บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
11.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16057 out_tok=2554 at=2026-07-25T15:32:06 -->
# DUSIT Q3/2564 พลิกขาดทุนน้อยลง รับแรงหนุนรายได้โรงแรมต่างประเทศ-กำไรพิเศษ
## รายได้รวมโต 39.3% YoY แต่ธุรกิจหลักยังเผชิญแรงกดดันจาก COVID-19 ขณะที่การขายสินทรัพย์ช่วยหนุนผลประกอบการ
บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศและการรับรู้กำไรจากการขายสินทรัพย์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 302 ล้านบาท แม้จะลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตราการขาดทุนสุทธิของ DUSIT ลดลงในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจาก **การรับรู้กำไรจากการขายโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่ จำนวน 303 ล้านบาท** ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การปรับพอร์ตทรัพย์สิน (Asset Optimization) และ **การฟื้นตัวของรายได้ธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ** โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลาง มัลดีฟส์ และฟิลิปปินส์ ที่มีอัตราการเข้าพักเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรจากการขายสินทรัพย์:** การขายโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่ เป็นการปรับพอร์ตตามแผนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่ดีและเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยบริษัทยังคงรับจ้างบริหารโรงแรมภายใต้ชื่อเดิมต่อไปอีก 10 ปี ซึ่งสะท้อนความเชื่อมั่นในแบรนด์
* **รายได้โรงแรมต่างประเทศฟื้นตัว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางระหว่างประเทศในหลายประเทศ ทำให้โรงแรมในต่างประเทศ เช่น ดุสิตธานีมะนิลา ดุสิตธานีมัลดีฟส์ และโรงแรมในตะวันออกกลาง กลับมามีอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้น โดยเฉพาะในมัลดีฟส์ที่ได้รับอานิสงส์จากนักท่องเที่ยวจากซาอุดีอาระเบีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ รัสเซีย และอินเดีย
* **ธุรกิจในประเทศยังคงได้รับผลกระทบ:** แม้ภาพรวมจะดีขึ้น แต่ธุรกิจโรงแรมในประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของ COVID-19 รอบที่ 3 ทำให้มีการยกเลิกการจองห้องพักและรายได้ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก**
* **กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์:** เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งคราว ไม่สามารถคาดหวังให้เกิดขึ้นต่อเนื่องในทุกไตรมาส
* **รายได้ธุรกิจโรงแรมต่างประเทศ:** มีแนวโน้มที่จะฟื้นตัวต่อเนื่อง หากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศเหล่านั้นยังคงควบคุมได้ และมาตรการเดินทางระหว่างประเทศผ่อนคลายมากขึ้น
* **ธุรกิจโรงแรมในประเทศ:** คาดว่าจะค่อยๆ ปรับตัวดีขึ้นในไตรมาส 4 ปี 2564 จากการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นและการผ่อนคลายมาตรการ แต่ยังคงมีความเสี่ยงหากสถานการณ์การระบาดกลับมารุนแรงอีกครั้ง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% YoY:** เป็นผลจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศและการรับรู้กำไรพิเศษ
* **ขาดทุนสุทธิ 302 ล้านบาท ลดลง 12.0% YoY:** แม้จะยังขาดทุน แต่ลดลงจาก 343 ล้านบาทในปีก่อน
* **EBITDA 51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 196.2% YoY:** พลิกจากติดลบ 53 ล้านบาท เป็นบวก จากการบริหารจัดการต้นทุนและรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรจากการขายโรงแรมดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่ 303 ล้านบาท:** เป็นปัจจัยหลักที่ช่วยลดผลขาดทุน
* **ธุรกิจโรงแรมในประเทศยังคงอ่อนแอ:** ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์และข้อจำกัดในการเดินทาง
* **ธุรกิจการศึกษาและอาหารรายได้ลดลง:** จากการปิดสถาบันการศึกษาชั่วคราวและการปรับรูปแบบการเรียนการสอน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 DUSIT มีรายได้รวม 896 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.3% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจโรงแรม 43.4%, ธุรกิจการศึกษา 6.1%, ธุรกิจอาหาร 0.7%, ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ -0.2% และธุรกิจอื่น 50.0% (ซึ่งรวมกำไรจากการขายสินทรัพย์) แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่บริษัทฯ ยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 302 ล้านบาท ลดลง 12.0% YoY จากขาดทุน 343 ล้านบาทในปีก่อน EBITDA ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก -53 ล้านบาท เป็น 51 ล้านบาท
สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 2,618 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.4% YoY และมีผลขาดทุนสุทธิ 604 ล้านบาท ลดลง 31.2% YoY จากขาดทุน 878 ล้านบาทในปีก่อน EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก -19 ล้านบาท เป็น 551 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง:** เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ:** โดยเฉพาะในแถบตะวันออกกลาง มัลดีฟส์ และฟิลิปปินส์ ที่มีแนวโน้มดีขึ้น
* **การเข้าร่วมโครงการ "ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์":** ช่วยหนุนอัตราการเข้าพักของโรงแรมในภูเก็ต
* **การปรับโครงสร้างองค์กรและระบบ ERP:** มุ่งเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
* **โครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค:** ความคืบหน้าในการก่อสร้างและการขาย Residences เป็นสัญญาณที่ดี
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19 ที่อาจกลับมารุนแรง:** ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์การท่องเที่ยว:** การฟื้นตัวขึ้นอยู่กับการควบคุมการระบาดและอัตราการฉีดวัคซีน
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงแรม:** การแข่งขันที่สูงขึ้นเมื่อตลาดเริ่มฟื้นตัว
