บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.25
0.75 (1.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=27568 out_tok=3164 at=2026-07-25T16:53:18 -->
# GULF กำไรสุทธิ Q1/66 โต 13.4% YoY รับแรงหนุนจากโรงไฟฟ้าใหม่-ราคาขายไฟฟ้าสูงขึ้น
## รายได้รวมโต 29.5% YoY แต่กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลง QoQ จากรายการพิเศษในปีก่อน
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 29,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 3 และ 4 ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับราคาขายไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (Core Profit) อยู่ที่ 3,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% YoY แต่ลดลง 28.8% QoQ เนื่องจากไตรมาสก่อนมีรายการกำไรพิเศษจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์จำนวนมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GULF ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การเติบโตของรายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะจากโครงการ GSRC หน่วยที่ 3 และ 4 ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับการที่ **ราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยปรับสูงขึ้น** ตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) เติบโต 12.6% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การรับรู้รายได้จากโครงการใหม่:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 3 และ 4 ในช่วงปลายปี 2565 ทำให้ GULF สามารถรับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าได้เต็มที่ในไตรมาส 1 ปี 2566 ซึ่งเป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อรายได้รวม
* **ราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้น:** ราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยปรับสูงขึ้นตามทิศทางเดียวกับต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะค่า Ft ที่เพิ่มขึ้นจาก 0.0139 บาท/kWh ใน Q1’65 เป็น 1.5492 บาท/kWh ใน Q1’66 ส่งผลให้รายได้จากการขายไฟฟ้าให้แก่ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก INTUCH, GGC, TTT และการร่วมค้าที่โอมาน รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการ BKR2 เป็นครั้งแรก ยังเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือ:
* **การทยอยเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้า:** โครงการ GPD หน่วยที่ 1 ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว และหน่วยผลิตไฟฟ้าที่ 2-4 จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ระหว่างปี 2566-2567 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรอย่างต่อเนื่อง
* **แนวโน้มราคาพลังงาน:** แม้ราคาพลังงานอาจมีความผันผวน แต่การที่ค่า Ft ปรับขึ้นเพื่อสะท้อนต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น จะช่วยรักษาอัตรากำไรจากการขายไฟฟ้าได้ในระดับหนึ่ง
* **การขยายการลงทุน:** การเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ เช่น โครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson ในสหรัฐอเมริกา และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Outer Dowsing ในสหราชอาณาจักร จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 29,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% YoY** แต่ลดลง 3.4% QoQ
* **EBITDA 8,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% YoY** แต่ลดลง 1.0% QoQ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 3,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% YoY** แต่ลดลง 28.8% QoQ
* **กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) 3,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% YoY** และเพิ่มขึ้น 2.1% QoQ
* **โครงการ GPD หน่วยที่ 1 เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์** เมื่อ 31 มี.ค. 66 และโครงการ DIPWP ในโอมานเปิดดำเนินการครบ 326 MW
* **เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson (สหรัฐฯ)** และโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง Outer Dowsing (สหราชอาณาจักร)
* **ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้าโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay (สปป.ลาว)** กำลังการผลิต 770 MW
* **ออกหุ้นกู้ 20,000 ล้านบาท** โดย 8,000 ล้านบาทเป็น Green Bond
## ภาพรวมผลประกอบการ
GULF รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1 ปี 2566 ที่ 29,083 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้ของโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 3 และ 4 ซึ่งเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ไปเมื่อปี 2565 ประกอบกับราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติและค่า Ft เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้รวมลดลง 3.4% เนื่องจากรายได้จากธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคลดลง
EBITDA อยู่ที่ 8,143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.1% YoY แต่ลดลง 1.0% QoQ กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ (Core Profit) อยู่ที่ 3,668 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.6% YoY และเพิ่มขึ้น 2.1% QoQ โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 3 และ 4 และการฟื้นตัวของโรงไฟฟ้า SPPs รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น
เมื่อพิจารณากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ (รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์) อยู่ที่ 3,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% YoY แต่ลดลง 28.8% QoQ ซึ่งการลดลง QoQ เป็นผลมาจากไตรมาส 4 ปี 2565 มีการบันทึกกำไรจากรายการพิเศษจำนวนมาก
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า:** โครงการ GPD หน่วยที่ 2-4 และโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง หน่วยที่ 1-2 จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในช่วงปี 2566-2568 ซึ่งจะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในอนาคต
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การขยายการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค เช่น โครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3, โครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ 3 และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M6 & M81) รวมถึงการลงทุนในธุรกิจดิจิทัล เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ในระยะยาว
