บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.07
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6056 out_tok=2138 at=2026-07-25T14:02:38 -->
# EVER ขาดทุนสุทธิ Q3/2566 พุ่ง 70.82% รับรายได้อสังหาฯ หด
## รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดกระทบผลประกอบการ ขณะโรงพยาบาลยังเติบโตได้ดี
บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ EVER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 80.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 33.49 ล้านบาท หรือ 70.82% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง แม้ว่ากลุ่มโรงพยาบาลจะยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราขาดทุนสุทธิของ EVER ในไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท โดยรายได้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลงถึง 22.33% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้ภาพรวมรายได้รวมของบริษัทลดลง 14.07% แม้ว่ากลุ่มโรงพยาบาลจะเติบโตได้ถึง 21.87% ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักของการลดลงของรายได้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ เกิดจากการ **โอนกรรมสิทธิ์ในโครงการต่างๆ ของกลุ่มบริษัทลดลง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายอาคารชุด บ้านเดี่ยว และทาวน์โฮมที่ลดลงตามไปด้วย ในทางกลับกัน ต้นทุนขายและการให้บริการในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก็ลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่ลดลงเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น 35.09% เนื่องจากมีการเบิกรับเงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับในไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายการพิเศษคือ **กำไรสุทธิจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใหม่ของเครื่องมือทางการเงิน** จำนวน 29.09 ล้านบาท ซึ่งในปี 2566 ไม่มีรายการนี้ ทำให้เกิดผลกระทบเชิงเปรียบเทียบที่ทำให้ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องพิจารณาคือ:
1. **รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์:** การลดลงนี้อาจเป็นผลจากปัจจัยชั่วคราว หรือเป็นสัญญาณของความท้าทายในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งต้องติดตามแผนการเปิดโครงการใหม่และการเร่งรัดการโอนกรรมสิทธิ์ของบริษัท
2. **รายการพิเศษจากเครื่องมือทางการเงิน:** การมีกำไรพิเศษในปีก่อนหน้า และไม่มีในปีนี้ เป็นปัจจัยที่ทำให้ผลประกอบการเปรียบเทียบดูแย่ลง แต่ไม่ใช่การดำเนินงานที่เกิดขึ้นประจำ
3. **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง หากบริษัทยังคงต้องพึ่งพาเงินกู้ในการดำเนินงาน
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 70.82% YoY:** บริษัทบันทึกขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 80.78 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2566 เทียบกับขาดทุน 47.29 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 13.90% YoY:** รายได้รวมอยู่ที่ 458.18 ล้านบาท ลดลงจาก 532.17 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์หดตัว 22.33% YoY:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันรายได้รวม จากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง
* **รายได้โรงพยาบาลเติบโต 21.87% YoY:** กลุ่มโรงพยาบาลยังคงเป็นส่วนที่สนับสนุนรายได้ของบริษัท
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่ง 35.09% YoY:** เพิ่มขึ้นจาก 45.05 ล้านบาท เป็น 60.86 ล้านบาท จากการเบิกเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
* **รายการพิเศษปีก่อนไม่มีในปีนี้:** กำไรสุทธิจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเครื่องมือทางการเงิน 29.09 ล้านบาท ใน Q3/2565 ไม่มีในปีนี้ ส่งผลกระทบต่อการเปรียบเทียบผลประกอบการ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวมจากการขายและให้บริการ 456.47 ล้านบาท ลดลง 14.07% เมื่อเทียบกับ 531.22 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 22.33% แม้ว่ากลุ่มโรงพยาบาลจะเติบโตได้ 21.87% ก็ตาม ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 80.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากขาดทุน 47.29 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 70.82% การเปลี่ยนแปลงนี้ได้รับผลกระทบจากการที่ปีก่อนมีรายการพิเศษจากกำไรจากการปรับเงื่อนไขเครื่องมือทางการเงิน 29.09 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้ไม่มีรายการดังกล่าว
