บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน)
MAI ·
1.27
+0.03 (+2.42%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7658 out_tok=2767 at=2026-07-25T18:38:11 -->
# JAK Q3/2565: รายได้จากการขายพุ่ง 2,545% แต่กำไรสุทธิหดตัวแรง เหตุรายได้พิเศษปีก่อนสูงกว่า
## รายได้จากการขายอสังหาฯ ฟื้นตัวแรง หนุนรายได้รวมโต แต่กำไรสุทธิลดลง 99.9% จากฐานปีก่อนที่บันทึกรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง
บริษัท จักรไพศาล เอสเตท จำกัด (มหาชน) หรือ JAK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 23.33 ล้านบาท ลดลง 77.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 2,545.24% อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดลดลงถึง 99.90% มาอยู่ที่ 0.01 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากฐานรายได้ที่สูงผิดปกติในปีก่อนจากการรับเหมาก่อสร้างโครงการให้กับหน่วยงานราชการ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ JAK ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การเปรียบเทียบกับฐานรายได้พิเศษจำนวนมากในปีก่อนหน้า** แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะฟื้นตัวและเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ไม่สามารถชดเชยรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้างที่บริษัทเคยได้รับในปีก่อนได้ ส่งผลให้ภาพรวมรายได้รวมลดลงอย่างมาก และกำไรสุทธิหดตัวลงเกือบทั้งหมด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้พิเศษจากการเป็นผู้ชนะการประมูลงานรับเหมาก่อสร้างโครงการหนึ่งให้กับหน่วยงานราชการ ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ ทำให้ฐานรายได้รวมในปีก่อนสูงถึง 102.80 ล้านบาท ในขณะที่ไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ ไม่มีรายได้พิเศษดังกล่าว ทำให้รายได้รวมลดลงเหลือเพียง 23.33 ล้านบาท หรือลดลง 77.30% อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ พบว่ามีการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 22.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,545.24% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการ Fern และโครงการ Kanna Pattaya สะท้อนถึงการฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** ปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมลดลงอย่างมากในไตรมาสนี้ คือการไม่มีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้าง ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว (one-time) ที่เกิดขึ้นในปี 2564 ดังนั้น การเปรียบเทียบรายได้รวมกับปีก่อนหน้าอาจไม่สะท้อนภาพการดำเนินงานปกติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างเต็มที่ แนวโน้มในอนาคตจะขึ้นอยู่กับการรับรู้รายได้จากการขายโครงการอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะเปิดขายใหม่ และการดำเนินงานของบริษัทร่วม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์พุ่ง 2,545.24% YoY:** มาจากการรับรู้รายได้ต่อเนื่องจากโครงการ Fern และ Kanna Pattaya สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจ
* **กำไรสุทธิลดลง 99.90% YoY:** เหลือเพียง 0.01 ล้านบาท เนื่องจากฐานปีก่อนมีรายได้พิเศษจากการรับเหมาก่อสร้างโครงการรัฐ
* **ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้นตามรายได้:** ต้นทุนขายเพิ่ม 3,008.61% และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่ม 1,083.91% สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 77.09% YoY:** จากภาระดอกเบี้ยวงเงินกู้ระยะยาวที่เพิ่มขึ้น
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 21.52% YoY:** เนื่องจากจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ Idyl ที่น้อยลง
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 57.66%:** ส่วนใหญ่มาจากหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 23.33 ล้านบาท ลดลง 77.30% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 22.80 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,545.24% จากการรับรู้รายได้โครงการอสังหาริมทรัพย์ ขณะที่รายได้อื่นมีจำนวน 0.53 ล้านบาทเท่าเดิมกับปีก่อน
ด้านค่าใช้จ่ายรวมอยู่ที่ 23.44 ล้านบาท ลดลง 74.84% โดยต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 3,008.61% และค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 1,083.91% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายในการบริหารและค่าตอบแทนผู้บริหารลดลงเล็กน้อย 1.30%
ผลประกอบการก่อนรายการทางการเงิน ภาษี และส่วนแบ่งกำไรขาดทุนก่อนรายการทางการเงิน ภาษี และส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม อยู่ที่ 0.11 ล้านบาท ลดลง 101.10% เนื่องจากไม่มีรายได้พิเศษจากสัญญาก่อสร้างเหมือนปีก่อน
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 77.09% จากภาระดอกเบี้ยเงินกู้ระยะยาวที่สูงขึ้น ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมลดลง 21.52% จากจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ Idyl ที่น้อยลง
ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 0.01 ล้านบาท ลดลง 99.90% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 65.05 ล้านบาท ลดลง 59.93% โดยมีรายได้จากการขาย 63.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 226.43% แต่กำไรสุทธิขาดทุน 1.36 ล้านบาท เทียบกับปีก่อนที่มีกำไร 11.28 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเปิดขายโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีแผนเปิดขาย 3 โครงการใหม่ ได้แก่ ที่ดินบริเวณรังสิต-คลองสอง, ที่ดินบริเวณรังสิต-คลองเปรมประชากร และโครงการคอนโดมิเนียมในจังหวัดชลบุรี ภายในปี 2566 และ 2567 ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้สำคัญในอนาคต
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญสะท้อนถึงการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์
