บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
12.20
0.10 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15632 out_tok=2332 at=2026-07-25T14:51:38 -->
# DMT กำไร Q1/2566 พุ่ง 75% รับปริมาณจราจรฟื้นตัวแรง
## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวฟื้นตัว ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่
บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 253.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 75% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณจราจรบนทางยกระดับดอนเมืองที่เพิ่มขึ้นถึง 58% สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและการกลับมาของภาคการท่องเที่ยว ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าพัฒนากลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงการขยายสู่ธุรกิจใหม่ๆ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DMT ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณจราจรบนทางยกระดับดอนเมือง** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้นถึง 58% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 75% มาอยู่ที่ 253.01 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของปริมาณจราจรนี้เป็นผลมาจากปัจจัยสนับสนุนหลายประการที่ฝ่ายจัดการระบุไว้ใน MD&A ได้แก่:
* **การยกเลิกมาตรการควบคุม COVID-19:** ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางกลับมาเป็นปกติ
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** ทั้งนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่กลับมาเร็วกว่าคาด
* **การบริโภคภาคเอกชนที่ฟื้นตัว:** ได้รับแรงหนุนจากการจ้างงานและรายได้แรงงานที่ปรับดีขึ้น
* **ความคุ้มค่าในการใช้ทางยกระดับ:** แม้ราคาน้ำมันจะสูงขึ้น แต่การใช้ทางยกระดับช่วยประหยัดเวลาและลดการบริโภคน้ำมันเมื่อเทียบกับการจราจรติดขัดบนถนนวิภาวดีรังสิต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มปริมาณจราจรจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในปี 2566 จากปัจจัยบวกต่างๆ เช่น ความเชื่อมั่นในการใช้ชีวิตและประกอบกิจการ การเปิดภาคการศึกษา นโยบายการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มากขึ้น รวมถึงแผนการขยายท่าอากาศยานดอนเมืองระยะที่ 3 ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณการเดินทางทางอากาศเพิ่มขึ้น และเชื่อมโยงกับการใช้ทางยกระดับดอนเมือง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามปัจจัยเสี่ยงจากเศรษฐกิจการเงินโลกและอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/2566 เติบโต 75% YoY** แตะ 253.01 ล้านบาท
* **ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 58% YoY** สู่ระดับ 107,655 คัน
* **รายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น 62% YoY** เป็น 576.53 ล้านบาท
* **EBITDA เพิ่มขึ้น 82% YoY** เป็น 443.16 ล้านบาท
* **D/E Ratio อยู่ในระดับต่ำที่ 0.13 เท่า** แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
* **ลงนาม JVA กับพันธมิตรญี่ปุ่น** เพื่อขยายธุรกิจด้านการตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน
* **ประกาศจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล Q1/2566** ที่ 0.35 บาทต่อหุ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่น โดยมีรายได้ค่าผ่านทางรวม 576.53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 5% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) EBITDA อยู่ที่ 443.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 82% YoY และ 11% QoQ ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 253.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 75% YoY และ 7% QoQ อัตรากำไรสุทธิต่อหุ้นอยู่ที่ 0.21 บาท เพิ่มขึ้น 75% YoY
## โอกาส
* **การฟื้นตัวต่อเนื่องของปริมาณจราจร:** จากการผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 การท่องเที่ยวที่กลับมาคึกคัก และการเปิดประเทศของจีน
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การร่วมทุนกับพันธมิตรญี่ปุ่นในธุรกิจตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน และการพัฒนาระบบเทคโนโลยี เช่น RPA และ ERP
* **โครงการลงทุนภาครัฐ:** ศักยภาพในการเข้าร่วมประมูลโครงการ Public-Private Partnership มูลค่าสูง
* **นโยบายสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า (EV):** อาจส่งผลให้ต้นทุนการเดินทางด้วยรถยนต์ต่ำลง และเพิ่มความคุ้มค่าในการใช้ทางยกระดับ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงและนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางทั่วโลก
* **การแข่งขัน:** การเกิดขึ้นของระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณจราจรในระยะยาว (แม้ปัจจุบันจะยังไม่ส่งผลกระทบมากนัก)
* **ความล่าช้าของโครงการภาครัฐ:** หากโครงการที่บริษัทฯ สนใจล่าช้ากว่ากำหนด อาจส่งผลต่อแผนการเติบโต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณจราจรในไตรมาสถัดไป:** การเติบโตต่อเนื่องสอดคล้องกับคาดการณ์ของฝ่ายจัดการหรือไม่
