บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.07
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19855 out_tok=2869 at=2026-08-13T20:15:29 -->
# EVER กำไรสุทธิลดลง 15.78% ใน Q2/2569 รับผลกระทบยอดโอนอสังหาฯ ชะลอตัว
## รายได้อสังหาฯ หด 28% ฉุดผลประกอบการ ขณะธุรกิจโรงพยาบาลยังเติบโตได้ดี
บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ EVER รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 มีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 105.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.78% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าธุรกิจโรงพยาบาลจะยังคงเติบโตได้ดีก็ตาม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ EVER ในไตรมาส 2/2569 ปรับตัวลดลง คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ลดลง:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวมอยู่ที่ 189.21 ล้านบาท ลดลงถึง 74.27 ล้านบาท หรือ 28.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงในหลายโครงการ เช่น โครงการเดอะ โพลิแทน บรีซ, โครงการเดอะ โพลิแทน อควา, โครงการมายรีสอร์ท แอท ริเวอร์ และโครงการอื่นๆ อีกหลายโครงการ ซึ่งสะท้อนถึงภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงชะลอตัว
* **ภาพรวมอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว:** ฝ่ายจัดการระบุว่า ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์สงครามระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่าน, ภาระหนี้ครัวเรือนที่สูง, ความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อของธนาคาร, และอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง ส่งผลให้กำลังซื้อในกลุ่มลูกค้าระดับปานกลาง-ล่างฟื้นตัวได้ช้า และอุปทานเหลือขายยังคงสะสมอยู่มาก
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าบริษัทได้ปรับตัวรับมือกับสถานการณ์โดยมุ่งเน้นพัฒนาโครงการแนวราบที่มีอยู่ให้ตอบโจทย์ความต้องการมากขึ้น และภาครัฐยังมีมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์ เช่น การลดค่าโอน-จดจำนอง และการผ่อนคลายมาตรการ LTV แต่ปัจจัยลบทางเศรษฐกิจมหภาคยังคงเป็นแรงกดดันสำคัญ นอกจากนี้ การที่บริษัทมีนโยบายชะลอการพัฒนาโครงการใหม่ๆ และมุ่งเน้นโครงการที่มีอยู่ อาจทำให้การรับรู้รายได้ในอนาคตขึ้นอยู่กับความสามารถในการระบายสต็อกโครงการเดิมเป็นหลัก
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น:** ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 105.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.78% จาก 91.09 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง:** รายได้รวมจากการขายและการให้บริการอยู่ที่ 313.18 ล้านบาท ลดลง 16.69% จาก 375.92 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้อสังหาริมทรัพย์หดตัว 28.19%:** เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 189.21 ล้านบาท ลดลงจาก 263.48 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ธุรกิจโรงพยาบาลเติบโต 10.25%:** มีรายได้ 123.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.53 ล้านบาท ช่วยชดเชยผลกระทบจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้บางส่วน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 20.20%:** อยู่ที่ 59.91 ล้านบาท จาก 49.84 ล้านบาทในปีก่อน เป็นผลจากการเบิกรับเงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 11.78%:** อยู่ที่ 1,558.88 ล้านบาท จาก 1,767.04 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2568 เนื่องจากผลขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัทมีรายได้รวมในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 313.18 ล้านบาท ลดลง 16.69% เมื่อเทียบกับ 375.92 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 28.19% เป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงในหลายโครงการ ขณะที่รายได้จากธุรกิจโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 10.25% จากการเข้ารับการรักษาพยาบาลของคนไข้ที่เพิ่มขึ้น
ต้นทุนขายและการให้บริการรวมลดลง 21.01% ตามสัดส่วนของรายได้ที่ลดลง โดยต้นทุนอสังหาริมทรัพย์ลดลง 31.33% และต้นทุนโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 3.83%
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมลดลง 19.78% โดยต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 35.83% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12.87%
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 20.20% เป็น 59.91 ล้านบาท จาก 49.84 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเบิกรับเงินกู้เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 105.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 91.09 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **มาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ:** มาตรการลดค่าโอน-จดจำนอง และการผ่อนคลาย LTV อาจช่วยกระตุ้นกำลังซื้อได้ในระดับหนึ่ง
* **การเติบโตของธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการเข้ารับการรักษาของคนไข้ที่เพิ่มขึ้น
* **การปรับกลยุทธ์การขาย:** บริษัทมีการส่งเสริมด้านโปรโมชั่น ส่วนลด และของแถม เพื่อจูงใจลูกค้าในการตัดสินใจซื้อ
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ, ภาระหนี้ครัวเรือนสูง, และอัตราดอกเบี้ยที่สูง ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันสูงและอุปทานคงค้าง:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูงและมีอุปทานเหลือขายสะสม
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินส่งผลกระทบต่อผลกำไร