* **การรับรู้รายได้จากโครงการเดิม:** โครงการ Fern และ Kanna Pattaya ยังคงสร้างรายได้ให้กับบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้พิเศษ:** ผลประกอบการในอดีตเคยได้รับผลกระทบจากรายการพิเศษ ทำให้การเปรียบเทียบผลประกอบการรายไตรมาสอาจไม่สะท้อนภาพการดำเนินงานปกติ
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไร
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของสภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **การดำเนินงานของบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมมีความผันผวนตามจำนวนการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการเปิดขายโครงการใหม่:** ติดตามแผนการเปิดขาย 3 โครงการใหม่ และยอด Presale ที่จะเกิดขึ้น
* **การรับรู้รายได้จากโครงการ Fern และ Kanna Pattaya:** ประเมินยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่เหลืออยู่
* **แนวโน้มต้นทุนทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้สินของบริษัท
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม:** ติดตามการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการ Idyl และผลกำไรที่จะรับรู้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น 2,545.24% ในไตรมาส 3 ปี 2565 สะท้อนถึงการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นจากโครงการ Fern และ Kanna Pattaya อย่างมีนัยสำคัญ
* **Presale/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Presale หรือ Backlog โดยตรง แต่การมีแผนเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการ แสดงถึงการเตรียมการเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 37.76% ในไตรมาส 3 ปี 2565 และ 35.36% ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่ดีเมื่อเทียบกับอัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ 38.24% ในไตรมาส 3 ปี 2565
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงการรับรู้ต้นทุนที่สอดคล้องกับการขายอสังหาริมทรัพย์
* **การยุติกิจการร้านพัฟแอนด์พาย:** การยุติการดำเนินกิจการร้านพัฟแอนด์พายในช่วงต้นเดือนกันยายน 2565 เป็นการปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อมุ่งเน้นธุรกิจหลัก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 798.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.44% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินค้าคงเหลือเป็นสินทรัพย์หลัก
หนี้สินรวมอยู่ที่ 374.20 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 57.66% จากสิ้นปี 2564 ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย 133.19 ล้านบาท โดยมีเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินรวม 347.36 ล้านบาท
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 0.32% มาอยู่ที่ 424.09 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการขาดทุนสะสม
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.56 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 0.88 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 แสดงถึงการเพิ่มขึ้นของภาระหนี้สินเมื่อเทียบกับส่วนทุน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 ขาดทุน 4.05 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่มีกำไร 11.24 ล้านบาท
## สรุปท้าย
JAK ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากการเปรียบเทียบกับฐานรายได้พิเศษที่สูงมากในปีก่อน ส่งผลให้รายได้รวมและกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะแสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจนจากการเติบโตของรายได้จากการขายโครงการเดิม แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินและความผันผวนของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การเตรียมเปิดโครงการใหม่ 3 โครงการในอนาคตอันใกล้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ JAK ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
132.41
ล้านบาท
↑ 41.3% YoY
กำไรขั้นต้น
48.83
ล้านบาท
↑ 39.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
36.88
%
กำไรสุทธิ
22.04
ล้านบาท
↑ 118% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
16.65
%
D/E Ratio
0.50
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
132
↑ + 41.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
49
↑ + 39.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
22
↑ + 118%
YoY
D/E Ratio
0.50
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — JAK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.50
ROE (%)
8.15
ROA (%)
8.04
Book Value/หุ้น
1.66
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — JAK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-50
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — JAK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-49.51
-139.16%
|
126.43
-16.44%
|
151.30
-3,610.44%
|
-4.31
-103.87%
|
111.51
-442.58%
|
-32.55
-22.07%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.93
-127.51%
|
-3.38
-2,700.00%
|
0.13
-55.17%
|
0.29
-106.64%
|
-4.37
+36.99%
|
-3.19
+641.86%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
94.97
-186.60%
|
-109.67
-29.13%
|
-154.75
-1,306.16%
|
12.83
-106.60%
|
-194.43
-707.40%
|
32.01
-34.03%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
46.38
+247.16%
|
13.36
-502.41%
|
-3.32
-307.50%
|
1.60
-101.83%
|
-87.29
+2,233.96%
|
-3.74
-159.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|
7.13
+769.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
54.53
+460.43%
|
9.73
-33.99%
|
14.74
+97.59%
|
7.46
-53.64%
|
16.09
+374.63%
|
3.39
-52.45%
|