บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.27
+0.03 (+2.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6851 out_tok=3572 at=2026-07-25T17:09:57 -->
# JAK Q4/2565: กำไรสุทธิหด 78% ซ้ำรอยปีก่อนไร้รายได้พิเศษ-ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้รวมวูบ 48% หลังไร้รายได้รับเหมาฯ ปีก่อน ขณะที่ต้นทุนพุ่งดันกำไรสุทธิหด 78% สวนทางธุรกิจอสังหาฯ ฟื้นตัว
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการปี 2565 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 มีรายได้รวม 89.07 ล้านบาท ลดลง 48.11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้างโครงการของหน่วยงานราชการ ซึ่งเคยเป็นรายได้สำคัญในปี 2564 ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 78% มาอยู่ที่ 2.60 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ JAK ในปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้างโครงการของหน่วยงานราชการ ซึ่งเคยเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในปี 2564** ประกอบกับการ **มีต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** จากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการใหม่ ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 78% หรือ 9.22 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตขึ้น 219.49% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ในปี 2564 JAK มีรายได้พิเศษจากการเป็นผู้ชนะการประมูลงานรับเหมาก่อสร้างโครงการหนึ่งให้กับหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำและส่งผลให้มีกำไรสูง แต่ในปี 2565 รายการดังกล่าวได้สิ้นสุดลง ทำให้รายได้รวมลดลงอย่างมากถึง 48.11% นอกจากนี้ บริษัทฯ มีการกู้ยืมเงินเพื่อนำมาลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โครงการใหม่ ทำให้มีภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น 32.78% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ปัจจัยทั้งสองนี้ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะมีการฟื้นตัว โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเฟอร์เรนและแคนน่า พัทยา รวมถึงโครงการอาคารชุดการ์เดเนีย พัทยา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงในปี 2565 เป็นผลมาจากการ **ไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง** ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวในปี 2564 ส่วนการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินนั้นเกิดจากการลงทุนในโครงการใหม่ ซึ่งเป็นไปตามแผนการดำเนินธุรกิจปกติของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จากการรับรู้รายได้จากโครงการเดิมและการเปิดขายโครงการใหม่ในปี 2566 และ 2567 อาจเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 ลดลง 78%** เหลือ 2.60 ล้านบาท จาก 11.82 ล้านบาทในปีก่อนหน้า เนื่องจากไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง และมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
* **รายได้รวมปี 2565 ลดลง 48.11%** เหลือ 89.07 ล้านบาท จาก 171.66 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงจากการไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 219.49%** เป็น 86.71 ล้านบาท จาก 27.14 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเดิม และโครงการใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.78%** เป็น 8.83 ล้านบาท จาก 6.65 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากภาระดอกเบี้ยเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้นเพื่อลงทุนโครงการใหม่
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 7.12%** เป็น 11.58 ล้านบาท จาก 10.81 ล้านบาทในปีก่อนหน้า จากการรับรู้รายได้สำหรับสาธารณูปโภคที่ดำเนินการแล้วเสร็จในโครงการไอดิลล์
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 61.89%** เป็น 384.23 ล้านบาท จาก 237.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK มีรายได้รวม 89.07 ล้านบาท ลดลง 48.11% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีรายได้รวม 171.66 ล้านบาท การลดลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้างโครงการของหน่วยงานราชการในปี 2565 ในขณะที่ปี 2564 มีรายได้ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์มีการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 219.49% เป็น 86.71 ล้านบาท จาก 27.14 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเฟอร์เรนและแคนน่า พัทยา รวมถึงโครงการอาคารชุดการ์เดเนีย พัทยา ที่มีการรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม 2565
ในส่วนของค่าใช้จ่ายรวม มีจำนวน 91.69 ล้านบาท ลดลง 44.33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งมีค่าใช้จ่ายรวม 164.71 ล้านบาท การลดลงนี้เป็นไปในทิศทางเดียวกับรายได้รวม อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 304.04% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 112.42% ตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น
ผลประกอบการก่อนรายการทางการเงินและภาษีในปี 2565 ขาดทุน 2.62 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไร 6.95 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการไม่มีรายได้พิเศษจากการก่อสร้าง ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 32.78% เป็น 8.83 ล้านบาท จาก 6.65 ล้านบาทในปี 2564 เนื่องจากบริษัทฯ มีภาระดอกเบี้ยจากเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่
ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 7.12% เป็น 11.58 ล้านบาท จาก 10.81 ล้านบาทในปี 2564 แม้ว่าจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการไอดิลล์จะลดลง แต่มีการรับรู้รายได้สำหรับสาธารณูปโภคที่ดำเนินการแล้วเสร็จ
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 2.60 ล้านบาท ลดลง 78.00% จาก 11.82 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ถึงการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และความสามารถของบริษัทในการรับรู้รายได้จากโครงการที่มีอยู่
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดขายโครงการใหม่ 2 โครงการในปี 2566 และ 2567 ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต
* **การรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมในจังหวัดชลบุรี:** โครงการคอนโดมิเนียมที่บริษัทฯ รับโอนกรรมสิทธิ์มา มีการรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งจะเป็นส่วนสนับสนุนรายได้ในอนาคต
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การรับรู้รายได้สำหรับสาธารณูปโภคที่ดำเนินการแล้วเสร็จในโครงการไอดิลล์ สะท้อนถึงศักยภาพในการสร้างรายได้จากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้พิเศษ:** ผลประกอบการในปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความผันผวนจากการพึ่งพารายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นปัจจัยที่คาดการณ์ได้ยาก