* **การลงทุนในต่างประเทศ:** การเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าในสหรัฐอเมริกา (Jackson) และสหราชอาณาจักร (Outer Dowsing) รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ Pak Lay ใน สปป.ลาว จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้ GULF จะมีกลไกการปรับราคาขายไฟฟ้าตามต้นทุนเชื้อเพลิง แต่ความผันผวนของราคาก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **กฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน หรือกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและการดำเนินงาน
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อประมาณการรายได้และกำไร
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การลงทุนในต่างประเทศทำให้บริษัทมีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลกำไรที่รับรู้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและกำหนดการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า GPD หน่วยที่ 2-4 และโครงการโรงไฟฟ้าหินกอง
* ความคืบหน้าของโครงการลงทุนในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคใหม่ๆ
* แนวโน้มราคาพลังงาน (ก๊าซธรรมชาติ) และค่า Ft
* ผลการดำเนินงานของโครงการที่ลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะโครงการ Jackson และ Outer Dowsing
* ความคืบหน้าในการขอใบอนุญาตและพัฒนาธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ:** เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้สูงสุด โดยใน Q1’66 มีรายได้ 24,272 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.9% YoY จากการรับรู้รายได้ของ GSRC หน่วยที่ 3 และ 4 และราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซและค่า Ft แม้ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. จากโครงการ GMP จะลดลงเล็กน้อย แต่ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. จากโครงการ IPD (GSRC, GPD) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** รายได้ลดลงอย่างมากถึง 76.4% YoY เหลือ 545 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ ได้จำหน่ายเงินลงทุน 50.01% ใน BKR2 Holding ทำให้เปลี่ยนจากการรับรู้รายได้เต็มที่มาเป็นการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าแทน อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้าในประเทศ เช่น โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ GULF1 และโรงไฟฟ้าชีวมวล GCG ปรับเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค:** รายได้อยู่ที่ 674 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 105.7% YoY แต่ลดลง 60.4% QoQ จากความคืบหน้าของงานถมทะเลโครงการ MTP3
**ธุรกิจดาวเทียม:** รับรู้รายได้จาก THCOM เป็นไตรมาสแรก จำนวน 735 ล้านบาท หลังเข้าถือหุ้นทางอ้อม
**ต้นทุนจากการขาย:** เพิ่มขึ้น 29.9% YoY สอดคล้องกับรายได้ โดยหลักมาจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น และการเปิดดำเนินการของ GSRC หน่วยที่ 3 และ 4 อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าดำเนินงานและบำรุงรักษา รวมถึงค่าเสื่อมราคาปรับลดลงจากการเปลี่ยนสถานะของ BKR2 เป็นการร่วมค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของ GULF อยู่ที่ 450,619 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.8% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักมาจากการลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า (Jackson) และลูกหนี้สัญญาเช่าจากโครงการ GPD หน่วยที่ 1 หนี้สินรวมอยู่ที่ 311,180 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.2% จากการออกหุ้นกู้ 20,000 ล้านบาท และการเบิกเงินกู้เพิ่มเติมสำหรับโรงไฟฟ้า GSRC และ GPD ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 139,439 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ตามข้อกำหนดสิทธิ) อยู่ที่ 1.62 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
งบกระแสเงินสดแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมดำเนินงานมีเงินสดสุทธิ 5,397 ล้านบาท กิจกรรมลงทุนใช้เงินสดสุทธิ 21,036 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลงทุนในโครงการ Jackson และการให้เงินกู้ยืมแก่โครงการ Outer Dowsing ส่วนกิจกรรมจัดหาเงินได้เงินสดสุทธิ 22,815 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้และการเบิกเงินกู้ยืม
## สรุปท้าย
GULF ในไตรมาส 1 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าและการปรับตัวของราคาขายไฟฟ้า แม้กำไรสุทธิจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเนื่องจากรายการพิเศษ แต่ Core Profit ยังคงเติบโตได้ดี การลงทุนในโครงการใหม่ๆ ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงการขยายสู่ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและดิจิทัล สะท้อนถึงกลยุทธ์การเติบโตที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านราคาเชื้อเพลิง ความคืบหน้าของโครงการ และปัจจัยด้านอัตราแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GULF ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
-71.72
ล้านบาท
↓ 100.3% YoY
กำไรขั้นต้น
120.62
ล้านบาท
↓ 98% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-168.19
%
กำไรสุทธิ
2,287.58
ล้านบาท
↓ 41.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3,189.69
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-72
↓ -100.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
121
↓ -98%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,288
↓ -41.4%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GULF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
25.54
ROA (%)
14.22
Book Value/หุ้น
23.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GULF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GULF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
-100.00%
|
-2,963.92
-63.34%
|
-8,084.14
-31.53%
|
-11,806.95
+60.33%
|
-7,364.05
+373.49%
|
-1,555.26
+8,234.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
-7,275.20
-121.25%
|
34,242.78
-1.12%
|
34,630.94
+22.34%
|
28,306.22
+197.68%
|
9,509.00
-27.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
10,639.02
-124.92%
|
-42,694.38
+501.93%
|
-7,092.91
-58.80%
|
-17,217.27
+128.36%
|
-7,539.42
-27.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
452.44
-102.72%
|
-16,604.37
-205.77%
|
15,698.43
+323.48%
|
3,707.00
+823.13%
|
401.57
-85.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
36,055.17
-8.01%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+25.75%
|
12,645.80
-24.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
34,104.34
-11.90%
|
38,712.91
-1.23%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+10.51%
|