บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
65.25
0.75 (1.14%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=31952 out_tok=2911 at=2026-07-25T16:41:17 -->
# GULF Q3/65 กำไรสุทธิหด 51% YoY รับต้นทุนก๊าซพุ่ง-FX กระทบ
## รายได้รวมโตแรง 76% แต่กำไรสุทธิลดลง หลังต้นทุนพลังงานพุ่งสูง และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 24,275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 31.6% มาอยู่ที่ 1,087 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรในไตรมาส 3 ปี 2565 ของ GULF คือ การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรของโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ SPPs และ IPPs โดยตรง ประกอบกับผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติพุ่งสูง:** ราคาค่าก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อหน่วยของโรงไฟฟ้า SPP และ IPP ปรับเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 115.6% YoY และ 119.9% YoY ตามลำดับ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนจากการขายเพิ่มขึ้น 94.7% YoY โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของต้นทุนค่าเชื้อเพลิงที่เพิ่มขึ้น 118.8% YoY แม้ว่า GULF จะมีกลไกการส่งผ่านต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติไปยังผู้ซื้อไฟฟ้าหลักอย่าง กฟผ. ได้ทั้งหมด แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนนี้ก็ยังส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นจากการขายที่ลดลง 4.0% YoY
2. **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ GULF บันทึกผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงบนหนี้สินที่เป็นเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ และผลกระทบจากสัญญาอนุพันธ์ต่างๆ รวมเป็นผลขาดทุนสุทธิที่กระทบต่อบริษัทใหญ่ถึง 1,133 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 47.7% YoY ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** ปัจจัยด้านต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากความผันผวนของราคาพลังงานทั่วโลก แม้ว่า GULF จะมีโครงการโรงไฟฟ้าใหม่ๆ ที่ทยอยเปิดดำเนินการและมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนที่สูงขึ้นก็ยังเป็นแรงกดดันสำคัญ ในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนนั้นมีความผันผวนสูง และยากต่อการคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทฯ มีการลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น อาจทำให้มีความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นตามไปด้วย
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 76.2% YoY:** มาจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่เพิ่มขึ้น 87.0% YoY จากการรับรู้รายได้โครงการ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 และธุรกิจพลังงานหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้น 68.7% YoY จากโครงการ BKR2
* **กำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่ลดลง 31.6% YoY:** อยู่ที่ 1,087 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้น และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น
* **Core Profit ลดลง 5.5% YoY:** อยู่ที่ 2,167 ล้านบาท จากผลกระทบต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นกระทบโรงไฟฟ้า SPPs และผลขาดทุนจาก PTT NGD
* **การลงทุนขยายธุรกิจต่อเนื่อง:** เข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Jackson ในสหรัฐฯ, เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน Gulf Gunkul Corporation, ลงทุนในกองทุน Lightrock Climate Impact Fund และจัดตั้งบริษัทผลิตไฟฟ้าแสงอาทิตย์
* **การจำหน่ายเงินลงทุน:** ขายหุ้นในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในทะเล BKR2 สัดส่วน 50.01%
* **การระดมทุน:** เสนอขายหุ้นกู้รวม 35,000 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 GULF มีรายได้รวม 24,275 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.2% YoY แต่ลดลง 1.1% QoQ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติที่เติบโต 87.0% YoY จากการเปิดดำเนินการของโรงไฟฟ้า GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 และราคาขายไฟฟ้าที่ปรับสูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ ขณะที่ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนเติบโต 68.7% YoY จากโครงการ BKR2 ที่ได้รับราคาขายไฟฟ้าสูงขึ้น และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดด 3400.1% YoY จากความคืบหน้าโครงการ MTP3
อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่ลดลง 31.6% YoY มาอยู่ที่ 1,087 ล้านบาท และกำไรจากการดำเนินงาน (Core Profit) ลดลง 5.5% YoY มาอยู่ที่ 2,167 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญส่งผลกระทบต่อกำไรโรงไฟฟ้า SPPs และการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจาก PTT NGD ประกอบกับมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่กระทบบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมาก
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 71,281 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 100.1% YoY และกำไรสุทธิส่วนบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 29.9% YoY อยู่ที่ 6,012 ล้านบาท และ Core Profit เพิ่มขึ้น 39.8% YoY อยู่ที่ 8,505 ล้านบาท โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการรับรู้รายได้จากโครงการ GSRC, ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของ BKR2 และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH
## โอกาส
* **การขยายการลงทุนในต่างประเทศ:** การเข้าลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้า Jackson Generation ในสหรัฐอเมริกา สะท้อนการขยายธุรกิจสู่ตลาดที่มีศักยภาพ
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนและเทคโนโลยี:** การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน Gulf Gunkul Corporation และการลงทุนในกองทุน Lightrock Climate Impact Fund แสดงถึงการให้ความสำคัญกับพลังงานสะอาดและธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม
* **การเติบโตของธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน:** ความคืบหน้าของโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3 และโครงการอื่นๆ จะเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญในอนาคต
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจาก INTUCH และการร่วมทุนใน Gulf Gunkul Corporation จะช่วยเสริมสร้างผลประกอบการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของธุรกิจโรงไฟฟ้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งกระทบต่อกำไรสุทธิ
