บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.25
0.75 (1.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31570 out_tok=3046 at=2026-07-25T16:49:22 -->
GULF กำไรสุทธิ Q2/65 พลิกกลับมาโต 8.8% YoY แม้ Core Profit ลดลง QoQ
**รายได้รวมโตกว่า 107% YoY รับแรงหนุนโรงไฟฟ้าใหม่ ขณะที่กำไรสุทธิได้รับผลกระทบจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน**
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 24,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 9.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่กลับลดลง 54.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังคงเติบโต 8.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม แต่ถูกหักล้างด้วยผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ GULF ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 107.3% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้เต็มที่จากโครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ในปีที่ผ่านมา ประกอบกับการปรับตัวสูงขึ้นของราคาขายไฟฟ้าตามทิศทางราคาก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่กลับลดลง 54.9% QoQ** แม้ว่ากำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) จะลดลงเพียง 5.4% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการ **บันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวนมากถึง 1,581 ล้านบาท** ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้รวมที่เติบโตสูง** มาจากการที่โครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 ซึ่งมีกำลังการผลิตรวม 1,325 เมกะวัตต์ ได้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบ ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ ราคาขายไฟฟ้าต่อหน่วยยังปรับสูงขึ้นตามทิศทางต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น ซึ่งถูกส่งผ่านไปยัง กฟผ. ได้ทั้งหมด
ในส่วนของ **กำไรสุทธิที่ลดลง QoQ** แม้ Core Profit จะลดลงไม่มากนัก แต่การบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจำนวนมากเป็นปัจจัยกดดันหลัก โดย ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ส่งผลให้บริษัทฯ รับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงบนหนี้สินที่เป็นสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ และเงินให้กู้ยืมในสกุลเงินยูโร
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในแง่รายได้** จากการรับรู้รายได้เต็มปีของโครงการ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่ทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ อย่างไรก็ตาม **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเป็นปัจจัยที่คาดการณ์ได้ยากและมีลักษณะครั้งคราว** การอ่อนค่าของเงินบาทในไตรมาสนี้ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ แต่หากค่าเงินบาทกลับมาแข็งค่าขึ้นในอนาคต อาจส่งผลให้เกิดกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนได้เช่นกัน ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มค่าเงินบาทอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 เติบโต 107.3% YoY แตะ 24,553 ล้านบาท** จากการรับรู้รายได้เต็มที่ของโครงการ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 และราคาขายไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นตามราคาก๊าซธรรมชาติ
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ Q2/65 อยู่ที่ 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% YoY แต่ลดลง 54.9% QoQ**
* **Core Profit Q2/65 อยู่ที่ 3,081 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.9% YoY แต่ลดลง 5.4% QoQ** โดยได้รับผลกระทบจากช่วง low season ของโรงไฟฟ้าพลังงานลม BKR2 และส่วนแบ่งกำไรจาก GJP ที่ลดลง
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงกระทบกำไรสุทธิ 1,581 ล้านบาท** ในไตรมาสนี้ จากการอ่อนค่าของเงินบาท
* **การลงทุนในธุรกิจดิจิทัลผ่าน Gulf Binance และการร่วมทุนในโครงการพลังงานหมุนเวียนกับ GUNKUL** เป็นการขยายการลงทุนที่น่าจับตา
* **โครงการโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 4 และ GPD หน่วยที่ 1-4 อยู่ระหว่างการก่อสร้าง** คาดทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 GULF มีรายได้รวม 24,553 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 107.3% YoY และ 9.4% QoQ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติที่เติบโต 111.8% YoY จากการรับรู้รายได้เต็มที่ของโครงการ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 และราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเติบโต 18.8% YoY จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ BKR2 และการคลี่คลายของการจำกัดปริมาณการซื้อไฟในเวียดนาม
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,531 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.8% YoY แต่ลดลง 54.9% QoQ โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากการบันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงจำนวน 1,581 ล้านบาท ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ
สำหรับ 6 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 47,006 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 115.3% YoY และกำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่อยู่ที่ 4,925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62.1% YoY
## โอกาส
* **การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่:** โครงการ GSRC หน่วยที่ 4 คาดเปิดดำเนินการในเดือนตุลาคม 2565 และโครงการ GPD ที่ทยอยเปิดดำเนินการตั้งแต่ปี 2566 เป็นต้นไป จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและรายได้ในอนาคต
* **การขยายการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** การร่วมทุนกับ GUNKUL ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลม 170 เมกะวัตต์ และการลงทุนในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่
* **การลงทุนในธุรกิจดิจิทัล:** การจัดตั้ง Gulf Binance เพื่อพัฒนาศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล และการลงทุนใน Binance Labs Investment Fund เป็นการก้าวเข้าสู่ธุรกิจที่มีศักยภาพการเติบโตสูง
* **โครงการโครงสร้างพื้นฐาน:** ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3 และโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (M6 & M81) จะสร้างรายได้ในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยากและอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในแต่ละไตรมาส
