บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.07
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6253 out_tok=2384 at=2026-07-25T16:30:26 -->
EVER ขาดทุนสุทธิลดลง 56% ใน Q3/2564 รับแรงหนุนรายได้อสังหาฯ โต
รายได้จากการโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์พุ่งสูง ขณะที่ต้นทุนทางการเงินและรายการพิเศษกดดันผลประกอบการ
บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ EVER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 570.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 56.11% มาอยู่ที่ 23.11 ล้านบาท จากขาดทุน 52.66 ล้านบาทในปีก่อน ปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ขาดทุนสุทธิของ EVER ลดลงอย่างมากในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจาก **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สร้างเสร็จแล้ว
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 83.12%** คิดเป็น 495.90 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดพักอาศัย โครงการเดอะ โพลิแทนอควา และโครงการมายโฮมซิลเวอร์เลคพาร์ค ซึ่งส่งผลให้ภาพรวมรายได้รวมของบริษัทเพิ่มขึ้นถึง 66.09% แม้ว่าจะมีปัจจัยลบจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก และรายการขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินสำหรับผลเสียหายจากคดีฟ้องร้อง แต่การเติบโตของรายได้อสังหาริมทรัพย์ก็สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้บางส่วน ทำให้ขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เกิดจากการที่โครงการที่สร้างเสร็จแล้วสามารถโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าได้มากขึ้น โดยเฉพาะโครงการเดอะ โพลิแทนอควา และโครงการมายโฮมซิลเวอร์เลคพาร์ค ซึ่งเป็นไปตามกลไกปกติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เมื่อโครงการเข้าสู่ช่วงการโอนกรรมสิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 123.15% เป็นผลมาจากต้นทุนดอกเบี้ยของโครงการที่สร้างเสร็จและพร้อมโอน ซึ่งบริษัทต้องรับรู้เป็นต้นทุนทางการเงินในงบกำไรขาดทุนตามมาตรฐานบัญชี
นอกจากนี้ การขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินสำหรับผลเสียหายจากคดีฟ้องร้องที่เพิ่มขึ้น 100% เป็นผลจากการตั้งประมาณการหนี้สินเพิ่มเติมสำหรับดอกเบี้ยค้างจ่ายที่เกี่ยวข้องกับข้อพิพาททางกฎหมายที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2559 ซึ่งบริษัทย่อยอยู่ระหว่างการดำเนินการขออุทธรณ์คำพิพากษา
ส่วนกำไรสุทธิที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใหม่ของเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่ายที่ไม่ถือเป็นการตัดรายการ จำนวน 58.09 ล้านบาท เกิดจากการเปลี่ยนประเภทเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้องกันเป็นเงินกู้ยืมระยะยาว และการปรับลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างทางการเงิน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ หากบริษัทยังคงสามารถบริหารจัดการการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สร้างเสร็จแล้วได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและข้อพิพาททางกฎหมายยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้ การเติบโตของรายได้จากกลุ่มโรงพยาบาลที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยอาจเป็นปัจจัยเสริม แต่ยังไม่ถือเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมโต 65.04% YoY:** อยู่ที่ 570.08 ล้านบาท จาก 345.41 ล้านบาทใน Q3/2563
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 56.11% YoY:** อยู่ที่ 23.11 ล้านบาท จากขาดทุน 52.66 ล้านบาทใน Q3/2563
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์พุ่ง 83.12%:** จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดอะ โพลิแทนอควา และมายโฮมซิลเวอร์เลคพาร์ค
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 123.15%:** เป็น 83.68 ล้านบาท จากต้นทุนดอกเบี้ยโครงการที่สร้างเสร็จ
* **ขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินเพิ่มขึ้น 100%:** จากการตั้งประมาณการหนี้สินเพิ่มเติมสำหรับดอกเบี้ยค้างจ่ายในคดีฟ้องร้อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 570.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 224.67 ล้านบาท หรือ 65.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 345.41 ล้านบาท โดยมีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 72.68% เป็น 120.01 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 123.15% เป็น 83.68 ล้านบาท ประกอบกับขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินสำหรับผลเสียหายจากคดีฟ้องร้องที่เพิ่มขึ้น 100% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนก่อนภาษีเงินได้ 7.98 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 23.11 ล้านบาท ลดลงจากขาดทุนสุทธิ 52.66 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **การโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** การที่โครงการเดอะ โพลิแทนอควา และโครงการมายโฮมซิลเวอร์เลคพาร์ค สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้มากขึ้น เป็นสัญญาณที่ดีในการรับรู้รายได้และกำไรจากโครงการที่พัฒนาขึ้น