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต หากการรับรู้รายได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อยอดขายและอัตรากำไรของโครงการใหม่
* **การยุติการดำเนินกิจการร้านพัฟแอนด์พาย:** การยุติกิจการดังกล่าวสะท้อนถึงผลกำไรที่ไม่สอดคล้องกับเป้าหมายของบริษัท ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในการบริหารจัดการธุรกิจที่หลากหลาย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าในการเปิดขายโครงการใหม่:** ติดตามแผนการเปิดขายโครงการที่ดินบริเวณรังสิต-คลองสอง และรังสิต-คลองเปรมประชากรในปี 2566 และ 2567
* **ยอดขาย (Presale) และยอดโอน (Backlog) ของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** ประเมินความสามารถในการสร้างรายได้ในอนาคตจากยอดขายและ backlog ที่มีอยู่
* **อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** ติดตามแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นของโครงการที่กำลังพัฒนาและโครงการใหม่
* **ต้นทุนทางการเงินและภาระหนี้สิน:** จับตาการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและระดับหนี้สินของบริษัทฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการลงทุนในโครงการใหม่
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ติดตามผลการดำเนินงานของบริษัท เอ็ม. ที. เอส. พัฒนาทรัพย์สิน จำกัด และส่วนแบ่งกำไรที่จะรับรู้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์และรายได้จากการขาย:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 219.49% เป็น 86.71 ล้านบาท ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีของการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการเฟอร์เรนและแคนน่า พัทยา รวมถึงโครงการอาคารชุดการ์เดเนีย พัทยา ที่มีการรับรู้รายได้ในเดือนธันวาคม 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการโครงการและสร้างยอดขาย
**การพัฒนาโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดขายโครงการใหม่ 2 โครงการในปี 2566 และ 2567 ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายฐานรายได้และเพิ่มส่วนแบ่งทางการตลาด การเปิดขายโครงการใหม่เหล่านี้จะมีความสำคัญต่อการเติบโตในระยะยาว
**รายได้อื่น:** รายได้อื่นซึ่งประกอบด้วยรายได้ค่าเช่าและค่าสาธารณูปโภค เพิ่มขึ้น 38.82% เป็น 2.36 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ค่าสาธารณูปโภคต่อเนื่องจากโครงการเฟอร์เรนและแคนน่า พัทยา ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการสร้างรายได้จากส่วนกลางของโครงการที่พัฒนาขึ้น
**ต้นทุนก่อสร้างและค่าใช้จ่าย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 304.04% สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 112.42% ซึ่งเป็นผลมาจากค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์ ค่าส่งเสริมการขาย และค่าการตลาดที่เพิ่มขึ้นตามยอดขายที่เติบโต
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 35.96% ลดลงจาก 49.86% ในปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 36.54% จาก 23.91% ในปีก่อนหน้า ซึ่งอาจเกิดจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่มีมาร์จิ้นสูงในปีนี้ หรือการปรับปรุงการรับรู้ต้นทุน อย่างไรก็ตาม การลดลงของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยตรงเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 812.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.64% จาก 662.79 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยสินทรัพย์หลักประกอบด้วยสินค้าคงเหลือ (ที่ดิน, ห้องชุด, บ้านจัดสรร) ที่ดินรอการพัฒนา เงินลงทุนในบริษัทร่วม และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 61.89% เป็น 384.23 ล้านบาท จาก 237.34 ล้านบาทในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 118.89 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเบิกเกินบัญชีธนาคารและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินรวม 333.05 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของหนี้สินนี้สอดคล้องกับการกู้ยืมเพื่อลงทุนในโครงการใหม่
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.75% เป็น 428.63 ล้านบาท จาก 425.45 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสมจากการดำเนินงานในปีนี้
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของเจ้าของ (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.56 ในปี 2564 เป็น 0.90 ในปี 2565 ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนทุน
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยบ่งชี้ถึงการใช้เงินกู้ยืมเพื่อการลงทุนและการดำเนินงาน
## สรุปท้าย
ผลประกอบการปี 2565 ของ JAK สะท้อนภาพการปรับตัวหลังสิ้นสุดรายการพิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง โดยมีรายได้รวมลดลงอย่างมาก แต่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์กลับเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งเป็นสัญญาณบวกต่อธุรกิจหลัก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการลงทุนในโครงการใหม่ และการปรับตัวลงของอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การเปิดขายโครงการใหม่ในปี 2566 และ 2567 จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตและสร้างผลกำไรที่ยั่งยืนในอนาคต ขณะที่การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินจะเป็นประเด็นสำคัญในการรักษาความสามารถในการทำกำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
132.41
ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83
ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
22.04
ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.51
-139.16%
|
126.43
-16.44%
|
151.30
-3,610.44%
|
-4.31
-103.87%
|
111.51
-442.58%
|
-32.55
-22.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.93
-127.51%
|
-3.38
-2,700.00%
|
0.13
-55.17%
|
0.29
-106.64%
|
-4.37
+36.99%
|
-3.19
+641.86%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
94.97
-186.60%
|
-109.67
-29.13%
|
-154.75
-1,306.16%
|
12.83
-106.60%
|
-194.43
-707.40%
|
32.01
-34.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
46.38
+247.16%
|
13.36
-502.41%
|
-3.32
-307.50%
|
1.60
-101.83%
|
-87.29
+2,233.96%
|
-3.74
-159.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|
7.13
+769.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
54.53
+460.43%
|
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|