บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน)
SET · การท่องเที่ยวและสันทนาการ
11.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14904 out_tok=2484 at=2026-07-25T15:22:52 -->
# DUSIT Q1/2565: รายได้โรงแรมฟื้นตัวหนุนกำไรลดขาดทุน แต่ยังเผชิญแรงกดดันจากต้นทุน
## รายได้โรงแรมฟื้นตัวรับอานิสงส์เปิดประเทศ ขณะที่ธุรกิจอื่นยังเผชิญความท้าทาย
บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) หรือ DUSIT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกขาดทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงธุรกิจการศึกษาที่กลับมาเติบโต อย่างไรก็ตาม ภาพรวมรายได้รวมยังคงลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากผลกระทบจากรายการพิเศษและการชะลอตัวของบางธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ DUSIT ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกจากขาดทุนจำนวนมากในไตรมาสก่อนหน้า มาสู่การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรม** โดยเฉพาะรายได้จากโรงแรมที่ลงทุนเองในประเทศที่เติบโตสูงถึง 166.7% YoY และโรงแรมในต่างประเทศที่เติบโต 19.0% YoY ส่งผลให้รายได้รวมของธุรกิจโรงแรมเพิ่มขึ้น 45.1% YoY เป็น 634 ล้านบาท นอกจากนี้ ธุรกิจการศึกษายังเติบโตได้ดีถึง 21.9% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมเป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ COVID-19 ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ทำให้การเดินทางระหว่างประเทศและภายในประเทศเริ่มกลับมาคึกคักขึ้น โดยเฉพาะโครงการ Phuket Sandbox ที่ช่วยหนุนรายได้โรงแรมในภูเก็ต ขณะที่โรงแรมในต่างประเทศ เช่น มัลดีฟส์ และฟิลิปปินส์ ก็ได้รับอานิสงส์จากการเปิดประเทศเช่นกัน ส่งผลให้อัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และค่าห้องเฉลี่ย (Average Daily Rate) ปรับตัวสูงขึ้น โดย RevPar โดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 73.8% YoY
สำหรับธุรกิจการศึกษา การกลับมาเปิดให้บริการตามปกติของวิทยาลัยดุสิตธานี และจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นทั้งหลักสูตรปกติและระยะสั้น เป็นปัจจัยสำคัญที่ผลักดันรายได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าธุรกิจโรงแรมจะฟื้นตัวชัดเจนขึ้นในครึ่งหลังของปี 2565 จากการยกเลิกนโยบาย Test & Go และการคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้ารายได้ธุรกิจโรงแรมในปี 2565 จะอยู่ที่ประมาณ 75% ของปี 2562 หากสถานการณ์ไม่กลับมารุนแรงและสงครามไม่ยืดเยื้อ ธุรกิจการศึกษาและอาหารก็คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องเช่นกัน
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม 1,129 ล้านบาท ลดลง 13.9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 36.8% QoQ:** การลดลง YoY เป็นผลจากการลดลงของกำไรจากการขายเงินลงทุนและกำไรจากการวัดมูลค่าสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่การเพิ่มขึ้น QoQ มาจากการฟื้นตัวของธุรกิจหลัก
* **ขาดทุนสุทธิ 129 ล้านบาท ขาดทุนลดลง 276.7% YoY และ 62.2% QoQ:** การขาดทุนที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจโรงแรมและการศึกษา รวมถึงการลดลงของรายการขาดทุนพิเศษเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **EBITDA 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 243% QoQ:** สะท้อนการฟื้นตัวของการดำเนินงานหลัก โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม
* **รายได้ธุรกิจโรงแรม 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.1% YoY:** เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการฟื้นตัว โดยมีปัจจัยหนุนจากอัตราการเข้าพักและค่าห้องเฉลี่ยที่สูงขึ้น
* **ธุรกิจการศึกษา 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% YoY:** ได้รับแรงหนุนจากการกลับมาเปิดให้บริการตามปกติและจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 1,129 ล้านบาท ลดลง 13.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 36.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้หลักมาจากธุรกิจโรงแรม (56.2%) การศึกษา (11.3%) อาหาร (12.5%) และอสังหาริมทรัพย์ (11.8%) บริษัทรายงานผลขาดทุนสุทธิ 129 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุน 341 ล้านบาท และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เคยมีกำไร 73 ล้านบาท EBITDA อยู่ที่ 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจากไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** การผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลกและการเปิดประเทศของไทย จะเป็นปัจจัยหนุนสำคัญต่อธุรกิจโรงแรม
* **การเติบโตของธุรกิจการศึกษา:** การกลับมาเปิดการเรียนการสอนตามปกติและการขยายหลักสูตร จะช่วยเพิ่มรายได้และส่วนแบ่งกำไร
* **การขยายธุรกิจอาหาร:** การเพิ่มเมนู ช่องทางการจัดจำหน่าย และการเปิดร้านใหม่ของแบรนด์ KAUAI รวมถึงการขยายฐานลูกค้า HoReCa ของ Dusit Gourmet จะสร้างรายได้เพิ่มเติม
* **โครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่:** โครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค ที่มีความคืบหน้าในการก่อสร้าง และโครงการ The Hampton Sriracha ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จและโอนได้ในปี 2565-2566 จะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **การระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ใหม่:** แม้ความรุนแรงจะลดลง แต่การระบาดที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการท่องเที่ยว
* **สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน:** ส่งผลกระทบต่อการวางแผนการตลาดนักท่องเที่ยวจากยุโรปและรัสเซีย และอาจกระทบต่อต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบบางส่วน
