บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
64.00
+1.25 (+1.99%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทวิเคราะห์ผลประกอบการของ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) - GULF ในไตรมาส 3 ปี 2567
**บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)** หรือ **GULF** บริษัทในกลุ่มทรัพยากร ได้ประกาศผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2567 โดยมีรายได้รวมอยู่ที่ 31,259 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.0% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว (YoY) และลดลง 4.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ). กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาสนี้ อยู่ที่ 6,030 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79.4% YoY และ 27.2% QoQ. การเติบโตของผลประกอบการในไตรมาสนี้ เป็นผลมาจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า 650 หน่วยที่ 2-3 ซึ่งเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 ตุลาคม 2566 และ 31 มีนาคม 2567 ตามลำดับ.
**สถานการณ์เศรษฐกิจ** ในไตรมาส 3 ปี 2567 มีผลกระทบต่อการดำเนินงานของ GULF ในด้านความต้องการใช้ไฟฟ้าในประเทศที่ลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าซึ่งมีอากาศร้อนจัด รวมไปถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้รายได้ค่าความพร้อมจ่าย (Availability Payment) ปรับลดลง. นอกจากนี้ ราคาเชื้อเพลิงโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของบริษัท.
**การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร**
* **ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ**: รายได้อยู่ที่ 27,865 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.2% YoY แต่ลดลง 4.3% QoQ. ปัจจัยหลักคือการรับรู้ผลการดำเนินงานเต็มไตรมาสของโรงไฟฟ้า 650 หน่วยที่ 2-3. ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยปรับตัวลดลงทั้งในส่วนที่ขายให้ กฟผ. และลูกค้าอุตสาหกรรม โดยเฉพาะโรงไฟฟ้า 6580 ซึ่งมีราคาขายไฟฟ้าลดลง 16.5% YoY.
* **ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน**: รายได้อยู่ที่ 914 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46.0% YoY และ 39.6% QoQ เป็นผลจากการเติบโตของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้ GULF. ราคาขายไฟฟ้าเฉลี่ยของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมภายใต้ GULF ลดลง -56.4% YoY.
* **ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค**: รายได้อยู่ที่ 838 ล้านบาท ลดลง 27.8% QoQ และลดลง 18.6% YoY เป็นผลจากการบันทึกรายได้ตามสัดส่วนความคืบหน้าของงานก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3 ในส่วนของงานถมทะเล.
* **ธุรกิจดาวเทียม**: รายได้อยู่ที่ 614 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากรายได้จากการให้บริการดาวเทียมที่ลดลงจากลูกค้าในประเทศ.
* **รายได้อื่นๆ**: รายได้อยู่ที่ 808 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.0% YoY โดยหลักเพิ่มขึ้นจากรายได้ดอกเบี้ย.
อัตรากำไรขั้นต้นของ GULF ปรับตัวลดลงเล็กน้อยในไตรมาส 3 ปี 2567 เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มสูงขึ้น แต่ยังคงมีอัตรากำไรสุทธิที่สูงในระดับ 19.4%.
**โครงสร้างต้นทุนและค่าใช้จ่าย**
* **ต้นทุนจากการขายและให้บริการ**: เพิ่มขึ้น 14.7% YoY เนื่องจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า 650 หน่วยที่ 2. ต้นทุนค่าเชื้อเพลิงเป็นปัจจัยหลักที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการผลิตไฟฟ้า.
* **ต้นทุนค่าก่อสร้างตามสัญญาสัมปทาน**: ลดลง 27.8% YoY ตามความคืบหน้าของงานก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3.
* **ต้นทุนค่าบริหารจัดการ**: ลดลง 16.5% YoY จากต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรที่ลดลง.
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร**: เพิ่มขึ้น 13.5% YoY จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบุคลากร และค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการสร้างดาวเทียมของ THCOM.
* **ต้นทุนทางการเงิน**: เพิ่มขึ้น 5.2% YoY จากดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม.
* **กำไร (ขาดทุน) จากอัตราแลกเปลี่ยน**: มีกำไรสุทธิ 1,333 ล้านบาท เป็นผลจากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ.
**สินทรัพย์และหนี้สิน** สินทรัพย์รวมของ GULF ณ วันที่ 30 กันยายน 2567 อยู่ที่ 486,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.9% จากสิ้นปี 2566 โดยหลักมาจากลูกหนี้จากสัญญาเช่าภายใต้สัญญาซื้อขายไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้า 650 หน่วยที่ 3 รวมถึงที่ดิน อาคารและอุปกรณ์สุทธิ. หนี้สินรวมอยู่ที่ 338,421 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% จากสิ้นปี 2566 ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ของบริษัทในเดือนเมษายน และกันยายน 2567. อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ที่ 1.71 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเงื่อนไขและข้อตกลงที่กำหนดสำหรับหุ้นกู้ของบริษัทฯ ที่ 3.50 เท่า.
**การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด** การไหลของเงินจากการดำเนินงานของ GULF ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2567 เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของโรงไฟฟ้า 650 หน่วยที่ 2-3 และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่สูงขึ้น. การไหลของเงินจากการลงทุนยังคงเป็นลบเนื่องจากการลงทุนในโครงการใหม่.
**ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า** GULF ได้รับส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้ารวม 2,983 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากส่วนแบ่งกำไรของ INTUCH, 6ป51, ปล๐อก, และ 66๐. ส่วนแบ่งกำไรจาก ป๑๐80ก เพิ่มขึ้นจากราคาขายไฟเฉลี่ยต่อหน่วยที่ปรับเพิ่มขึ้น และมีการบันทึกการกลับรายการภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่บันทึกไว้สูงเกินไปในปี 2566. ส่วนแบ่งกำไรจาก 6ป0 และ |11(? ลดลงจากปริมาณการจําหน่ายไฟฟ้าที่ลดลงตามความต้องการใช้ไฟในประเทศ.
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน** ปัจจัยความเสี่ยงหลักของ GULF คือความผันผวนของราคาทรัพยากร โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ความไม่แน่นอนของนโยบายด้านพลังงาน และการเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยน. โอกาสในการลงทุนหลักของ GULF คือการขยายแหล่งทรัพยากรใหม่ การพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรม และการเติบโตของตลาดพลังงานหมุนเวียนในภูมิภาค. อนาคตของการลงทุนใน GULF มีแนวโน้มที่ดี เนื่องจากบริษัทมีฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง และมีความสามารถในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง.
**สรุปสั้นท้ายสุด** GULF มีผลประกอบการที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาส 3 ปี 2567 ด้วยการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้า 650 หน่วยที่ 2-3 แม้ว่าจะมีความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาทรัพยากร และความไม่แน่นอนของตลาด บริษัทมีการจัดการความเสี่ยงที่ดี และมีแผนการเติบโตที่ชัดเจน ส่งผลให้ GULF เป็นบริษัทที่มีศักยภาพในการสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะยาว.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GULF ไตรมาส 3/2567
รายได้รวม
27,577.24
ล้านบาท
↓ 0.9% YoY
กำไรขั้นต้น
6,130.01
ล้านบาท
↑ 7.1% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
22.23
%
กำไรสุทธิ
3,900.80
ล้านบาท
↓ 18.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.14
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
27,577
↓ -0.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
6,130
↑ + 7.1%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
3,901
↓ -18.1%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GULF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
6.44
ROA (%)
5.46
Book Value/หุ้น
23.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GULF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-2,964
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-7,275
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท