บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.25
0.75 (1.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=38737 out_tok=2776 at=2026-07-25T16:20:07 -->
# GULF กำไร Q4/64 พุ่ง 130% รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าใหม่-ส่วนแบ่ง INTUCH
## รายได้รวมโต 67.4% แตะ 1.7 หมื่นล้านบาท ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) เติบโตกว่า 120%
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 17,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิสำหรับงวด 3,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 130.1% YoY ขณะที่กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 2,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120.1% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้เต็มที่จากโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GULF ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การรับรู้รายได้เต็มที่จากโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 1 และ 2 ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม INTUCH เป็นครั้งแรก** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เติบโตถึง 65.0% YoY และกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) เพิ่มขึ้นถึง 120.1% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **โครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 1 และ 2:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 1 และ 2 ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 1,325 เมกะวัตต์ ตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม และ 1 ตุลาคม 2564 ตามลำดับ ทำให้บริษัทฯ สามารถรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าและค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) ได้เต็มที่ ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้นถึง 85.1% YoY นอกจากนี้ ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยต่อหน่วยยังปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางเดียวกับต้นทุนก๊าซธรรมชาติ
* **ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH:** การที่ GULF เพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นใน INTUCH จนมีสถานะเป็นบริษัทร่วม และเริ่มรับรู้ส่วนแบ่งกำไรตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2564 เป็นต้นมา เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนกำไรอย่างมีนัยสำคัญ โดยบริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH จำนวน 1,093 ล้านบาทในไตรมาสนี้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากโครงการโรงไฟฟ้า GSRC ที่หน่วยที่ 3 และ 4 มีกำหนดเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือนมีนาคมและตุลาคม 2565 ตามลำดับ ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต ส่วนการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH จะเป็นไปตามผลประกอบการของ INTUCH เอง ซึ่ง GULF ได้แต่งตั้งกรรมการเข้าไปบริหารงานแล้ว นอกจากนี้ ยังมีโครงการลงทุนใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดดำเนินการ ซึ่งจะสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/64 เติบโต 67.4% YoY แตะ 17,254 ล้านบาท** จากการรับรู้รายได้โครงการ GSRC หน่วยที่ 1-2 และราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **กำไรสุทธิ Q4/64 พุ่ง 130.1% YoY แตะ 3,864 ล้านบาท**
* **กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) Q4/64 โต 120.1% YoY แตะ 2,728 ล้านบาท** จากการรับรู้รายได้โรงไฟฟ้าใหม่และส่วนแบ่งกำไร INTUCH
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม Q4/64 เพิ่มขึ้น 97.8% YoY แตะ 1,936 ล้านบาท** โดยมี INTUCH เป็นปัจจัยหลัก
* **ต้นทุนจากการขาย Q4/64 เพิ่มขึ้น 84.2% YoY** เป็นผลจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นและการรับรู้ต้นทุนโครงการ GSRC
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 47.7% YoY เป็น 362,674 ล้านบาท โดยหลักจากการลงทุนใน INTUCH และการกู้ยืมเพื่อขยายธุรกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 ที่โดดเด่น โดยมีรายได้รวม 17,254 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67.4% YoY และ 25.2% QoQ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่เติบโต 85.1% YoY จากการรับรู้รายได้เต็มที่ของโครงการ GSRC หน่วยที่ 1 และ 2 และราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเติบโต 1.3% YoY จากผลของอัตราแลกเปลี่ยนและการดำเนินงานของ BKR2 ในช่วง High Season
กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 3,864 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.1% YoY และ 91.6% QoQ ส่วนกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) อยู่ที่ 2,728 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 120.1% YoY และ 18.9% QoQ ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 52,870 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.4% YoY และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 79.1% YoY แตะ 7,670 ล้านบาท โดยมี Core Profit เพิ่มขึ้น 96.8% YoY แตะ 8,812 ล้านบาท
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า:** โครงการ GSRC หน่วยที่ 3-4 และโครงการ Gulf PD จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปี 2565-2566 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในระยะยาว
* **การลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน:** การลงนามในสัญญาร่วมลงทุนโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง M6 และ M81 รวมถึงโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง ระยะที่ 3 และโครงการท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3 จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจดิจิทัล:** การร่วมมือกับ Singtel จัดตั้งธุรกิจ Data Center ในประเทศไทย จะเป็นการขยายการลงทุนสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