* **นโยบาย Zero-Covid ของจีน:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจรับจ้างบริหารโรงแรมในประเทศจีน
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** การปรับราคาเพิ่มขึ้นของวัตถุดิบและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการออกหุ้นกู้และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่สูงในตลาดคอนโดมิเนียมและอสังหาริมทรัพย์ประเภทผสม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** โดยเฉพาะจากยุโรป เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอินเดีย หลังจากการปรับเปลี่ยนเป้าหมายนักท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าของโครงการดุสิต เซ็นทรัล พาร์ค:** โดยเฉพาะการเริ่มก่อสร้างอาคารโรงแรมและการเปิดเฟสแรกในปี 2567
* **การเปิดตัวโครงการ Food School:** และการเริ่มให้เช่าพื้นที่ในโซนการประกอบอาหารปลายไตรมาส 2 ปี 2565
* **การขยายสาขาของ KAUAI:** และการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและต้นทุนทางการเงินที่อาจเพิ่มขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ธุรกิจโรงแรม:** รายได้รวม 634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.1% YoY โดยโรงแรมในประเทศเติบโตโดดเด่นจากการผ่อนคลายมาตรการและการท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่โรงแรมในต่างประเทศฟื้นตัวต่อเนื่อง RevPar โดยรวมเพิ่มขึ้น 73.8% YoY จากอัตราเข้าพัก 47.0% และค่าห้องเฉลี่ย 3,899 บาท EBITDA ธุรกิจโรงแรมอยู่ที่ 123 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ธุรกิจการศึกษา:** รายได้ 128 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% YoY จากจำนวนนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นทั้งหลักสูตรปกติและระยะสั้น EBITDA 36 ล้านบาท
* **ธุรกิจอาหาร:** รายได้ 141 ล้านบาท ลดลง 11.3% YoY โดยธุรกิจในเวียดนามยังได้รับผลกระทบจากการเรียนออนไลน์ แต่ธุรกิจในไทยเติบโตเล็กน้อย EBITDA -1 ล้านบาท
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** รายได้ 133 ล้านบาท ลดลง 48.0% YoY เนื่องจากไม่มีการบันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวนมากเท่าปีก่อน EBITDA 114 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 23,634 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.6% จากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 11.4% จากเงินสดรับจากการขายสินทรัพย์ทางการเงิน ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 1.9% หนี้สินรวมอยู่ที่ 19,888 ล้านบาท ทรงตัวจากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 4.1% และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 1.1% ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม 3,746 ล้านบาท ลดลง 3.8% จากผลประกอบการที่ขาดทุน อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (รวม TFRS 16) อยู่ที่ 4.40 เท่า
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 386 ล้านบาท จากการรับล่วงหน้าและเงินมัดจำ แต่มีเงินสดจ่ายสุทธิจากการจัดหาเงิน 531 ล้านบาท ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดรวมเพิ่มขึ้นสุทธิ 253 ล้านบาท มาอยู่ที่ 1,471 ล้านบาท
## สรุปท้าย
DUSIT ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน โดยเฉพาะในธุรกิจโรงแรมซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพลิกขาดทุนให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและสถานการณ์เศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา ขณะที่การเดินหน้าตามแผนธุรกิจในส่วนของอสังหาริมทรัพย์และอาหารจะเป็นแรงหนุนการเติบโตในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DUSIT ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
365.12
ล้านบาท
↑ 19.6% YoY
กำไรขั้นต้น
938.50
ล้านบาท
↓ 30.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
257.04
%
กำไรสุทธิ
173.28
ล้านบาท
↓ 44.1% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
47.46
%
D/E Ratio
3.35
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
365
↑ + 19.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
938
↓ -30.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
173
↓ -44.1%
YoY
D/E Ratio
3.35
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DUSIT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.35
ROE (%)
-6.51
ROA (%)
0.97
Book Value/หุ้น
8.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DUSIT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,760
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+5,956
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DUSIT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-3,760.22
-313.28%
|
1,763.03
-425.08%
|
-542.33
+1,888.01%
|
-27.28
-97.33%
|
-1,020.55
-240.04%
|
728.77
+61.91%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
5,955.66
+111.75%
|
2,812.54
+725.76%
|
340.60
-158.87%
|
-578.61
-232.07%
|
438.12
-116.75%
|
-2,614.96
+235.55%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
1,305.66
-151.99%
|
-2,511.50
-306.97%
|
1,213.45
+75.44%
|
691.68
-4.63%
|
725.26
+13.27%
|
640.30
-65.84%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,512.96
+64.20%
|
2,139.45
+105.09%
|
1,043.17
+570.85%
|
155.50
-24.79%
|
206.76
-77.83%
|
932.53
-307.90%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,551.63
+108.96%
|
1,699.65
-20.69%
|
2,142.99
+77.06%
|
1,210.33
-14.79%
|
1,420.46
-45.38%
|
2,600.47
+133.79%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
2,071.81
-41.67%
|
3,551.63
+107.75%
|
1,709.59
-20.22%
|
2,142.99
+77.06%
|
1,210.33
-14.79%
|
1,420.46
-45.38%
|