บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
12.20
0.10 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18044 out_tok=2355 at=2026-07-25T13:02:24 -->
# DMT กำไร Q3/66 พุ่ง 26% รับปริมาณจราจรฟื้นตัวต่อเนื่อง
## รายได้-กำไรโตตามปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและเดินหน้าโครงการสู่ความยั่งยืน
บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 269.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณจราจรบนทางยกระดับที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเติบโตตามไปด้วย ขณะที่บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและเดินหน้าโครงการด้านความยั่งยืนตามแผน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรในไตรมาส 3 ปี 2566 ของ DMT คือ การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณจราจรบนทางยกระดับ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยกำไรสุทธิเติบโตถึง 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนปริมาณจราจรให้เพิ่มขึ้นคือ การกลับมาใช้ชีวิตและเดินทางตามปกติหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ประกอบกับการเข้าสู่ช่วงเปิดภาคการศึกษาในไตรมาส 3 ซึ่งส่งผลให้การเดินทางเพื่อการศึกษาและการทำงานเพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ พฤติกรรมของผู้ใช้ทางที่เลือกใช้ทางยกระดับเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการจราจรติดขัดบนถนนวิภาวดีรังสิตในช่วงฤดูฝน ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนปริมาณการใช้งานให้เพิ่มขึ้น โดยฝ่ายบริหารระบุว่า ปริมาณจราจรในไตรมาส 3 ปี 2566 ส่วนสัมปทานเดิมเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 67,921 คัน และส่วนต่อขยายด้านทิศเหนืออยู่ที่ 39,516 คัน ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนถึง 19.0% และ 11.7% ตามลำดับ การเพิ่มขึ้นของปริมาณจราจรนี้ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น 17% เป็น 589.85 ล้านบาท และ EBITDA เพิ่มขึ้น 24% เป็น 470.65 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าปริมาณจราจรในไตรมาสถัดไปจะทรงตัวและอาจเพิ่มขึ้นเล็กน้อย จากความมั่นใจในการใช้ชีวิตและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้น รวมถึงนโยบายกระตุ้นการท่องเที่ยวของภาครัฐ เช่น มาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจีนและคาซัคสถาน ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาคการท่องเที่ยวและการเดินทางโดยรวม นอกจากนี้ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคม เช่น แผนขยายท่าอากาศยานดอนเมือง และนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ก็เป็นปัจจัยที่อาจส่งผลบวกต่อปริมาณการเดินทางในระยะยาว แม้ว่าฝ่ายบริหารจะระบุว่ากลุ่มผู้ใช้รถไฟฟ้าอาจเป็นคนละกลุ่มกับผู้ใช้ทางยกระดับ แต่การเดินทางโดยรถยนต์ส่วนบุคคลยังคงมีความจำเป็นและได้รับแรงหนุนจากนโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV)
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/66 เติบโต 26% YoY** แตะ 269.49 ล้านบาท จากรายได้ค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้น 17% เป็น 589.85 ล้านบาท
* **ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันรวมเพิ่มขึ้น 16% YoY** สู่ระดับ 107,437 คัน
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 24% YoY** แตะ 470.65 ล้านบาท สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.18 เท่า** ณ สิ้นไตรมาส 3/66 แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
* **บริษัทฯ ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานงวด 9 เดือนแรกของปี 2566** ในอัตราหุ้นละ 1.05 บาท โดยจะจ่ายส่วนที่เหลือในอัตราหุ้นละ 0.35 บาท ในวันที่ 8 ธันวาคม 2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้ค่าผ่านทาง 589.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 และเพิ่มขึ้น 7% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 EBITDA อยู่ที่ 470.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% YoY และ 13% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 269.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% YoY และ 15% QoQ สำหรับผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 756.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** การกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติและการบริโภคภาคเอกชนที่ยังคงขยายตัว จะส่งผลดีต่อปริมาณจราจร
* **นโยบายภาครัฐ:** มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว เช่น การยกเว้นวีซ่า จะช่วยเพิ่มการเดินทาง
* **โครงการลงทุนภาครัฐ:** การเข้าร่วมประมูลโครงการทางด่วนใหม่ๆ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตในอนาคต
* **การพัฒนาระบบเทคโนโลยี:** การนำ RPA และ ERP มาใช้ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานและลดต้นทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนทางเศรษฐกิจ:** การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันจากระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบใหม่ๆ อาจส่งผลต่อพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้บริการ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเบิกใช้วงเงินหมุนเวียนระยะสั้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณจราจรในไตรมาส 4/66:** การฟื้นตัวต่อเนื่องจากการท่องเที่ยวและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุนใหม่:** การเข้าร่วมประมูลและพัฒนาโครงการทางด่วนใหม่ๆ
* **การนำระบบ RPA และ ERP มาใช้:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรและลดต้นทุน
* **ผลกระทบจากนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท:** การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทางของผู้ใช้บริการ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้และปริมาณจราจร:** รายได้ค่าผ่านทางเติบโต 17% YoY เป็น 589.85 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น 16% YoY เป็น 107,437 คันต่อวัน โดยเฉพาะส่วนสัมปทานเดิมที่เพิ่มขึ้น 19% และส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือเพิ่มขึ้น 11.7% ซึ่งเป็นผลจากการกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและการเดินทางเพื่อการศึกษา
**ต้นทุนการให้บริการ:** ต้นทุนการให้บริการทางยกระดับเพิ่มขึ้น 4% YoY เป็น 194.55 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นยังคงแข็งแกร่งที่ 67%
**ค่าใช้จ่ายในการบริหารและจัดจำหน่าย:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 12% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 12% YoY เป็น 48.75 ล้านบาท ส่วนต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 88% QoQ และ 58% YoY เป็น 9.88 ล้านบาท ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจกรรมทางการตลาดและการสื่อสาร
**อัตรากำไร:** EBITDA Margin อยู่ที่ 79.79% และ Net Profit Margin อยู่ที่ 45.69% ในไตรมาส 3/66 ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานและการบริหารต้นทุน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 10,231.80 ล้านบาท ลดลง 2.22% จากสิ้นปี 2565 โดยมีหนี้สินรวม 1,573.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 127% จากการเบิกใช้วงเงินหมุนเวียน 900 ล้านบาท ส่งผลให้ D/E Ratio เพิ่มขึ้นเป็น 0.18 เท่า ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 8,658.48 ล้านบาท ลดลง 11% จากการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 45% YoY เป็น 1,082.21 ล้านบาท จากรายได้และปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง 33% YoY เป็น 137.57 ล้านบาท ส่วนกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 150% เป็น 982.47 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก
## สรุปท้าย
DMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 แข็งแกร่งด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 26% YoY เป็นผลจากการฟื้นตัวของปริมาณจราจรที่ชัดเจน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนรายได้ค่าผ่านทาง แม้จะมีปัจจัยกดดันจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการเบิกใช้วงเงินหมุนเวียน แต่บริษัทฯ ยังคงบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีโอกาสต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงแผนการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ซึ่งต้องจับตาความคืบหน้าและการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DMT ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
632.91
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
225.28
ล้านบาท
↓ 39.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.59
%
กำไรสุทธิ
126.57
ล้านบาท
↓ 48.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.00
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
633
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
225
↓ -39.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
127
↓ -48.6%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
12.65
ROA (%)
14.36
Book Value/หุ้น
7.44
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-790
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+215
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-789.59
+71.30%
|
-460.94
|
— |
-248.38
+104.80%
|
-121.28
-110.20%
|
1,188.67
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
214.81
-1,940.70%
|
-11.67
|
— |
-338.40
+350.12%
|
-75.18
-139.06%
|
192.47
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
621.38
-13.59%
|
719.13
|
— |
91.71
-73.92%
|
351.61
-125.91%
|
-1,356.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.12
-142.21%
|
-12.13
|
— |
-495.08
-419.12%
|
155.14
+537.39%
|
24.34
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
315.74
+24.86%
|
252.87
-17.61%
|
— |
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|
392.85
+31.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
672.45
+112.98%
|
315.74
+24.86%
|
— |
306.94
-4.60%
|
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|