบาท จาก 27.14 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเฟอร์เรนและแคนน่า พัทยา รวมถึงโครงการอาคารชุดการ์เดเนีย พัทยา ที่มีการรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม 2565 ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวม มีจำนวน 91.69 ล้านบาท ลดลง 44.33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวม 164.71 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้รวม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 304.04% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 112.42% ตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ผลประกอบการก่อนรายการทางการเงินและภาษีในปี 2565 ขาดทุน 2.62 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไร 6.95 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่มีรายได้พิเศษจากการก่อสร้าง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.78% เป็น 8.83 ล้านบาท จาก 6.65 ล้านบาทในปี 2564 เนื่องจากบริษัทฯ มีภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่ ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 7.12% เป็น 11.58 ล้านบาท จาก 10.81 ล้านบาทในปี 2564 แม้ว่าจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการไอดิลล์จะลดลง แต่มีการรับรู้รายได้สำหรับสาธารณูปโภคที่ดำเนินการแล้วเสร็จ ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 2.60 ล้านบาท ลดลง 78.00% จาก 11.82 ล้านบาทในปี 2564 ## โอกาส * **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความสามารถของบริษัทในการรับรู้รายได้จากโครงการที่มีอยู่ * **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดขายโครงการใหม่ 2 โครงการในปี 2566 และ 2567 ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต * **การรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมในจังหวัดชลบุรี:** โครงการคอนโดมิเนียมที่บริษัทฯ รับโอนกรรมสิทธิ์มา มีการรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนรายได้ในอนาคต * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การรับรู้รายได้สำหรับสาธารณูปโภคที่ดำเนินการแล้วเสร็จในโครงการไอดิลล์ สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ## ความเสี่ยง * **การพึ่งพารายได้พิเศษ:** ผลประกอบการในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความผันผวนจากการพึ่งพารายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยที่คาดการณ์ได้ยาก * **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต หากการรับรู้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย * **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไรของโครงการใหม่ * **การยุติการดำเนินกิจการร้านพัฟแอนด์พาย:** การยุติกิจการดังกล่าวสะท้อนถึงผลกำไรที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารจัดการธุรกิจที่หลากหลาย ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าในการเปิดขายโครงการใหม่:** ติดตามแผนการเปิดขายโครงการที่ดินบริเวณรังสิต-คลองสอง และรังสิต-คลองเปรมประชากรในปี 2566 และ 2567 * **ยอดขาย (Presale) และยอดโอน (Backlog) ของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** ประเมินความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคตจากยอดขายและ backlog ที่มีอยู่ * **อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ติดตามแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่กำลังพัฒนาและโครงการใหม่ * **ต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้สิน:** จับตาการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและระดับหนี้สินของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการลงทุนในโครงการใหม่ * **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท เอ็ม. ที. เอส. พัฒนาทรัพย์สิน จำกัด และส่วนแบ่งกำไรที่จะรับรู้ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **การโอนกรรมสิทธิ์และรายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 219.49% เป็น 86.71 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเฟอร์เรนและแคนน่า พัทยา รวมถึงโครงการอาคารชุดการ์เดเนีย พัทยา ที่มีการรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและสร้างยอดขาย **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดขายโครงการใหม่ 2 โครงการในปี 2566 และ 2567 ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายฐานรายได้และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด การเปิดขายโครงการใหม่เหล่านี้จะมีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว **รายได้อื่น:** รายได้อื่นซึ่งประกอบด้วยรายได้ค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้น 38.82% เป็น 2.36 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ค่าสาธารณูปโภคต่อเนื่องจากโครงการเฟอร์เรนและแคนน่า พัทยา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสร้างรายได้จากส่วนกลางของโครงการที่พัฒนาขึ้น **ต้นทุนก่อสร้างและค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 304.04% สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 112.42% ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าส่งเสริมการขาย และค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 35.96% ลดลงจาก 49.86% ในปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 36.54% จาก 23.91% ในปีก่อนหน้า ซึ่งอาจเกิดจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่มีมาร์จิ้นสูงในปีนี้ หรือการปรับปรุงการรับรู้ต้นทุน อย่างไรก็ตาม การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 812.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.64% จาก 662.79 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยสินทรัพย์หลักประกอบด้วยสินค้าคงเหลือ (ที่ดิน, ห้องชุด, บ้านจัดสรร) ที่ดินรอการพัฒนา เงินลงทุนในบริษัทร่วม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 61.89% เป็น 384.23 ล้านบาท จาก 237.