* **การเติบโตของกลุ่มโรงพยาบาล:** รายได้จากกลุ่มโรงพยาบาลพิษณุโลกฮอสพิทอลมีการเติบโตเล็กน้อย ซึ่งอาจเป็นฐานรายได้ที่มั่นคงในระยะยาว
* **การปรับโครงสร้างทางการเงิน:** การเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขเงินกู้ยืมระยะสั้นเป็นระยะยาวพร้อมปรับลดอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้เกิดกำไรจากการปรับโครงสร้างทางการเงิน ซึ่งช่วยลดภาระดอกเบี้ยในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเป็นผลจากโครงการที่สร้างเสร็จและพร้อมโอน ซึ่งหากการโอนกรรมสิทธิ์ไม่เป็นไปตามเป้า อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **ข้อพิพาททางกฎหมาย:** การตั้งประมาณการหนี้สินเพิ่มเติมสำหรับคดีฟ้องร้องและดอกเบี้ยค้างจ่ายยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผลการอุทธรณ์คดีต่อศาลฎีกา
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ความคืบหน้าการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ:** ติดตามยอดการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการเดอะ โพลิแทนอควา และมายโฮมซิลเวอร์เลคพาร์ค รวมถึงโครงการอื่นๆ ที่จะเปิดใหม่
* **ความคืบหน้าคดีฟ้องร้อง:** ผลการพิจารณาคดีอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา และผลกระทบทางการเงินที่อาจเกิดขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** กลยุทธ์ของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนดอกเบี้ยของโครงการที่สร้างเสร็จ
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** การพัฒนาและเปิดตัวโครงการใหม่เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของ EVER มีรายได้จากการขาย 495.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 83.12% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์อาคารชุดพักอาศัย โครงการเดอะ โพลิแทนอควา และโครงการมายโฮมซิลเวอร์เลคพาร์ค ทำให้ต้นทุนขายและการให้บริการในกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน 84.25% เป็น 381.11 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 80.09% เป็น 114.79 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นถึง 125.09% เป็น 83.31 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันผลประกอบการโดยรวม แม้ว่าต้นทุนในการจัดจำหน่ายจะลดลง 8.24% เนื่องจากโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและพร้อมขาย ทำให้ต้นทุนการส่งเสริมการขายและโฆษณาลดลง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่จากข้อมูลต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น อาจบ่งชี้ถึงการมีภาระหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับโครงการที่กำลังพัฒนาหรือสร้างเสร็จแล้ว
## สรุปท้าย
EVER ในไตรมาส 3 ปี 2564 สามารถพลิกสถานการณ์จากขาดทุนจำนวนมากในปีที่แล้ว มาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นและข้อพิพาททางกฎหมายยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องจับตา การบริหารจัดการการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอย่างต่อเนื่องและการควบคุมต้นทุนทางการเงินจะเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาผลประกอบการให้ดีขึ้นในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EVER ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
307.40
ล้านบาท
↓ 49.6% YoY
กำไรขั้นต้น
58.05
ล้านบาท
↓ 40.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.88
%
กำไรสุทธิ
-69.60
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-22.64
%
D/E Ratio
2.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
307
↓ -49.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
58
↓ -40.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-70
↓ -52.4%
YoY
D/E Ratio
2.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EVER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.12
ROE (%)
-9.26
ROA (%)
0.98
Book Value/หุ้น
0.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EVER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EVER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-219.26
-18.85%
|
-270.20
-198.60%
|
274.04
-58.27%
|
656.73
-52.94%
|
1,395.53
+191.99%
|
477.93
-245.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
21.47
+60.58%
|
13.37
-54.07%
|
29.11
-125.53%
|
-114.03
+210.03%
|
-36.78
-11.05%
|
-41.35
+50.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
182.61
-17.33%
|
220.88
-171.38%
|
-309.46
-41.47%
|
-528.70
-60.94%
|
-1,353.72
+193.11%
|
-461.84
-420.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-15.18
+454.01%
|
-2.74
-56.65%
|
-6.32
-145.14%
|
14.00
+178.33%
|
5.03
-119.92%
|
-25.25
-88.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
35.21
-8.45%
|
38.46
-23.19%
|
50.07
+38.81%
|
36.07
+16.20%
|
31.04
-44.87%
|
56.30
-10.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.92
+21.90%
|
35.21
-8.45%
|
38.46
-23.19%
|
50.07
+38.81%
|
0.00
|
0.00
|