บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.27
+0.03 (+2.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5491 out_tok=2479 at=2026-07-25T18:47:03 -->
# JAK Q2/2565 กำไรสุทธิวูบ 79% รายได้หด 37% เหตุยอดโอนอสังหาฯ ชะลอ
## รายได้จากการขายอสังหาฯ ลดฮวบ 1,000% สวนทางยอดโอนบ้านแฝด-ทาวน์เฮาส์ ขณะที่ต้นทุนขายและดอกเบี้ยจ่ายพุ่งกดดันผลประกอบการ
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 27.76 ล้านบาท ลดลง 37.08% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 0.34 ล้านบาท ลดลงถึง 79% โดยปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ JAK ในไตรมาส 2/2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมและกำไรสุทธิลดลงอย่างรุนแรง โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงถึง 1,001.24% หรือ 24.13 ล้านบาท จาก 2.41 ล้านบาทในปีก่อน เป็น 26.54 ล้านบาทในไตรมาสนี้ อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้ดูเหมือนจะขัดแย้งกับคำอธิบายที่ว่า "บริษัทขายบ้านโครงการเฟิร์น และโครงการแคนน่า แนวราบได้มากขึ้น" ซึ่งอาจต้องพิจารณาถึงโครงสร้างรายได้ที่ซับซ้อนขึ้น หรือการรับรู้รายได้ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา นอกจากนี้ **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนต่อรายได้** และ **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น** ก็เป็นปัจจัยกดดันเพิ่มเติม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงอย่างมากในไตรมาส 2/2565 เมื่อเทียบกับปีก่อน เป็นเพราะ **ในไตรมาส 2/2564 มีรายได้จากการขายโครงการเฟิร์นในส่วนอาคารพาณิชย์ 3 ยูนิต** ซึ่งเป็นรายได้ที่สูงกว่าเมื่อเทียบกับการขายบ้านโครงการเฟิร์น และโครงการแคนน่า แนวราบ (บ้านแฝด บ้านทาวน์เฮาส์ และอาคารพาณิชย์ 3 ยูนิต) ในไตรมาส 2/2565 แม้ว่าจำนวนยูนิตที่ขายได้จะมากขึ้น แต่ลักษณะของผลิตภัณฑ์ที่ขายอาจมีมูลค่าต่อยูนิตที่แตกต่างกัน หรือการรับรู้รายได้อาจเกิดขึ้นในไตรมาสอื่น สำหรับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนต่อรายได้ (จาก 74.24% เป็น 65.91% ของรายได้จากการขาย) นั้น ฝ่ายจัดการระบุว่า **ในปีนี้ไม่มีสัญญาก่อสร้างกับผู้รับเหมา** ซึ่งอาจหมายถึงการบริหารต้นทุนภายในที่ดีขึ้น แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อรายได้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณา ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 0.41 ล้านบาท เป็นผลมาจากการ **เปลี่ยนหลักประกัน**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าในไตรมาส 2/2565 มีการขายบ้านโครงการเฟิร์น และโครงการแคนน่า แนวราบได้มากขึ้น แต่การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เมื่อเทียบกับปีก่อน ชี้ให้เห็นถึงความผันผวนของรายได้จากการโอนโครงการ ซึ่งอาจขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น การเปิดตัวโครงการใหม่ การตอบรับของตลาด และความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้า นอกจากนี้ การที่ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการเปลี่ยนหลักประกัน อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องหากยังคงใช้โครงสร้างทางการเงินแบบเดิม ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นนั้น เป็นสัญญาณบวก แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากรายได้หลักที่ลดลงได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 79% YoY:** จาก 1.60 ล้านบาทใน Q2/2564 เหลือ 0.34 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้รวมลดลง 37.08% YoY:** จาก 44.12 ล้านบาทใน Q2/2564 เหลือ 27.76 ล้านบาทใน Q2/2565
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 1,001.24% YoY:** จาก 2.41 ล้านบาท เป็น 26.54 ล้านบาท (ตัวเลขนี้ดูเหมือนจะผิดพลาดในการตีความเอกสารต้นฉบับ เนื่องจากคำอธิบายระบุว่า "เพิ่มขึ้น 24.13 ล้านบาท หรือลดลงร้อยละ 1,001.24" ซึ่งขัดแย้งกันเอง แต่จากตัวเลขรายได้รวมที่ลดลง คาดว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ใน Q2/2565 ควรจะต่ำกว่า Q2/2564 อย่างมีนัยสำคัญ)
* **ต้นทุนขายลดลง แต่สัดส่วนต่อรายได้ยังสูง:** ต้นทุนขายลดลง 14.55 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** จาก 0.95 ล้านบาท เป็น 1.77 ล้านบาท หนุนผลประกอบการบางส่วน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น:** จาก 1.63 ล้านบาท เป็น 2.04 ล้านบาท จากการเปลี่ยนหลักประกัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 27.76 ล้านบาท ลดลง 16.36 ล้านบาท หรือ 37.08% เมื่อเทียบกับ 44.12 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 0.34 ล้านบาท ลดลง 1.26 ล้านบาท หรือ 78.75% เมื่อเทียบกับ 1.60 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การเติบโตจากบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม (MTS พัฒนาสินทรัพย์) เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงการดำเนินงานที่ดีของโครงการไอดิลล์ ที อําเภอพานทอง จังหวัดชลบุรี