* **ความคืบหน้าของธุรกิจใหม่:** การดำเนินงานของบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ และการขยายธุรกิจด้านการตรวจสอบและบำรุงรักษา
* **การเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่:** โอกาสในการได้รับสัมปทานโครงการใหม่ๆ ที่จะเข้ามาเสริมรายได้ในอนาคต
* **ผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและต้นทุน:** การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* **การพัฒนาเทคโนโลยี:** การนำระบบ RPA และ ERP มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ปริมาณจราจร:** ในไตรมาส 1 ปี 2566 ปริมาณจราจรบนทางยกระดับดอนเมืองทั้งส่วนสัมปทานเดิมและส่วนต่อขยายมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยรวมเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 107,655 คัน เพิ่มขึ้น 58% YoY และ 7.7% QoQ โดยเฉพาะส่วนสัมปทานเดิม (ดินแดง-ดอนเมือง) ที่เชื่อมต่อกับใจกลางกรุงเทพฯ มีอัตราการเพิ่มขึ้นสูงกว่าส่วนต่อขยายด้านทิศเหนือ สะท้อนถึงการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเมือง
**รายได้และต้นทุน:** รายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น 62% YoY เป็น 576.53 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการให้บริการทางยกระดับเพิ่มขึ้น 52% YoY เป็น 207.24 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากต้นทุนสัมปทาน ค่าไฟฟ้า ค่าซ่อมบำรุง และค่าใช้จ่ายระบบผ่านทางอัตโนมัติ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 68% YoY
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 44% YoY เป็น 53.39 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงาน ค่าสื่อสาร ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับแผนพัฒนาธุรกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,796.78 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนหนึ่งมาจากการลงทุนในเงินลงทุนชั่วคราวและระยะยาว ต้นทุนสัมปทานลดลงจากการตัดจ่ายตามปริมาณจราจร หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 76.4% เป็น 1,220.66 ล้านบาท จากการเบิกใช้วงเงินหมุนเวียน 400 ล้านบาท และภาษีเงินได้ค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นลดลง 2.0% เป็น 9,576.12 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลจำนวน 448.87 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 133% เป็น 442.44 ล้านบาท จากรายได้และปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 126.89 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในเงินลงทุนระยะสั้นและยาว กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 51.83 ล้านบาท จากการจ่ายเงินปันผลและรับเงินกู้ยืมระยะสั้น
## สรุปท้าย
DMT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 แข็งแกร่ง กำไรสุทธิพุ่ง 75% จากแรงหนุนของปริมาณจราจรที่กลับมาคึกคัก สอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แม้จะมีความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่การเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้ DMT ยังคงมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DMT ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
632.91
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
225.28
ล้านบาท
↓ 39.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.59
%
กำไรสุทธิ
126.57
ล้านบาท
↓ 48.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.00
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
633
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
225
↓ -39.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
127
↓ -48.6%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
12.65
ROA (%)
14.36
Book Value/หุ้น
7.44
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-790
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+215
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-789.59
+71.30%
|
-460.94
|
— |
-248.38
+104.80%
|
-121.28
-110.20%
|
1,188.67
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
214.81
-1,940.70%
|
-11.67
|
— |
-338.40
+350.12%
|
-75.18
-139.06%
|
192.47
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
621.38
-13.59%
|
719.13
|
— |
91.71
-73.92%
|
351.61
-125.91%
|
-1,356.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.12
-142.21%
|
-12.13
|
— |
-495.08
-419.12%
|
155.14
+537.39%
|
24.34
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
315.74
+24.86%
|
252.87
-17.61%
|
— |
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|
392.85
+31.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
672.45
+112.98%
|
315.74
+24.86%
|
— |
306.94
-4.60%
|
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|