บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
12.20
0.10 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14050 out_tok=2669 at=2026-07-27T09:22:44 -->
DMT กำไร Q2/64 หดตัว 20% YoY รับพิษโควิดกระทบปริมาณจราจร
รายได้ค่าผ่านทางลดลง 18% YoY ขณะที่บริษัทฯ บริหารต้นทุนได้ดีขึ้น ส่งผลกำไรสุทธิอยู่ที่ 63.15 ล้านบาท ฝ่ายบริหารคาดการณ์ครึ่งปีหลังฟื้นตัวหากฉีดวัคซีนครอบคลุม
บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 63.15 ล้านบาท ลดลง 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ค่าผ่านทางที่ปรับลดลง 18% เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณการจราจรอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการทางยกระดับได้ดีขึ้น ส่งผลให้กำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิยังคงรักษาอยู่ในระดับที่น่าพอใจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ DMT ในไตรมาส 2 ปี 2564 เปลี่ยนแปลง มาจาก **ปริมาณการจราจรที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** อันเป็นผลโดยตรงจากการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่รุนแรงขึ้น ทำให้ภาครัฐออกมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าผ่านทางโดยตรง
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 ที่เริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 และการตรวจพบสายพันธุ์เดลต้าที่แพร่กระจายเร็ว ทำให้ภาครัฐต้องออกมาตรการที่เข้มข้นขึ้น เช่น การจำกัดกิจกรรม การเดินทาง และการปิดพื้นที่บางส่วน ส่งผลให้ปริมาณการจราจรบนทางยกระดับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในไตรมาส 2 ปี 2564 ปริมาณจราจรบนสัมปทานเดิมลดลงถึง 36.29% และตอนต่อขยายด้านทิศเหนือลดลง 31.28% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 และต่ำกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q2/63) ที่มีการล็อกดาวน์แล้วถึง 18.10% และ 17.11% ตามลำดับ ปริมาณจราจรที่ลดลงนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าผ่านทาง ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทฯ โดยในไตรมาส 2 ปี 2564 รายได้ค่าผ่านทางอยู่ที่ 251.44 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับ Q2/63
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** ฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าหากภาครัฐสามารถฉีดวัคซีนครอบคลุมประชากรเกิน 70% ในช่วงครึ่งปีหลัง จะเป็นปัจจัยบวกต่อเศรษฐกิจและส่งผลดีต่อปริมาณจราจรและรายได้ของบริษัทฯ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงของการระบาดระลอก 4 หรือการกลายพันธุ์ของไวรัสยังคงมีอยู่ ซึ่งต้องติดตามสถานการณ์และมาตรการของภาครัฐอย่างใกล้ชิด โดยคาดการณ์ว่าปริมาณจราจรจะเริ่มฟื้นตัวได้ในช่วงปลายปี 2564 หากสถานการณ์การระบาดคลี่คลาย
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/64 อยู่ที่ 63.15 ล้านบาท ลดลง 20% YoY** และ 56% QoQ
* **รายได้ค่าผ่านทาง Q2/64 อยู่ที่ 251.44 ล้านบาท ลดลง 18% YoY** และ 34% QoQ
* **ต้นทุนการให้บริการทางยกระดับลดลง 4% YoY** และ 11% QoQ จากการบริหารจัดการต้นทุนและเลื่อนแผนงานบางโครงการ
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 75% YoY** และ 49% QoQ จากการชำระคืนหนี้สินหลังการ IPO
* **D/E Ratio ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 0.40 ณ สิ้นปี 63 เป็น 0.11 ณ สิ้น Q2/64** หลังการใช้เงิน IPO ชำระคืนหนี้
* **บริษัทฯ มีนโยบายจ่ายเงินปันผลไม่ต่ำกว่า 90% ของกำไรสุทธิ** หลังหักภาษีและสำรองตามกฎหมาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้ค่าผ่านทาง 251.44 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 และลดลง 34% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากมาตรการของภาครัฐในการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อปริมาณจราจร แม้รายได้จะลดลง แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการทางยกระดับได้ดีขึ้น โดยลดลง 4% YoY และ 11% QoQ รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมากถึง 75% YoY จากการชำระคืนหนี้สิน ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 63.15 ล้านบาท ลดลง 20% YoY และ 56% QoQ
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 206.24 ล้านบาท ลดลง 35% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ค่าผ่านทางที่ลดลง 31% แต่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนรวมทั้งต้นทุนดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินได้ดีขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและปริมาณจราจร:** หากภาครัฐสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเร่งรัดการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุมประชากร จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและปริมาณการเดินทาง ซึ่งจะส่งผลบวกต่อรายได้ของบริษัทฯ
* **การขยายธุรกิจใหม่:** บริษัทฯ อยู่ระหว่างศึกษาและพัฒนาโครงการโครงข่ายระบบขนส่งรอง (Feeder) เพื่อเชื่อมโยงการเดินทางสู่ระบบขนส่งมวลชนขนาดใหญ่ เช่น รถไฟฟ้า และสนามบิน โดยใช้ระบบ Smart Feeder ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
* **การเข้าร่วมประมูลงาน PPP:** บริษัทฯ มีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลงานที่ภาครัฐเปิดเชิญชวนเอกชนเข้าร่วมลงทุน (Public Private Partnership) ในช่วงปลายปี 2564-2565
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความไม่แน่นอนของการแพร่ระบาดระลอกใหม่ หรือการกลายพันธุ์ของไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณจราจรและรายได้ของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง
