บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
11.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17034 out_tok=3022 at=2026-07-25T15:13:51 -->
# DUSIT Q4/2564: รายได้โรงแรมฟื้นตัวดันยอดขายต่างประเทศ แต่ขาดทุนสุทธิเพิ่มจากค่าใช้จ่ายพิเศษ
## รายได้ธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศฟื้นตัวแรงรับเปิดประเทศ ขณะธุรกิจอื่นยังเผชิญแรงกดดัน
บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้รวม 825 ล้านบาท ลดลง 20.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าธุรกิจโรงแรมจะปรับตัวดีขึ้น 58.7% โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 341 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุน 134 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศช่วยพยุงรายได้ แต่ขาดทุนสุทธิเพิ่มจากรายการพิเศษ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ** ซึ่งช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากธุรกิจการศึกษาและอาหารได้บางส่วน อย่างไรก็ตาม **การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากรายการพิเศษที่เกิดขึ้นในปีนี้ โดยเฉพาะการบันทึกค่าเผื่อจากการด้อยค่าของสินทรัพย์จำนวน 106 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากถึงร้อยละ 95.1 เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2563 โดยเฉพาะโรงแรมในมัลดีฟส์ที่เข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว และโรงแรมในมะนิลาที่เริ่มมีนักธุรกิจและชาวฟิลิปปินส์เดินทางกลับเข้ามามากขึ้น ปัจจัยนี้สอดคล้องกับการที่หลายประเทศเริ่มผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางมากขึ้น
ในทางกลับกัน **ธุรกิจการศึกษา** มีรายได้ลดลงร้อยละ 27.1 เนื่องจากวิทยาลัยดุสิตธานีมีการลดค่าเล่าเรียนและเลื่อนหลักสูตรระยะสั้นออกไป รวมถึงโรงเรียนสอนประกอบอาหารเลอกอร์ดอง เบลอดุสิตที่ต้องปิดชั่วคราวจากการระบาดของ COVID-19 เช่นเดียวกับ **ธุรกิจอาหาร** ที่รายได้ลดลงร้อยละ 71.7 จากการปิดสถาบันการศึกษาชั่วคราวในไทยและเวียดนาม
ส่วน **การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น** เกิดจากบริษัทได้บันทึก **ค่าเผื่อจากการด้อยค่าของสินทรัพย์** จำนวน 106 ล้านบาท ในไตรมาส 1 ปี 2564 ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการรวมของปี
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ** มี **โอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากหลายประเทศยังคงผ่อนคลายมาตรการเดินทาง และมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลาง มัลดีฟส์ และฟิลิปปินส์ ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่ารายได้ธุรกิจโรงแรมในปี 2565 จะปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ประมาณร้อยละ 75 ของรายได้ในปี 2562 หากสถานการณ์การแพร่ระบาดไม่รุนแรงขึ้นและไม่มีภาวะสงครามที่ยืดเยื้อ
อย่างไรก็ตาม **การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้น** ในไตรมาส 4 ปี 2564 ส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษ (ค่าเผื่อด้อยค่า) ซึ่งเป็น **ลักษณะครั้งคราว** แต่ผลกระทบจาก COVID-19 ต่อธุรกิจการศึกษาและอาหารยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q4/2564 ลดลง 20.0% YoY อยู่ที่ 825 ล้านบาท** แต่รายได้ธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 58.7% YoY เป็น 649 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากโรงแรมในต่างประเทศ
* **ขาดทุนสุทธิ Q4/2564 เพิ่มขึ้นเป็น 341 ล้านบาท** จากขาดทุน 134 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์
* **รายได้ปี 2564 เพิ่มขึ้น 3.7% YoY อยู่ที่ 3,443 ล้านบาท** โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศและการขายสินทรัพย์ แต่ธุรกิจการศึกษาและอาหารยังคงลดลง
* **EBITDA ปี 2564 พลิกเป็นบวก 515 ล้านบาท** เพิ่มขึ้น 130.9% YoY จากปีก่อนที่ขาดทุน
* **ธุรกิจโรงแรมในประเทศเผชิญแรงกดดัน** จากการปรับเปลี่ยนรูปแบบการเดินทางเข้าประเทศ และการยกเลิกการจองช่วงปลายปีจากสายพันธุ์โอมิครอน
* **ธุรกิจการศึกษาและอาหารยังคงได้รับผลกระทบ** จากการปิดสถาบันการศึกษาชั่วคราวและการเลื่อนหลักสูตร
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 825 ล้านบาท ลดลง 20.0% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม 78.7%, ธุรกิจการศึกษา 10.4%, ธุรกิจอาหาร 7.3% และอื่นๆ 3.7% สำหรับปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 3,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.7% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม 52.2%, ธุรกิจการศึกษา 8.8%, ธุรกิจอาหาร 8.1%, ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 7.1% และอื่นๆ 23.8%
บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 4 ปี 2564 จำนวน 341 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้น 154.5% YoY และสำหรับปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 945 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 6.5% YoY
EBITDA ในไตรมาส 4 ปี 2564 อยู่ที่ -36 ล้านบาท ลดลง 278 ล้านบาท YoY แต่ EBITDA สำหรับปี 2564 อยู่ที่ 515 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 130.9% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลก** โดยเฉพาะในประเทศที่เริ่มผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศ
* **การเปิดประเทศของไทย** ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2564 และคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5 ล้านคนในปี 2565
* **การปรับกลยุทธ์ของบริษัท** มุ่งเน้นการสร้างสมดุลของรายได้ การกระจายความหลากหลายของธุรกิจ และการเติบโตอย่างมีคุณภาพ
* **โครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค** คาดว่าจะเปิดเฟสแรกในต้นปี 2567
* **โครงการ Food School** ที่คาดว่าจะเปิดในปี 2565 เป็นศูนย์ฝึกทำอาหารนานาชาติและศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการ
* **ธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ KAUAI** มีแผนขยายสาขาและเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่** และการกลับมารุนแรงของโรค อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว
* **ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน** อาจส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของนักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซีย
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม** ที่อาจทวีความรุนแรงขึ้นเมื่อการท่องเที่ยวฟื้นตัว
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน** และต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้น
* **การดำเนินงานของธุรกิจการศึกษาและอาหาร** ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดและมาตรการของภาครัฐ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ** ในครึ่งหลังของปี 2565 ตามที่ฝ่ายบริหารคาดการณ์
* **ผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน** ต่อจำนวนนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคดังกล่าว
* **ความคืบหน้าของโครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค** และโครงการคอนโดมิเนียม เดอะ แฮมป์ตันศรีราชา
* **การดำเนินงานของธุรกิจการศึกษาและอาหาร** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
* **การบริหารจัดการทางการเงิน** เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและความยืดหยุ่น
* **การปรับโครงสร้างองค์กรและการนำเทคโนโลยีมาใช้** เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:** รายได้จากธุรกิจโรงแรมที่ลงทุนเองในไตรมาส 4 ปี 2564 เพิ่มขึ้น 54.2% YoY เป็น 566 ล้านบาท โดยโรงแรมในต่างประเทศเติบโต 95.1% YoY จากการเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยวและนักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลาง รัสเซีย และอินเดีย ขณะที่โรงแรมในประเทศเติบโต 14.1% YoY จากโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ แต่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนเป็นระบบ Test & Go และการยกเลิกการจองช่วงปลายปีจากสายพันธุ์โอมิครอน สำหรับปี 2564 รายได้ธุรกิจโรงแรมรวมเพิ่มขึ้น 13.8% YoY เป็น 1,797 ล้านบาท
**ธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรม:** รายได้เพิ่มขึ้น 97.6% YoY ในไตรมาส 4 ปี 2564 เป็น 83 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 63.9% YoY สำหรับปี 2564 เป็น 241 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของการท่องเที่ยวในต่างประเทศและธุรกิจบริหารจัดการวิลล่า Elite Havens
**ธุรกิจการศึกษา:** รายได้ลดลง 27.1% YoY ในไตรมาส 4 ปี 2564 เป็น 86 ล้านบาท และลดลง 21.8% YoY สำหรับปี 2564 เป็น 302 ล้านบาท จากการลดค่าเล่าเรียน การเลื่อนหลักสูตร และการปิดโรงเรียนสอนประกอบอาหารชั่วคราว
**ธุรกิจอาหาร:** รายได้ลดลง 71.7% YoY ในไตรมาส 4 ปี 2564 เป็น 60 ล้านบาท และลดลง 38.8% YoY สำหรับปี 2564 เป็น 279 ล้านบาท จากผลกระทบการปิดสถาบันการศึกษาในไทยและเวียดนาม
**ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ลดลง 5.1% YoY สำหรับปี 2564 เป็น 244 ล้านบาท โดยมีส่วนแบ่งผลขาดทุนจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น
**ธุรกิจอื่น:** รายได้ลดลง 89.4% YoY ในไตรมาส 4 ปี 2564 เป็น 31 ล้านบาท จากกำไรจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงินที่ลดลง แต่สำหรับปี 2564 รายได้เพิ่มขึ้น 27.9% YoY เป็น 821 ล้านบาท จากกำไรจากการขายสินทรัพย์ (โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่)
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,784 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.1% YoY โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 6.3% จากการลงทุนในโครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค และสินทรัพย์ทางการเงินไม่หมุนเวียนอื่น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 19,889 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.1% YoY โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 25.1% จากการออกหุ้นกู้ระหว่างปี
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมลดลง 21.2% YoY อยู่ที่ 3,895 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลประกอบการที่ขาดทุน
บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,210 ล้านบาท ลดลง 14.8% YoY
อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเป็น 4.35 เท่า (หากไม่รวม TFRS 16 อยู่ที่ 1.99 เท่า) และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ 6.05 เท่า
อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเป็น 6.9% จาก 5.9% ในปีก่อน แต่อัตรากำไรสุทธิยังคงติดลบที่ -27.4%
## สรุปท้าย
DUSIT ในไตรมาส 4 ปี 2564 ยังคงเผชิญความท้าทายจากผลกระทบ COVID-19 ที่ส่งผลต่อธุรกิจการศึกษาและอาหาร แม้ว่าธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศจะฟื้นตัวได้ดี แต่การขาดทุนสุทธิที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากค่าใช้จ่ายพิเศษจากการด้อยค่าสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวทั่วโลกและแผนกลยุทธ์ที่ปรับใหม่ของบริษัทเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อประเมินทิศทางผลประกอบการในปี 2565 โดยเฉพาะการบริหารจัดการทางการเงินและธุรกิจให้สอดคล้องกับ New Normal และ Next Normal
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DUSIT ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
365.12
ล้านบาท
↑ 19.6% YoY
กำไรขั้นต้น
938.50
ล้านบาท
↓ 30.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
257.04
%
กำไรสุทธิ
173.28
ล้านบาท
↓ 44.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
47.46
%
D/E Ratio
3.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
365
↑ + 19.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
938
↓ -30.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
173
↓ -44.1%
YoY
D/E Ratio
3.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DUSIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.35
ROE (%)
-6.51
ROA (%)
0.97
Book Value/หุ้น
8.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DUSIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,760
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,956
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DUSIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,760.22
-313.28%
|
1,763.03
-425.08%
|
-542.33
+1,888.01%
|
-27.28
-97.33%
|
-1,020.55
-240.04%
|
728.77
+61.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5,955.66
+111.75%
|
2,812.54
+725.76%
|
340.60
-158.87%
|
-578.61
-232.07%
|
438.12
-116.75%
|
-2,614.96
+235.55%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,305.66
-151.99%
|
-2,511.50
-306.97%
|
1,213.45
+75.44%
|
691.68
-4.63%
|
725.26
+13.27%
|
640.30
-65.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,512.96
+64.20%
|
2,139.45
+105.09%
|
1,043.17
+570.85%
|
155.50
-24.79%
|
206.76
-77.83%
|
932.53
-307.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,551.63
+108.96%
|
1,699.65
-20.69%
|
2,142.99
+77.06%
|
1,210.33
-14.79%
|
1,420.46
-45.38%
|
2,600.47
+133.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,071.81
-41.67%
|
3,551.63
+107.75%
|
1,709.59
-20.22%
|
2,142.99
+77.06%
|
1,210.33
-14.79%
|
1,420.46
-45.38%
|