* **ต้นทุนเชื้อเพลิง:** แม้ว่าต้นทุนก๊าซธรรมชาติจะสามารถส่งผ่านไปยัง กฟผ. ได้ แต่ความผันผวนของราคาอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างกำไรของโรงไฟฟ้า SPP ที่ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม
* **กฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายหรือกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับภาคพลังงานอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและแผนการลงทุนในอนาคต
* **ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และกำไรตามแผน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ และยูโร จะส่งผลโดยตรงต่อผลขาดทุน/กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ความคืบหน้าของโครงการ GSRC หน่วยที่ 4 และ GPD:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ตามกำหนดจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตของรายได้
* **ผลการดำเนินงานของธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** การฟื้นตัวของ Capacity Factor ของ BKR2 และการขยายตัวของโครงการพลังงานแสงอาทิตย์
* **ความคืบหน้าในการขอใบอนุญาตของ Gulf Binance:** การได้รับใบอนุญาตจะเปิดโอกาสให้บริษัทฯ สามารถดำเนินธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลได้อย่างเต็มที่
* **การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิง:** โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโรงไฟฟ้า SPP ที่ขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ:** รายได้เติบโต 111.8% YoY เป็นผลจากการรับรู้รายได้เต็มที่ของ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 และราคาขายไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ แม้ปริมาณการขายไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า 12 SPPs ภายใต้กลุ่ม GMP จะลดลงเล็กน้อยจากการหยุดซ่อมบำรุง แต่ต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อหน่วยของ SPP ปรับเพิ่มขึ้น 77.2% YoY ซึ่งถูกส่งผ่านไปยัง กฟผ. ได้ทั้งหมด
**ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** รายได้เติบโต 18.8% YoY จาก BKR2 ที่มี Capacity Factor ดีขึ้น และการจำกัดการรับซื้อไฟฟ้าในเวียดนามคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม รายได้ลดลง 40.5% QoQ เนื่องจาก BKR2 เข้าสู่ช่วง low season
**ต้นทุนจากการขาย:** เพิ่มขึ้น 114.7% YoY ตามการเพิ่มขึ้นของต้นทุนก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อหน่วยถึง 77.2% YoY สำหรับ SPP และ 80.3% YoY สำหรับ IPP รวมถึงปริมาณการใช้ก๊าซที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดโรงไฟฟ้าใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 สินทรัพย์รวมของ GULF อยู่ที่ 388,249 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.1% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้สัญญาเช่าจากการเปิด GSRC หน่วยที่ 3, ลูกหนี้การค้า, เงินลงทุนในบริษัทร่วม และสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 269,918 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่ 24,000 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและขยายธุรกิจ
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 118,330 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% จากการดำเนินงานของกลุ่มบริษัทฯ และการเพิ่มขึ้นของมูลค่ายุติธรรมของสัญญาแลกเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ย
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.89 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 6,726 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 15,989 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโรงไฟฟ้าและบริษัทร่วม) และได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 6,226 ล้านบาท (จากการออกหุ้นกู้)
## สรุปท้าย
GULF ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการสุทธิถูกกดดันอย่างหนักจากผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ขณะที่ Core Profit ยังคงเติบโตได้ดี YoY แต่ปรับลดลง QoQ จากปัจจัยฤดูกาลของโรงไฟฟ้าพลังงานลมและการบริหารจัดการไฟฟ้าของ กฟผ. การลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ ทั้งพลังงานหมุนเวียนและดิจิทัล รวมถึงความคืบหน้าของโครงการก่อสร้างใหม่ๆ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการ.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GULF ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
-71.72
ล้านบาท
↓ 100.3% YoY
กำไรขั้นต้น
120.62
ล้านบาท
↓ 98% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-168.19
%
กำไรสุทธิ
2,287.58
ล้านบาท
↓ 41.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3,189.69
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-72
↓ -100.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
121
↓ -98%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,288
↓ -41.4%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GULF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
25.54
ROA (%)
14.22
Book Value/หุ้น
23.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GULF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GULF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
-100.00%
|
-2,963.92
-63.34%
|
-8,084.14
-31.53%
|
-11,806.95
+60.33%
|
-7,364.05
+373.49%
|
-1,555.26
+8,234.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
-7,275.20
-121.25%
|
34,242.78
-1.12%
|
34,630.94
+22.34%
|
28,306.22
+197.68%
|
9,509.00
-27.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
10,639.02
-124.92%
|
-42,694.38
+501.93%
|
-7,092.91
-58.80%
|
-17,217.27
+128.36%
|
-7,539.42
-27.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
452.44
-102.72%
|
-16,604.37
-205.77%
|
15,698.43
+323.48%
|
3,707.00
+823.13%
|
401.57
-85.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
36,055.17
-8.01%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+25.75%
|
12,645.80
-24.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
34,104.34
-11.90%
|
38,712.91
-1.23%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+10.51%
|