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มโรงพยาบาล:** การที่กลุ่มโรงพยาบาลยังคงมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเข้าตรวจและรับการรักษาของผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้น แสดงถึงศักยภาพในการเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งอาจเป็นส่วนสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในอนาคต
* **การพัฒนาโครงการใหม่:** การที่บริษัทเริ่มพัฒนาโครงการแนวราบโครงการใหม่ อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในระยะต่อไป หากโครงการได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การลดลงของการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้และผลประกอบการโดยตรง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นแรงกดดันต่อผลกำไรของบริษัท
* **การพึ่งพารายการพิเศษ:** การที่ผลประกอบการเปรียบเทียบได้รับผลกระทบจากการมีรายการพิเศษในปีก่อนหน้า สะท้อนถึงความเปราะบางของผลการดำเนินงานปกติ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการอสังหาริมทรัพย์:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ในไตรมาสถัดไป
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** จะสามารถสร้างยอดขายและรายได้ให้กับบริษัทได้อย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** บริษัทจะมีแนวทางในการลดผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นอย่างไร
* **ผลการดำเนินงานของกลุ่มโรงพยาบาล:** จะสามารถรักษาอัตราการเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของ EVER มีรายได้จากการขาย 335.54 ล้านบาท ลดลง 22.33% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการต่างๆ ลดลง ต้นทุนขายและการให้บริการในกลุ่มนี้ลดลงตามสัดส่วนรายได้ที่ 25.82% ทำให้กำไรขั้นต้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 73.21 ล้านบาท ลดลงจาก 78.38 ล้านบาทในปีก่อน ขณะที่ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 3.60% เนื่องจากมีการส่งเสริมการขายและโฆษณาเพื่อกระตุ้นยอดขายและเร่งการโอนกรรมสิทธิ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่มีการกล่าวถึงการเบิกรับเงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัท ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีการพึ่งพาเงินกู้ในการดำเนินงาน และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นสะท้อนถึงภาระดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## สรุปท้าย
EVER ในไตรมาส 3 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่น้อยลง แม้ว่ากลุ่มโรงพยาบาลจะยังคงเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน และการไม่มีรายการพิเศษจากปีก่อนหน้า ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์ในภาคอสังหาริมทรัพย์ แผนการพัฒนาโครงการใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินของบริษัทอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EVER ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
307.40
ล้านบาท
↓ 49.6% YoY
กำไรขั้นต้น
58.05
ล้านบาท
↓ 40.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.88
%
กำไรสุทธิ
-69.60
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-22.64
%
D/E Ratio
2.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
307
↓ -49.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
58
↓ -40.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-70
↓ -52.4%
YoY
D/E Ratio
2.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EVER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.12
ROE (%)
-9.26
ROA (%)
0.98
Book Value/หุ้น
0.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EVER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EVER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-219.26
-18.85%
|
-270.20
-198.60%
|
274.04
-58.27%
|
656.73
-52.94%
|
1,395.53
+191.99%
|
477.93
-245.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
21.47
+60.58%
|
13.37
-54.07%
|
29.11
-125.53%
|
-114.03
+210.03%
|
-36.78
-11.05%
|
-41.35
+50.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
182.61
-17.33%
|
220.88
-171.38%
|
-309.46
-41.47%
|
-528.70
-60.94%
|
-1,353.72
+193.11%
|
-461.84
-420.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-15.18
+454.01%
|
-2.74
-56.65%
|
-6.32
-145.14%
|
14.00
+178.33%
|
5.03
-119.92%
|
-25.25
-88.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
35.21
-8.45%
|
38.46
-23.19%
|
50.07
+38.81%
|
36.07
+16.20%
|
31.04
-44.87%
|
56.30
-10.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.92
+21.90%
|
35.21
-8.45%
|
38.46
-23.19%
|
50.07
+38.81%
|
0.00
|
0.00
|