* **การลงทุนใน INTUCH:** การถือหุ้นใน INTUCH จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจโทรคมนาคมและดิจิทัลของกลุ่มบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโรงไฟฟ้า SPP ที่มีสัดส่วนการขายให้ลูกค้าอุตสาหกรรมสูงกว่า
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อแผนการเติบโต
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกฎระเบียบ:** สถานการณ์เศรษฐกิจโลกและนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงานและโครงสร้างพื้นฐานอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้บริษัทฯ จะมีการบริหารความเสี่ยง แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ GSRC หน่วยที่ 3-4 และ Gulf PD**
* **ผลการดำเนินงานของ INTUCH และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร**
* **ความคืบหน้าของโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ เช่น M6, M81, ท่าเรือแหลมฉบัง และ MTP3**
* **การเติบโตของธุรกิจ Data Center**
* **แนวโน้มราคาพลังงานและต้นทุนก๊าซธรรมชาติ**
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ:** รายได้เติบโตโดดเด่น 85.1% YoY ใน Q4/64 จากการเปิดดำเนินการของ GSRC หน่วยที่ 1-2 และราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ แม้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อหน่วยของ SPP จะเพิ่มขึ้น 57.3% YoY แต่การที่ GULF ขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เป็นหลัก (86%) ทำให้สามารถส่งผ่านต้นทุนได้ทั้งหมด ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจำกัด
**ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** รายได้เติบโต 1.3% YoY ใน Q4/64 โดยได้แรงหนุนจาก BKR2 ที่เข้าสู่ช่วง High Season และผลของอัตราแลกเปลี่ยนที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายไฟฟ้าของ GTN1 & GTN2 ในเวียดนามลดลงจากมาตรการ Lockdown และ GCG มีรายได้ลดลงเล็กน้อยจากการซ่อมบำรุง
**ต้นทุน:** ต้นทุนจากการขายเพิ่มขึ้น 84.2% YoY ใน Q4/64 สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยมีต้นทุนก๊าซธรรมชาติเพิ่มขึ้น 120.3% YoY และการรับรู้ต้นทุนของ GSRC หน่วยที่ 1-2 เข้ามาเต็มปี
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมของ GULF อยู่ที่ 362,674 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47.7% YoY โดยหลักจากการลงทุนใน INTUCH และการกู้ยืมระยะยาวเพื่อขยายธุรกิจ หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 47.1% YoY เป็น 255,165 ล้านบาท จากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้เพื่อรองรับการลงทุน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 49.2% YoY เป็น 107,509 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.37 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นตามข้อกำหนดหุ้นกู้ อยู่ที่ 1.77 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิอยู่ที่ 14,015 ล้านบาท ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสูงถึง 78,206 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนใน INTUCH และการก่อสร้างโครงการโรงไฟฟ้าต่างๆ กระแสเงินสดได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 68,128 ล้านบาท จากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้
## สรุปท้าย
GULF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยแรงหนุนหลักจากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้า GSRC เต็มที่ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH เป็นครั้งแรก ทำให้กำไรสุทธิและกำไรจากการดำเนินงานเติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ต้นทุนพลังงานจะปรับสูงขึ้น แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้ากับการไฟฟ้าฯ เป็นหลัก ช่วยลดผลกระทบต่ออัตรากำไรได้ โครงการลงทุนใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดดำเนินการและการขยายสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาวต่อไป ขณะที่ความเสี่ยงด้านต้นทุนพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GULF ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
-71.72
ล้านบาท
↓ 100.3% YoY
กำไรขั้นต้น
120.62
ล้านบาท
↓ 98% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-168.19
%
กำไรสุทธิ
2,287.58
ล้านบาท
↓ 41.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3,189.69
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-72
↓ -100.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
121
↓ -98%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,288
↓ -41.4%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GULF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
25.54
ROA (%)
14.22
Book Value/หุ้น
23.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GULF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GULF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
-100.00%
|
-2,963.92
-63.34%
|
-8,084.14
-31.53%
|
-11,806.95
+60.33%
|
-7,364.05
+373.49%
|
-1,555.26
+8,234.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
-7,275.20
-121.25%
|
34,242.78
-1.12%
|
34,630.94
+22.34%
|
28,306.22
+197.68%
|
9,509.00
-27.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
10,639.02
-124.92%
|
-42,694.38
+501.93%
|
-7,092.91
-58.80%
|
-17,217.27
+128.36%
|
-7,539.42
-27.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
452.44
-102.72%
|
-16,604.37
-205.77%
|
15,698.43
+323.48%
|
3,707.00
+823.13%
|
401.57
-85.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
36,055.17
-8.01%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+25.75%
|
12,645.80
-24.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
34,104.34
-11.90%
|
38,712.91
-1.23%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+10.51%
|