* **การปรับกลยุทธ์การขาย:** การที่ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการขายบ้านโครงการเฟิร์น และโครงการแคนน่า แนวราบได้มากขึ้น อาจเป็นสัญญาณของการปรับกลยุทธ์การขายที่ตอบรับตลาดได้ดีขึ้นในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดังกล่าว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในแต่ละไตรมาส สะท้อนถึงความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของยอดโอนกรรมสิทธิ์
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเปลี่ยนแปลงหลักประกันที่ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการในระยะยาว
* **สภาวะเศรษฐกิจ:** ฝ่ายจัดการกล่าวถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและกำลังซื้อของผู้บริโภคในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดโอนกรรมสิทธิ์:** ติดตามการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป ว่าจะสามารถรักษาโมเมนตัมการขายแนวราบได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **การบริหารต้นทุน:** จับตาการบริหารต้นทุนขายและต้นทุนทางการเงิน เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ประเมินแนวโน้มการเติบโตของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ซึ่งเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการที่สำคัญ
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** หากมีแผนการเปิดโครงการใหม่ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมีการระบุว่าขายบ้านแนวราบได้มากขึ้น แต่ตัวเลขรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาส 2/2565 กลับลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งอาจเกิดจากการรับรู้รายได้ที่แตกต่างกัน หรือการขายยูนิตที่มีมูลค่าต่ำกว่าในปีก่อน ต้องพิจารณาถึง Backlog และแผนการโอนในอนาคต
* **ต้นทุนขาย:** ต้นทุนขายลดลง 14.55 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้จากการขายอยู่ที่ 65.91% ซึ่งยังคงเป็นสัดส่วนที่สูง
* **รายได้ค่าเช่า:** รายได้อื่นซึ่งส่วนใหญ่เป็นรายได้ค่าเช่า คิดเป็น 2.17% ของรายได้รวม ซึ่งยังไม่เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก
* **การบริหารโครงการ:** การที่ไม่มีสัญญาก่อสร้างกับผู้รับเหมาในปีนี้ อาจสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนภายในที่ดีขึ้น หรือการปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อสร้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 664.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.81 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 หนี้สินรวมอยู่ที่ 240.52 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 424.08 ล้านบาท อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.57 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 0.56 เท่า บริษัทมีการใช้แหล่งเงินทุนจากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะยาวเป็นหลัก เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและลงทุนพัฒนาโครงการ
## สรุปท้าย
ผลประกอบการของ JAK ในไตรมาส 2/2565 ได้รับแรงกดดันจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ แม้ว่าจะมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เติบโตขึ้นก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและการบริหารต้นทุนขายยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตา นักลงทุนควรติดตามแนวโน้มยอดโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสถัดไป รวมถึงแผนการบริหารจัดการต้นทุนและโอกาสในการสร้างรายได้จากโครงการใหม่ๆ เพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
132.41
ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83
ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
22.04
ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.51
-139.16%
|
126.43
-16.44%
|
151.30
-3,610.44%
|
-4.31
-103.87%
|
111.51
-442.58%
|
-32.55
-22.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.93
-127.51%
|
-3.38
-2,700.00%
|
0.13
-55.17%
|
0.29
-106.64%
|
-4.37
+36.99%
|
-3.19
+641.86%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
94.97
-186.60%
|
-109.67
-29.13%
|
-154.75
-1,306.16%
|
12.83
-106.60%
|
-194.43
-707.40%
|
32.01
-34.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
46.38
+247.16%
|
13.36
-502.41%
|
-3.32
-307.50%
|
1.60
-101.83%
|
-87.29
+2,233.96%
|
-3.74
-159.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|
7.13
+769.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
54.53
+460.43%
|
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|