* **ผลกระทบต่อธุรกิจการศึกษาและอาหาร:** จากมาตรการควบคุมการระบาดที่อาจมีขึ้นอีกครั้ง
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** จากการออกหุ้นกู้เพื่อเสริมสภาพคล่อง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในประเทศ:** โดยเฉพาะในช่วงปลายปี 2564 และต้นปี 2565
* **ความคืบหน้าของโครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค:** ทั้งในด้านการก่อสร้างและการขาย
* **ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างองค์กรและระบบ ERP:** ต่อประสิทธิภาพการดำเนินงานและต้นทุน
* **การบริหารจัดการสภาพคล่องและหนี้สิน:** โดยเฉพาะการออกหุ้นกู้ชุดใหม่
* **การกลับมาเปิดดำเนินการของธุรกิจการศึกษาและอาหาร:** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ธุรกิจโรงแรม:** รายได้จากธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 91.6% YoY ในไตรมาส 3/2564 เป็น 389 ล้านบาท โดยรายได้จากโรงแรมในต่างประเทศเติบโตสูงถึง 209.1% YoY จากการกลับมาเปิดให้บริการเต็มรูปแบบและผ่อนคลายมาตรการเดินทาง ในขณะที่โรงแรมในประเทศรายได้ลดลง 14.8% YoY เนื่องจากผลกระทบจากการล็อกดาวน์ แม้ว่าอัตราการเข้าพักโดยรวมจะอยู่ที่ 42.7% เพิ่มขึ้นจาก 29.5% ในปีก่อน แต่ค่าห้องเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น 16.6% เป็น 2,360 บาทต่อคืน ส่งผลให้รายได้เฉลี่ยต่อห้องต่อคืนเพิ่มขึ้นถึง 68.6% เป็น 1,007 บาท
**ธุรกิจการศึกษา:** รายได้ลดลง 46.6% YoY เหลือ 55 ล้านบาท เนื่องจากมีการลดค่าเล่าเรียนและเลื่อนหลักสูตรระยะสั้นออกไป รวมถึงการปิดสถาบันสอนประกอบอาหารชั่วคราว
**ธุรกิจอาหาร:** รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 94.6% YoY เหลือเพียง 6 ล้านบาท เนื่องจากธุรกิจจัดเลี้ยงแก่สถาบันการศึกษาได้รับผลกระทบจากการปิดเรียน
**ธุรกิจอื่น:** รายได้เติบโตโดดเด่น 128.6% YoY เป็น 448 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากกำไรจากการขายที่ดินอาคารและอุปกรณ์ (โรงแรมดุสิตปริ๊นเซส เชียงใหม่) 303 ล้านบาท และส่วนแบ่งกำไรจาก DREIT ที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,206 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.6% จากสิ้นปี 2563 โดยสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในโครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค และสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่หนี้สินรวมอยู่ที่ 18,936 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.8% จากสิ้นปี 2563 โดยหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 13.6% เป็น 4,270 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (รวม TFRS 16) เพิ่มขึ้นเป็น 3.80 เท่า
บริษัทมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 1,035 ล้านบาท ลดลง 27.1% จากสิ้นปี 2563 โดยกระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 812 ล้านบาท แต่กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนและจัดหาเงินใช้ไปสุทธิ 1,109 ล้านบาท
## สรุปท้าย
DUSIT ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวจากการขาดทุนที่น้อยลง โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากกำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์และการกลับมาของรายได้ธุรกิจโรงแรมในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจหลักในประเทศยังคงเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์ COVID-19 การบริหารจัดการต้นทุนและสภาพคล่องทางการเงินยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องจับตา ขณะที่การเดินหน้าโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่และการปรับโครงสร้างองค์กรจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DUSIT ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
365.12
ล้านบาท
↑ 19.6% YoY
กำไรขั้นต้น
938.50
ล้านบาท
↓ 30.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
257.04
%
กำไรสุทธิ
173.28
ล้านบาท
↓ 44.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
47.46
%
D/E Ratio
3.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
365
↑ + 19.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
938
↓ -30.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
173
↓ -44.1%
YoY
D/E Ratio
3.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DUSIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.35
ROE (%)
-6.51
ROA (%)
0.97
Book Value/หุ้น
8.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DUSIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,760
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,956
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DUSIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,760.22
-313.28%
|
1,763.03
-425.08%
|
-542.33
+1,888.01%
|
-27.28
-97.33%
|
-1,020.55
-240.04%
|
728.77
+61.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5,955.66
+111.75%
|
2,812.54
+725.76%
|
340.60
-158.87%
|
-578.61
-232.07%
|
438.12
-116.75%
|
-2,614.96
+235.55%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,305.66
-151.99%
|
-2,511.50
-306.97%
|
1,213.45
+75.44%
|
691.68
-4.63%
|
725.26
+13.27%
|
640.30
-65.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,512.96
+64.20%
|
2,139.45
+105.09%
|
1,043.17
+570.85%
|
155.50
-24.79%
|
206.76
-77.83%
|
932.53
-307.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,551.63
+108.96%
|
1,699.65
-20.69%
|
2,142.99
+77.06%
|
1,210.33
-14.79%
|
1,420.46
-45.38%
|
2,600.47
+133.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,071.81
-41.67%
|
3,551.63
+107.75%
|
1,709.59
-20.22%
|
2,142.99
+77.06%
|
1,210.33
-14.79%
|
1,420.46
-45.38%
|