* **มาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงมาตรการของภาครัฐในการควบคุมการแพร่ระบาด อาจส่งผลกระทบต่อการเดินทางและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งอาจเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** โดยเฉพาะแผนการฉีดวัคซีนและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
* **แนวโน้มปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทาง:** ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564
* **ความคืบหน้าในการศึกษาและพัฒนาโครงการ Feeder:** และการเข้าร่วมประมูลงานใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** เพื่อรักษาอัตรากำไรท่ามกลางความผันผวนของรายได้
* **การปฏิบัติตามแผนงานโครงการสำคัญ:** เช่น การขอรับรองระบบมาตรฐาน ISO และการพัฒนาระบบ ERP
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ปริมาณจราจรและรายได้:** ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปริมาณจราจรบนทางยกระดับดอนเมืองได้รับผลกระทบอย่างหนักจากการระบาดของโควิด-19 ระลอก 3 โดยปริมาณจราจรลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับทั้งไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางลดลงตามไปด้วย แม้ว่าบริษัทฯ จะพยายามบริหารจัดการต้นทุน แต่ผลกระทบต่อรายได้หลักยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่สำคัญ
**การบริหารต้นทุน:** บริษัทฯ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยต้นทุนการให้บริการทางยกระดับลดลงจากการบริหารจัดการต้นทุนดำเนินงาน การซ่อมบำรุง และการเลื่อนแผนงานบางส่วน นอกจากนี้ การชำระคืนหนี้สินจำนวนมากหลังการ IPO ยังช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญ
**การพัฒนาธุรกิจใหม่:** การศึกษาและพัฒนาโครงการ Feeder แสดงให้เห็นถึงความพยายามของบริษัทฯ ในการขยายขอบเขตธุรกิจไปยังการขนส่งมวลชนที่เชื่อมโยงกับโครงข่ายหลัก ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ใหม่ในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 10,512.97 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยจากสิ้นปี 2563 ในขณะที่หนี้สินรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 66% มาอยู่ที่ 1,049.39 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการนำเงินที่ได้จากการเพิ่มทุนไปชำระคืนหนี้เงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 24% เป็น 9,463.58 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงอย่างมากจาก 0.40 เป็น 0.11 ซึ่งสะท้อนถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่งขึ้น สภาพคล่องของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยอัตราส่วนสภาพคล่องเพิ่มขึ้นจาก 0.27 เป็น 0.84
ในส่วนของกระแสเงินสด ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 206.61 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า ซึ่งสอดคล้องกับผลประกอบการที่ลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 45.09 ล้านบาท และมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินสุทธิ 228.98 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการรับเงินจากการเพิ่มทุนและการจ่ายชำระคืนหนี้สิน
## สรุปท้าย
DMT เผชิญกับความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางในไตรมาส 2 ปี 2564 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับโครงสร้างหนี้สินหลังการ IPO ทำให้ฐานะการเงินแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก โอกาสในการฟื้นตัวในช่วงครึ่งปีหลังขึ้นอยู่กับการควบคุมการระบาดและการฉีดวัคซีนของภาครัฐ ขณะที่การขยายธุรกิจใหม่และการเข้าร่วมประมูลงาน PPP เป็นปัจจัยที่ต้องจับตาเพื่อการเติบโตในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DMT ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
632.91
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
225.28
ล้านบาท
↓ 39.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.59
%
กำไรสุทธิ
126.57
ล้านบาท
↓ 48.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.00
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
633
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
225
↓ -39.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
127
↓ -48.6%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
12.65
ROA (%)
14.36
Book Value/หุ้น
7.44
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-790
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+215
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-789.59
+71.30%
|
-460.94
|
— |
-248.38
+104.80%
|
-121.28
-110.20%
|
1,188.67
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
214.81
-1,940.70%
|
-11.67
|
— |
-338.40
+350.12%
|
-75.18
-139.06%
|
192.47
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
621.38
-13.59%
|
719.13
|
— |
91.71
-73.92%
|
351.61
-125.91%
|
-1,356.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.12
-142.21%
|
-12.13
|
— |
-495.08
-419.12%
|
155.14
+537.39%
|
24.34
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
315.74
+24.86%
|
252.87
-17.61%
|
— |
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|
392.85
+31.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
672.45
+112.98%
|
315.74
+24.86%
|
— |
306.94
-4.60%
|
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|