บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.07
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8600 out_tok=2410 at=2026-07-25T15:38:04 -->
# EVER Q3/2565: ขาดทุนสุทธิพุ่ง 104% สัญญาณรายได้อสังหาฯ หดตัว
## รายได้รวมหดตัว 6.65% กดดันกำไรสุทธิพลิกขาดทุนหนัก เหตุหลักจากยอดโอนโครงการอสังหาฯ ลดลง
บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) หรือ EVER รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 47.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.63% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 23.11 ล้านบาท โดยมีรายได้รวม 532.18 ล้านบาท ลดลง 6.65% จากปีก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากรายได้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง ขณะที่กลุ่มโรงพยาบาลเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตราผลกำไรของ EVER ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โดยรายได้รวมของบริษัทลดลง 6.65% ขณะที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 104.63%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักมาจาก **กลุ่มอสังหาริมทรัพย์** มีรายได้จากการขายอาคารที่พักอาศัยและทาวน์โฮมลดลง 63.90 ล้านบาท หรือ 12.89% เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์สิทธิในโครงการต่างๆ ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 36.41 ล้านบาท จาก 114.79 ล้านบาท เหลือ 78.38 ล้านบาท
ในทางตรงกันข้าม **กลุ่มโรงพยาบาล** มีรายได้เพิ่มขึ้น 26.59 ล้านบาท หรือ 36.61% จากการกลับมารักษาผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยทั่วไปที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำไรขั้นต้นของกลุ่มโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 9.78 ล้านบาท จาก 5.22 ล้านบาท เป็น 15.00 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่มโรงพยาบาลไม่สามารถชดเชยการลดลงของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ ได้แก่ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 5.83% จากการเร่งการขายและการสื่อสารการตลาดเพื่อกระตุ้นยอดขาย รวมถึงการบันทึกขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินสำหรับผลเสียหายจากคดีฟ้องร้องในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จำนวน 0.62 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 46.16% เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายลดลงจากการชำระคืนเงินกู้บางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ารายได้จากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลงเนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์สิทธิในโครงการต่างๆ แต่ไม่ได้ระบุถึงปริมาณ Pre-sale หรือ Backlog ที่ชัดเจน ทำให้ยากที่จะประเมินว่าการลดลงนี้จะเป็นเพียงชั่วคราวหรือมีแนวโน้มต่อเนื่อง ส่วนการเติบโตของกลุ่มโรงพยาบาลมีแนวโน้มที่ดีจากการกลับมาของจำนวนผู้ป่วย แต่ขนาดของรายได้ยังไม่มากพอที่จะชดเชยรายได้หลักจากอสังหาริมทรัพย์ได้ทั้งหมด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น 104.63%** เป็น 47.29 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 23.11 ล้านบาท
* **รายได้รวมลดลง 6.65%** เหลือ 532.18 ล้านบาท จาก 570.08 ล้านบาท
* **รายได้กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ลดลง 12.89%** เหลือ 432.00 ล้านบาท จาก 495.90 ล้านบาท เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ลดลง
* **รายได้กลุ่มโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น 36.61%** เป็น 99.22 ล้านบาท จาก 72.63 ล้านบาท จากการกลับมารักษาผู้ป่วย COVID-19 และผู้ป่วยทั่วไป
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 5.83%** จากการเร่งการขายและการสื่อสารการตลาด
* **บันทึกขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินจากคดีฟ้องร้อง** ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 0.62 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัท เอเวอร์แลนด์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 532.18 ล้านบาท ลดลง 6.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 570.08 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ 12.89% อย่างไรก็ตาม รายได้จากกลุ่มโรงพยาบาลเติบโตได้ดีถึง 36.61%
ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการลดลง 2.38% ทำให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 22.19% จาก 120.01 ล้านบาท เหลือ 93.38 ล้านบาท เมื่อรวมกับค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 16.42% และต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 5.83% ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนจากการดำเนินงาน 20.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไร 17.96 ล้านบาท
เมื่อพิจารณารายการอื่นๆ เช่น ต้นทุนทางการเงินที่ลดลง 46.16% และกำไร/ขาดทุนสุทธิที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขใหม่ของเครื่องมือทางการเงินที่วัดมูลค่าด้วยราคาทุนตัดจำหน่ายจำนวน 29.09 ล้านบาท (ซึ่งเกิดจากการขยายระยะเวลาชำระคืนเงินกู้) แต่เมื่อหักภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีแล้ว บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นใหญ่ 47.29 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 104.63% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุน 23.11 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของกลุ่มโรงพยาบาล:** การกลับมาของจำนวนผู้ป่วยทั้ง COVID-19 และผู้ป่วยทั่วไป เป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนรายได้และกำไรของกลุ่มโรงพยาบาล
