บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.25
0.75 (1.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=33626 out_tok=3234 at=2026-07-25T06:07:31 -->
# GULF กำไรสุทธิ Q2/66 พุ่ง 88.5% รับแรงหนุนโครงการใหม่-ค่า Ft ขาขึ้น
## รายได้รวมโต 43.6% YoY รับอานิสงส์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเดินเครื่องเต็มที่-ส่วนแบ่งกำไรบจ.ร่วมฟื้นตัว
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ 2,885 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 88.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) จะปรับลดลงเล็กน้อย QoQ แต่ภาพรวมรายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 43.6% YoY โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงไฟฟ้าใหม่ๆ และการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ GULF ในไตรมาส 2/2566 ให้เติบโตโดดเด่นถึง 88.5% YoY มาจาก **การรับรู้รายได้และกำไรจากการดำเนินงานของโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น** ประกอบกับการ **ฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากรายการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **โครงการโรงไฟฟ้าใหม่เดินเครื่อง:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ GSRC หน่วยที่ 4 (1 ต.ค. 65) และ GPD หน่วยที่ 1 (31 มี.ค. 66) ส่งผลให้ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะ GSRC ที่มีปริมาณการขายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นถึง 81.1% YoY และ GPD ที่เริ่มรับรู้รายได้เต็มไตรมาส ทำให้รายได้จากธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติเติบโต 41.6% YoY
* **ค่า Ft ที่สูงขึ้น:** ราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมปรับสูงขึ้นตามค่า Ft ที่เพิ่มขึ้นจาก 0.1698 บาท/kWh ใน Q2/65 เป็น 1.1243 บาท/kWh ใน Q2/66 ซึ่งสะท้อนต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้ GULF ได้รับประโยชน์จากราคาขายที่สูงขึ้นสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมฟื้นตัว:** ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 20.9% YoY โดยหลักมาจาก INTUCH ที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้นจาก ADVANC, GJP ที่ฟื้นตัวจากค่า Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้น และการร่วมค้าที่โอมานที่ได้ประโยชน์จากการเปิดดำเนินการของโครงการ DIPWP นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก GGC และ TTT ที่ GULF เข้าลงทุนเพิ่มในปีที่ผ่านมา ก็เป็นปัจจัยหนุนเช่นกัน
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนสุทธิที่กระทบบริษัทใหญ่ 681 ล้านบาทใน Q2/66 แต่เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนถึง 1,581 ล้านบาท ถือว่าขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เติบโตได้ดี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยปัจจัยหลักคือการทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ เช่น GPD หน่วยที่ 2, 3, 4 และโรงไฟฟ้าหินกอง หน่วยที่ 1, 2 ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้และกำไรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติที่ปรับลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ประกอบกับแนวโน้มค่า Ft ที่อาจยังคงอยู่ในระดับสูง จะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและราคาพลังงานเป็นปัจจัยสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ Q2/66 โต 88.5% YoY** แตะ 2,885 ล้านบาท จาก 1,531 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวม Q2/66 พุ่ง 43.6% YoY** แตะ 35,263 ล้านบาท จาก 24,553 ล้านบาทในปีก่อน
* **EBITDA Q2/66 เพิ่มขึ้น 20.2% YoY** แตะ 8,620 ล้านบาท
* **Core Profit Q2/66 เพิ่มขึ้น 15.4% YoY** แตะ 3,556 ล้านบาท แต่ลดลง 3.0% QoQ
* **โครงการ GSRC หน่วยที่ 4 และ GPD หน่วยที่ 1 เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์** หนุนรายได้ธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติโต 41.6% YoY
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 20.9% YoY** จาก INTUCH, GJP, GGC, TTT และการร่วมค้าโอมาน
* **การลงทุนใหม่:** เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (ลาว) และได้รับใบอนุญาตธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Gulf Binance)