* **กฎระเบียบและนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานทั้งในและต่างประเทศอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและผลตอบแทน
* **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการก่อสร้างหรือเปิดดำเนินการของโครงการใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาพลังงาน:** ทิศทางราคาพลังงานทั่วโลก โดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อต้นทุนการผลิตไฟฟ้า
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** กลยุทธ์ของ GULF ในการบริหารจัดการต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุนใหม่:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการโรงไฟฟ้า Gulf PD และโรงไฟฟ้าหินกอง รวมถึงโครงการโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของค่าเงินบาทต่อสกุลเงินหลักที่ GULF มีการลงทุนและมีหนี้สิน
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** ผลประกอบการของ INTUCH และบริษัทร่วมอื่นๆ จะมีผลต่อรายได้รวมของ GULF
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ธุรกิจผลิตไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 87.0% YoY แต่ลดลง 7.4% QoQ โดยปัจจัยหลักมาจากโครงการ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3 ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ และราคาขายไฟฟ้าที่สูงขึ้นตามต้นทุนก๊าซธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการขายไฟฟ้าให้ กฟผ. จากโครงการ GSRC ลดลง QoQ ตามการบริหารจัดการของ กฟผ. และปริมาณการขายไอน้ำก็ลดลงเช่นกัน ขณะที่ต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยต่อหน่วยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ YoY และ QoQ
**ธุรกิจพลังงานหมุนเวียน:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 68.7% YoY และ 61.9% QoQ โดยมีปัจจัยหลักจากโครงการ BKR2 ที่ได้รับราคาขายไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และปริมาณการจำหน่ายไฟฟ้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อย รวมถึงโครงการโรงไฟฟ้าชีวมวล GCG มีรายได้เพิ่มขึ้นตามค่า Ft ที่ปรับเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค:** รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดด 3400.1% YoY และ 309.7% QoQ จากความคืบหน้าของงานก่อสร้างโครงการพัฒนาท่าเรืออุตสาหกรรม MTP3 ในส่วนของงานถมทะเล
**ต้นทุนจากการขาย:** เพิ่มขึ้น 94.7% YoY โดยหลักมาจากต้นทุนก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นอย่างมาก และการเปิดดำเนินการของ GSRC หน่วยที่ 2 และ 3
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 421,621 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.3% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลงทุนใน GULF GUNKUL และ INTUCH รวมถึงสินทรัพย์ทางการเงินอื่นที่เพิ่มขึ้น หนี้สินรวมอยู่ที่ 299,210 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.3% จากสิ้นปี 2564 จากการออกหุ้นกู้ชุดใหม่เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและขยายธุรกิจ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 122,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.9% จากสิ้นปี 2564
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 12,771 ล้านบาท แต่มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 29,606 ล้านบาท โดยหลักเพื่อซื้อที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงการลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้า ขณะที่กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 24,914 ล้านบาท จากการออกหุ้นกู้ใหม่
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.44 เท่า และอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นตามข้อกำหนดสิทธิอยู่ที่ 1.96 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
## สรุปท้าย
GULF ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนค่าก๊าซธรรมชาติที่พุ่งสูงและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งจากการเปิดดำเนินการโครงการใหม่ๆ และการลงทุนในธุรกิจพลังงานหมุนเวียน แต่กำไรสุทธิและ Core Profit กลับปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การบริหารจัดการต้นทุนพลังงานและความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป ขณะที่การขยายการลงทุนในต่างประเทศและธุรกิจพลังงานสะอาดเป็นโอกาสในการเติบโตระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ GULF ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
-71.72
ล้านบาท
↓ 100.3% YoY
กำไรขั้นต้น
120.62
ล้านบาท
↓ 98% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-168.19
%
กำไรสุทธิ
2,287.58
ล้านบาท
↓ 41.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-3,189.69
%
D/E Ratio
2.23
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
-72
↓ -100.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
121
↓ -98%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,288
↓ -41.4%
YoY
D/E Ratio
2.23
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — GULF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.23
ROE (%)
25.54
ROA (%)
14.22
Book Value/หุ้น
23.19
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — GULF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — GULF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
0.00
-100.00%
|
-2,963.92
-63.34%
|
-8,084.14
-31.53%
|
-11,806.95
+60.33%
|
-7,364.05
+373.49%
|
-1,555.26
+8,234.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
-100.00%
|
-7,275.20
-121.25%
|
34,242.78
-1.12%
|
34,630.94
+22.34%
|
28,306.22
+197.68%
|
9,509.00
-27.89%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.00
-100.00%
|
10,639.02
-124.92%
|
-42,694.38
+501.93%
|
-7,092.91
-58.80%
|
-17,217.27
+128.36%
|
-7,539.42
-27.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
-100.00%
|
452.44
-102.72%
|
-16,604.37
-205.77%
|
15,698.43
+323.48%
|
3,707.00
+823.13%
|
401.57
-85.14%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
0.00
-100.00%
|
36,055.17
-8.01%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+25.75%
|
12,645.80
-24.27%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
0.00
-100.00%
|
34,104.34
-11.90%
|
38,712.91
-1.23%
|
39,193.65
+97.48%
|
19,846.84
+24.81%
|
15,902.24
+10.51%
|