* **ข้อพิพาททางกฎหมาย:** มีข้อพิพาทกับผู้รับเหมาก่อสร้างที่ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อฐานะการเงินหากผลคำพิพากษาไม่เป็นคุณ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นสูง:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.39 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ซึ่งอยู่ในระดับสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์:** ความสามารถในการระบายสต็อกโครงการเดิม และการรับรู้รายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสถัดไป
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยและต้นทุนการกู้ยืมของบริษัท
* **ผลการพิจารณาคดีความ:** ความคืบหน้าและผลคำพิพากษาในคดีความกับผู้รับเหมาก่อสร้าง
* **ผลประกอบการของธุรกิจโรงพยาบาล:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโรงพยาบาล
* **การปรับกลยุทธ์การขายและการตลาด:** ประสิทธิผลของโปรโมชั่นและมาตรการกระตุ้นการขาย
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดขายโครงการ:** แม้ว่าเอกสารจะแสดงยอดขายรวมโครงการแนวสูงและแนวราบที่ 25,833.07 ล้านบาท แต่ยอดขายที่รับรู้รายได้ในไตรมาส 2/2569 อยู่ที่ 189.23 ล้านบาท ลดลง 28.19% จาก 263.50 ล้านบาทในปีก่อน สะท้อนถึงการชะลอตัวของการโอนกรรมสิทธิ์
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog ที่ชัดเจน แต่การลดลงของยอดโอนกรรมสิทธิ์บ่งชี้ว่า Backlog อาจไม่เพียงพอที่จะรองรับรายได้ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง
* **การเปิดโครงการใหม่:** บริษัทมีนโยบายชะลอการพัฒนาโครงการใหม่ๆ และมุ่งเน้นพัฒนาโครงการที่มีอยู่ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ในระยะยาว
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลต้นทุนก่อสร้างโดยตรง แต่ต้นทุนขายและการให้บริการในส่วนอสังหาริมทรัพย์ลดลงตามรายได้ ซึ่งสอดคล้องกับการโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง
* **D/E Ratio:** อยู่ที่ 2.39 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 2/2569 ซึ่งถือว่าค่อนข้างสูงสำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุข้อมูลกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์อาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดรับ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2569 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 5,277.62 ล้านบาท ลดลง 4.39% จากสิ้นปี 2568 โดยมีต้นทุนพัฒนาโครงการลดลง 5.01% และเงินสดเพิ่มขึ้น 52.45%
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,718.74 ล้านบาท ลดลง 0.91% จากสิ้นปี 2568 โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 16.71% ขณะที่หนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.46%
ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 11.78% เป็น 1,558.88 ล้านบาท จากผลขาดทุนสุทธิ
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.39 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 2.12 เท่า ณ สิ้นปี 2568 บ่งชี้ถึงการพึ่งพาหนี้สินที่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับส่วนทุน
อัตราส่วนความสามารถในการชำระดอกเบี้ยติดลบ (-2.08 เท่า) และอัตราส่วนความสามารถในการชำระภาระผูกพันติดลบ (-1.20 เท่า) สะท้อนถึงผลขาดทุนจากการดำเนินงาน ทำให้ไม่สามารถครอบคลุมภาระดอกเบี้ยและภาระผูกพันได้
## สรุปท้าย
หัวใจหลักของผลประกอบการ EVER ในไตรมาส 2/2569 คือการหดตัวของรายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นผลมาจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลงตามภาวะตลาดที่ชะลอตัว แม้ว่าธุรกิจโรงพยาบาลจะยังเติบโตได้ดี แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบดังกล่าวได้ทั้งหมด ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงหลักยังคงอยู่ที่ภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และภาระหนี้สินที่อยู่ในระดับสูง นักลงทุนควรจับตาดูความสามารถในการระบายสต็อกโครงการเดิม และแนวโน้มการฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงผลการพิจารณาคดีความที่อาจมีผลกระทบต่อบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EVER ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
307.40
ล้านบาท
↓ 49.6% YoY
กำไรขั้นต้น
58.05
ล้านบาท
↓ 40.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.88
%
กำไรสุทธิ
-69.60
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-22.64
%
D/E Ratio
2.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
307
↓ -49.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
58
↓ -40.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-70
↓ -52.4%
YoY
D/E Ratio
2.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EVER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.12
ROE (%)
-9.26
ROA (%)
0.98
Book Value/หุ้น
0.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EVER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EVER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-219.26
-18.85%
|
-270.20
-198.60%
|
274.04
-58.27%
|
656.73
-52.94%
|
1,395.53
+191.99%
|
477.93
-245.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
21.47
+60.58%
|
13.37
-54.07%
|
29.11
-125.53%
|
-114.03
+210.03%
|
-36.78
-11.05%
|
-41.35
+50.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
182.61
-17.33%
|
220.88
-171.38%
|
-309.46
-41.47%
|
-528.70
-60.94%
|
-1,353.72
+193.11%
|
-461.84
-420.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-15.18
+454.01%
|
-2.74
-56.65%
|
-6.32
-145.14%
|
14.00
+178.33%
|
5.03
-119.92%
|
-25.25
-88.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
35.21
-8.45%
|
38.46
-23.19%
|
50.07
+38.81%
|
36.07
+16.20%
|
31.04
-44.87%
|
56.30
-10.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.92
+21.90%
|
35.21
-8.45%
|
38.46
-23.19%
|
50.07
+38.81%
|
0.00
|
0.00
|