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 2 ปี 2566 GULF มีรายได้รวม 35,263 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43.6% YoY และ 21.2% QoQ โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการ GSRC หน่วยที่ 4 และ GPD หน่วยที่ 1 ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ ประกอบกับการจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่เพิ่มขึ้นของโรงไฟฟ้า IPP เดิม และราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นตามค่า Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้น
ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้ำอยู่ที่ 1,754 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9% YoY โดยได้รับแรงหนุนจาก INTUCH, GJP, GGC, TTT และการร่วมค้าในโอมาน
EBITDA เติบโต 20.2% YoY อยู่ที่ 8,620 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 88.5% YoY เป็น 2,885 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม กำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ลดลง 3.0% QoQ อยู่ที่ 3,556 ล้านบาท เนื่องจากอัตรากำไรของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ IPP ลดลงจากการกลับมาใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซลที่เคยใช้ชั่วคราวในไตรมาสก่อนหน้า และส่วนแบ่งกำไรจากโครงการพลังงานลม BKR2 และ GGC ที่ลดลงตามฤดูกาล
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 64,346 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.9% YoY และกำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ 6,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 36.7% YoY
## โอกาส
* **การขยายกำลังการผลิตไฟฟ้า:** โครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ เช่น GPD หน่วยที่ 2, 3, 4 และโรงไฟฟ้าหินกอง หน่วยที่ 1, 2 ที่จะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ จะเป็นแรงขับเคลื่อนรายได้และกำไรในอนาคต
* **การลงทุนในต่างประเทศ:** การเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำหลวงพระบาง (ลาว) และการขยายธุรกิจในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง จะช่วยกระจายความเสี่ยงและเพิ่มโอกาสการเติบโต
* **ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** การลงทุนในพลังงานหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและแสงอาทิตย์ ยังคงเป็นทิศทางสำคัญของอุตสาหกรรม และ GULF มีแผนขยายการลงทุนในส่วนนี้
* **ธุรกิจดิจิทัล:** การได้รับใบอนุญาตธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Gulf Binance) และการพัฒนาธุรกิจศูนย์ข้อมูล (Data Center) เป็นการต่อยอดสู่ธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาเชื้อเพลิง:** แม้ปัจจุบันราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติจะลดลง แต่ความผันผวนของราคาพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** การมีสินทรัพย์และหนี้สินสกุลเงินต่างประเทศ ทำให้บริษัทฯ มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **กฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบหรือนโยบายด้านพลังงานของภาครัฐ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือเปิดดำเนินการของโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* ความคืบหน้าและกำหนดการเปิดดำเนินการของโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ โดยเฉพาะ GPD หน่วยที่ 2, 3, 4 และโรงไฟฟ้าหินกอง
* แนวโน้มราคาเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ และค่า Ft ที่มีผลต่อราคาขายไฟฟ้า
* ผลการดำเนินงานของบริษัทร่วมและการร่วมค้า โดยเฉพาะ INTUCH, GJP และการร่วมค้าในต่างประเทศ
* ความคืบหน้าในการพัฒนาธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Gulf Binance) และศูนย์ข้อมูล (Data Center)
* ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนต่อผลประกอบการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจผลิตไฟฟ้าจากก๊าซธรรมชาติ:** เป็นธุรกิจหลักที่สร้างรายได้และกำไร โดย Q2/66 รายได้เติบโต 41.6% YoY จากการเปิดเดินเครื่องโครงการ GSRC หน่วยที่ 4 และ GPD หน่วยที่ 1 ประกอบกับการจำหน่ายไฟฟ้าให้ กฟผ. ที่เพิ่มขึ้น และราคาขายไฟฟ้าให้ลูกค้าอุตสาหกรรมที่สูงขึ้นตามค่า Ft อย่างไรก็ตาม ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อหน่วยของโรงไฟฟ้า IPP ปรับลดลง 10.5% YoY ซึ่งส่งผลให้ราคาขายไฟฟ้าให้ กฟผ. ปรับลดลงตามไปด้วย
**ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** รายได้ Q2/66 ลดลง 64.8% YoY เป็นผลมาจากการลดสัดส่วนการถือหุ้นทางอ้อมในโครงการ BKR2 ทำให้ GULF รับรู้เป็นส่วนแบ่งกำไรแทน อย่างไรก็ตาม รายได้จากโรงไฟฟ้าในประเทศ เช่น โครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา และโรงไฟฟ้าชีวมวล GCG ปรับเพิ่มขึ้นตามค่า Ft
**ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค:** รายได้เติบโตโดดเด่น 247.0% YoY เป็น 1,487 ล้านบาท จากความคืบหน้าของงานก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3 ในส่วนของงานถมทะเล
**ธุรกิจดาวเทียม:** รายได้ Q2/66 อยู่ที่ 639 ล้านบาท ลดลง 13.1% QoQ จากการให้บริการบรอดแบนด์ที่ลดลงของลูกค้าไทยคม 4
**ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมและการร่วมค้า:** เติบโต 20.9% YoY โดยมีปัจจัยหนุนจาก INTUCH, GJP, GGC, TTT และการร่วมค้าในโอมาน แม้จะมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนและตราสารอนุพันธ์ แต่ Core Profit ยังคงเติบโตได้ดี
**ต้นทุน:** ต้นทุนจากการขายเพิ่มขึ้น 41.8% YoY สอดคล้องกับปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่เปิดดำเนินการ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 29.6% YoY จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 449,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.5% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากการลงทุนในโครงการ Jackson และหลวงพระบาง รวมถึงลูกหนี้สัญญาเช่าที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 312,732 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.8% จากสิ้นปี 2565 จากการออกหุ้นกู้เพิ่มเติมเพื่อใช้ในการขยายธุรกิจ และเงินกู้ยืมระยะยาวที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 136,721 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.7% จากสิ้นปี 2565 แม้จะมีการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 1.76 เท่า ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
งบกระแสเงินสดแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมดำเนินงานมีเงินสดรับสุทธิ 6,696 ล้านบาท กิจกรรมลงทุนใช้เงินสดสุทธิ 21,842 ล้านบาท (ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า) และกิจกรรมจัดหาเงินมีเงินสดรับสุทธิ 10,934 ล้านบาท (จากการออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืม)
## สรุปท้าย
GULF ในไตรมาส 2/2566 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด YoY จากการเดินเครื่องโรงไฟฟ้าใหม่ๆ และการฟื้นตัวของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม แม้จะมีแรงกดดันจากต้นทุนทางการเงินและผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ภาพรวมยังคงมีทิศทางที่ดีจากการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง และการต่อยอดสู่ธุรกิจดิจิทัล ซึ่งเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาพลังงานและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงความคืบหน้าของโครงการต่างๆ อย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GULF ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
-71.72
ล้านบาท
↓ 100.3% YoY
กำไรขั้นต้น
120.62
ล้านบาท
↓ 98% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-168.19
%
กำไรสุทธิ
2,287.58
ล้านบาท
↓ 41.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3,189.69
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-72
↓ -100.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
121
↓ -98%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,288
↓ -41.4%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GULF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
25.54
ROA (%)
14.22
Book Value/หุ้น
23.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GULF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GULF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
-100.00%
|
-2,963.92
-63.34%
|
-8,084.14
-31.53%
|
-11,806.95
+60.33%
|
-7,364.05
+373.49%
|
-1,555.26
+8,234.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
-7,275.20
-121.25%
|
34,242.78
-1.12%
|
34,630.94
+22.34%
|
28,306.22
+197.68%
|
9,509.00
-27.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
10,639.02
-124.92%
|
-42,694.38
+501.93%
|
-7,092.91
-58.80%
|
-17,217.27
+128.36%
|
-7,539.42
-27.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
452.44
-102.72%
|
-16,604.37
-205.77%
|
15,698.43
+323.48%
|
3,707.00
+823.13%
|
401.57
-85.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
36,055.17
-8.01%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+25.75%
|
12,645.80
-24.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
34,104.34
-11.90%
|
38,712.91
-1.23%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+10.51%
|