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การลดลงของต้นทุนทางการเงิน 46.16% แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การลดลงของยอดโอนกรรมสิทธิ์ในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อรายได้หลักของบริษัท
* **ความไม่แน่นอนของคดีฟ้องร้อง:** การมีขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินจากคดีฟ้องร้องในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตหากมีคำตัดสินที่ต้องชำระค่าเสียหายเพิ่มเติม
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** แม้จะมีการเติบโต แต่ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอด Pre-sale และ Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์:** เพื่อประเมินแนวโน้มรายได้ในอนาคต
* **กลยุทธ์การระบายสต็อกโครงการที่สร้างเสร็จแล้ว:** เพื่อกระตุ้นยอดโอนกรรมสิทธิ์
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้จากกลุ่มอสังหาริมทรัพย์:** ว่าจะสามารถกลับมาเติบโตได้หรือไม่
* **ความคืบหน้าของคดีฟ้องร้อง:** และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อฐานะการเงิน
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2565 กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ของ EVER เผชิญกับความท้าทาย โดยรายได้จากการขายลดลง 12.89% คิดเป็น 63.90 ล้านบาท เนื่องจากยอดโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการต่างๆ ชะลอตัวลง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นของกลุ่มที่ลดลงจาก 114.79 ล้านบาท ในปีก่อน เหลือ 78.38 ล้านบาทในปีนี้
ต้นทุนขายที่ลดลง 7.22% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่สัมพันธ์กับปริมาณการขาย อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 16.42% และต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 5.83% เป็นปัจจัยที่กดดันผลประกอบการโดยรวม
ประเด็นที่น่าจับตาคือ การบันทึกขาดทุนจากการประมาณการหนี้สินสำหรับผลเสียหายจากคดีฟ้องร้องในกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุรายละเอียดของคดีที่เกี่ยวข้องกับการขออุทธรณ์คำพิพากษา และการยื่นคำร้องต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตหากมีคำตัดสินที่ต้องชำระค่าเสียหายเพิ่มเติม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารที่ให้มาไม่ได้แสดงรายละเอียดงบดุลและงบกระแสเงินสดโดยตรง ทำให้ไม่สามารถวิเคราะห์ฐานะการเงินและกระแสเงินสดของบริษัทในเชิงลึกได้
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ของ EVER สะท้อนถึงความท้าทายในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยรายได้หลักหดตัวและส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น แม้ว่ากลุ่มโรงพยาบาลจะมีการเติบโตที่ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักได้ ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไปคือแนวโน้มยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการอสังหาริมทรัพย์ และความคืบหน้าของคดีฟ้องร้อง ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางผลประกอบการในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ EVER ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
307.40
ล้านบาท
↓ 49.6% YoY
กำไรขั้นต้น
58.05
ล้านบาท
↓ 40.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
18.88
%
กำไรสุทธิ
-69.60
ล้านบาท
↓ 52.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-22.64
%
D/E Ratio
2.12
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
307
↓ -49.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
58
↓ -40.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-70
↓ -52.4%
YoY
D/E Ratio
2.12
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — EVER
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.12
ROE (%)
-9.26
ROA (%)
0.98
Book Value/หุ้น
0.30
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — EVER
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-219
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+21
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — EVER
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-219.26
-18.85%
|
-270.20
-198.60%
|
274.04
-58.27%
|
656.73
-52.94%
|
1,395.53
+191.99%
|
477.93
-245.96%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
21.47
+60.58%
|
13.37
-54.07%
|
29.11
-125.53%
|
-114.03
+210.03%
|
-36.78
-11.05%
|
-41.35
+50.25%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
182.61
-17.33%
|
220.88
-171.38%
|
-309.46
-41.47%
|
-528.70
-60.94%
|
-1,353.72
+193.11%
|
-461.84
-420.97%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-15.18
+454.01%
|
-2.74
-56.65%
|
-6.32
-145.14%
|
14.00
+178.33%
|
5.03
-119.92%
|
-25.25
-88.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
35.21
-8.45%
|
38.46
-23.19%
|
50.07
+38.81%
|
36.07
+16.20%
|
31.04
-44.87%
|
56.30
-10.85%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
42.92
+21.90%
|
35.21
-8.45%
|
38.46
-23.19%
|
50.07
+38.81%
|
0.00
|
0.00
|