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 118.89 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเบิกเกินบัญชีธนาคารและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินรวม 333.05 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของหนี้สินนี้สอดคล้องกับการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการใหม่ ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.75% เป็น 428.63 ล้านบาท จาก 425.45 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมจากการดำเนินงานในปีนี้ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.56 ในปี 2564 เป็น 0.90 ในปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนทุน เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยบ่งชี้ถึงการใช้เงินกู้ยืมเพื่อการลงทุนและการดำเนินงาน ## สรุปท้าย ผลประกอบการปี 2565 ของ JAK สะท้อนภาพการปรับตัวหลังสิ้นสุดรายการพิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง โดยมีรายได้รวมลดลงอย่างมาก แต่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่ และการปรับตัวลงของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเปิดขายโครงการใหม่ในปี 2566 และ 2567 จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต ขณะที่การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินจะเป็นประเด็นสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
132.41 ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83 ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88 %
กำไรสุทธิ
22.04 ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65 %
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118% YoY
D/E Ratio
0.50

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
132.41
+41.32%
93.70
-4.38%
97.99
+307.90%
24.02
+156.96%
9.35
-84.37%
59.81
-62.69%
กำไรขั้นต้น —
48.83
+39.42%
35.03
-4.25%
36.58
+311.96%
8.88
+147.22%
3.59
-64.57%
10.14
-83.99%
ค่าใช้จ่ายรวม —
17.04
+12.94%
15.09
-19.76%
18.81
+181.13%
6.69
+5.74%
6.33
-71.63%
22.30
-28.16%
กำไรสุทธิ —
22.04
+118.00%
10.11
+10.91%
9.12
+59.22%
5.73
-51.54%
11.82
+38.12%
8.55
-74.71%
กำไรต่อหุ้น —
0.07
+115.63%
0.03
+14.29%
0.03
+55.56%
0.02
-51.35%
0.04
+37.04%
0.03
-74.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ROE(%) —
8.15
+126.39%
3.60
-49.65%
7.15
+1,072.13%
0.61
-81.00%
3.21
-29.76%
4.57
+29.10%
ROA(%) —
8.04
+71.43%
4.69
-30.21%
6.72
+433.33%
1.26
-56.10%
2.87
-32.94%
4.28
-1.38%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.50
-32.43%
0.74
-2.63%
0.76
-15.56%
0.90
+60.71%
0.56
-39.78%
0.93
+8.14%
P/E —
7.68
-73.01%
28.45
+75.18%
16.24
+229.41%
4.93
-88.26%
42.01
+752.13%
4.93
P/BV —
0.45
-55.45%
1.01
+5.21%
0.96
-12.73%
1.10
-13.39%
1.27
+98.44%
0.64
BV —
1.54
+9.22%
1.41
1.41
+6.02%
1.33
+0.76%
1.32
-20.96%
1.67
YIELD(%) —
3.62
+2.84%
3.52
-32.18%
5.19
5.19
+118.07%
2.38
-54.14%
5.19
ราคาหุ้น —
0.69
0.00
-100.00%
1.35
-7.53%
1.46
-13.10%
1.68
+58.49%
1.06
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
36.88
-1.34%
37.38
+0.13%
37.33
+1.00%
36.96
-3.80%
38.42
+126.67%
16.95
-57.08%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
12.87
-20.06%
16.10
-16.10%
19.19
-31.07%
27.84
-58.85%
67.66
+81.49%
37.28
+92.56%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
16.65
+54.31%
10.79
+16.02%
9.30
-60.99%
23.84
-81.14%
126.38
+783.78%
14.30
-32.23%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.67

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
536.51
-10.90%
602.17
+0.12%
601.45
+22.72%
490.08
+40.18%
349.61
+17.10%
298.55
+23.71%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
236.00
+0.11%
202.06
-3.24%
208.82
-35.31%
322.78
+3.07%
313.18
+4.17%
300.64
+1.62%
รวมสินทรัพย์ —
772.51
-7.81%
804.24
-0.74%
810.27
-0.32%
812.86
+22.64%
662.79
+10.61%
599.20
+11.54%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
166.23
-31.66%
243.23
+62.84%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
90.81
-18.87%
105.19
-47.54%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมหนี้สิน —
257.04
-27.63%
348.42
-0.42%
0.00
0.00
0.00
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
515.47
+6.77%
455.82
-0.99%
0.00
0.00
0.00
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
8.15
3.60
7.15
0.61
3.21
4.57
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.04
4.69
6.72
1.26
2.87
4.28
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
3.23
2.48
4.03
2.90
2.41
1.49
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.34
0.06
0.13
0.05
0.12
0.02
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
2.40
5.60
0.00
0.00
2.24
4.22
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
588.81
1,335.57
0.00
0.00
878.99
2,285.67
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
47.84
83.15
0.00
0.00
37.50
101.41
วงจรเงินสด —
543.37
1,258.02
0.00
0.00
843.72
2,188.49
D/E —
0.50
0.76
— — — —
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-49.51
-139.16%
126.43
-16.44%
151.30
-3,610.44%
-4.31
-103.87%
111.51
-442.58%
-32.55
-22.07%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
0.93
-127.51%
-3.38
-2,700.00%
0.13
-55.17%
0.29
-106.64%
-4.37
+36.99%
-3.19
+641.86%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
94.97
-186.60%
-109.67
-29.13%
-154.75
-1,306.16%
12.83
-106.60%
-194.43
-707.40%
32.01
-34.03%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
46.38
+247.16%
13.36
-502.41%
-3.32
-307.50%
1.60
-101.83%
-87.29
+2,233.96%
-3.74
-159.27%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
9.73
-33.99%
14.74
+97.59%
7.46
-53.64%
16.09
+374.63%
3.39
-52.45%
7.13
+769.51%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
54.53
+460.43%
9.73
-33.99%
14.74
+97.59%
7.46
-53.64%
16.09
+374.63%
3.39
-52.45%