บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
12.20
0.10 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15962 out_tok=2293 at=2026-07-25T04:41:58 -->
# DMT กำไร Q2/66 พุ่ง 25% รับปริมาณจราจรฟื้นตัว
## รายได้ค่าผ่านทางโต 31% หนุนผลประกอบการ ขณะที่ฝ่ายจัดการเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่
บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 233.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของปริมาณจราจรบนทางยกระดับ ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเติบโตอย่างแข็งแกร่ง ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจใหม่เพื่อสร้างการเติบโตในระยะยาว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ DMT ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญของปริมาณจราจรบนทางยกระดับ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **รายได้ค่าผ่านทางที่เติบโตถึง 31%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยกำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 25%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของปริมาณจราจรมาจากปัจจัยสนับสนุนหลักคือ **การกลับมาของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน** ตามที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประมาณการไว้ โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย จีน และอินเดีย การฟื้นตัวนี้กระตุ้นการจ้างงานและรายได้แรงงาน ซึ่งส่งผลให้การเดินทางและการใช้บริการทางยกระดับเพิ่มขึ้นตามไปด้วย นอกจากนี้ ฝ่ายจัดการยังระบุว่า การใช้ทางยกระดับช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายด้านพลังงานจากการหลีกเลี่ยงการจราจรติดขัดบนถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้การใช้ทางยกระดับมีความคุ้มค่ามากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าแนวโน้มปริมาณจราจรจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสถัดไป จากความมั่นใจในการใช้ชีวิตและประกอบกิจการ การเปิดเทอม การเดินทางในช่วงฤดูฝน และการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งจะส่งผลให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัวและปริมาณการเดินทางโดยรวมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การขยายสนามบินดอนเมืองระยะที่ 2 และการเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ก็เป็นปัจจัยสนับสนุนในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/66 เพิ่มขึ้น 25% YoY** แตะ 233.71 ล้านบาท
* **รายได้ค่าผ่านทาง Q2/66 เติบโต 31% YoY** อยู่ที่ 553.50 ล้านบาท
* **ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวัน Q2/66 เพิ่มขึ้น 29% YoY** อยู่ที่ 102,165 คัน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.19 เท่า** แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
* **เปิดตัวบริษัทย่อย "เอสยามอินฟรา"** ดำเนินธุรกิจตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่
* **เดินหน้าพัฒนาระบบงานภายใน** ด้วยโครงการพัฒนา ERP และ SCM เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้ค่าผ่านทาง 553.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันเพิ่มขึ้น 29% เป็น 102,165 คัน ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 233.71 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับปีก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 รายได้ค่าผ่านทางและกำไรสุทธิปรับลดลง 4% และ 8% ตามลำดับ เนื่องจากปริมาณจราจรลดลงในช่วงเทศกาลสงกรานต์และวันหยุดยาว ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล
สำหรับผลประกอบการครึ่งแรกปี 2566 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 486.72 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 47% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น 45%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน:** เป็นปัจจัยหลักในการกระตุ้นปริมาณจราจรและการใช้บริการทางยกระดับ
* **การขยายธุรกิจใหม่:** การจัดตั้งบริษัท เอสยามอินฟรา จำกัด เพื่อดำเนินธุรกิจตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน จะช่วยเพิ่มแหล่งรายได้ใหม่และกระจายความเสี่ยง
* **โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐ:** DMT มีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ๆ ที่ภาครัฐเปิดโอกาสให้เอกชนร่วมลงทุน
* **การเติบโตของรถยนต์ไฟฟ้า (EV):** นโยบายสนับสนุน EV และการเพิ่มขึ้นของยอดจดทะเบียนรถยนต์ไฟฟ้า จะช่วยลดต้นทุนการเดินทางด้วยรถยนต์ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อการใช้ทางยกระดับในระยะยาว
* **การพัฒนาเทคโนโลยี:** การนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาระบบงานภายใน (ERP, SCM) จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจ:** ปัจจัยทางเศรษฐกิจมหภาค เช่น อัตราเงินเฟ้อ ราคาน้ำมัน และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทาง
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันจากระบบขนส่งสาธารณะรูปแบบอื่น หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการเดินทาง อาจส่งผลต่อปริมาณจราจรในอนาคต
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคม หรือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การเบิกใช้วงเงินหมุนเวียนระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง ส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณจราจรในไตรมาสถัดไป:** ติดตามการเติบโตต่อเนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าของโครงการขยายสนามบินดอนเมือง:** จะส่งผลต่อปริมาณผู้โดยสารและผู้ใช้บริการทางยกระดับ
* **การดำเนินงานของบริษัทย่อย เอสยามอินฟรา:** ประสิทธิภาพในการสร้างรายได้ใหม่จากการตรวจสอบและบำรุงรักษา
* **การเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่:** โอกาสในการขยายธุรกิจและสร้างการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการให้บริการและต้นทุนทางการเงินให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **ปริมาณจราจร:** ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันรวมอยู่ที่ 102,165 คัน เพิ่มขึ้น 29% YoY แต่ลดลง 5% QoQ เนื่องจากปัจจัยฤดูกาล (วันหยุดยาวช่วงสงกรานต์) อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับปี 2565 ปริมาณจราจรยังคงเติบโตได้ดี
* **รายได้ค่าผ่านทาง:** เติบโต 31% YoY เป็น 553.50 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุนการให้บริการทางยกระดับ:** เพิ่มขึ้น 38% YoY เป็น 56.72 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นต้นทุนสัมปทาน ค่าไฟฟ้า และค่าใช้จ่ายเชื่อมต่อระบบผ่านทางอัตโนมัติ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** บริษัทฯ มีการบริหารต้นทุนทางการเงินและผลตอบแทนจากการลงทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,521.12 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 11.69 ล้านบาท หนี้สินรวม 1,647.18 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.07 ล้านบาท จากการเบิกใช้วงเงินหมุนเวียน และส่วนของผู้ถือหุ้น 2,873.94 ล้านบาท ลดลง 16.76 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.19 เท่า ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับต่ำ แสดงถึงฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานในครึ่งแรกปี 2566 อยู่ที่ 770.50 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากปีก่อน โดยมีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 88.93 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในบริษัทย่อย และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 609.52 ล้านบาท เป็นผลมาจากการจ่ายเงินปันผลจำนวนมาก
## สรุปท้าย
DMT ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรมาจากการเติบโตของปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจโดยรวม แม้จะมีปัจจัยกดดันจากฤดูกาลและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นบ้าง แต่แนวโน้มในระยะต่อไปยังคงสดใสจากการขยายธุรกิจใหม่และการสนับสนุนจากภาครัฐและภาคเอกชน นักลงทุนควรจับตาการเติบโตของปริมาณจราจร ความคืบหน้าของโครงการใหม่ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อประเมินโอกาสการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DMT ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
632.91
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
225.28
ล้านบาท
↓ 39.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.59
%
กำไรสุทธิ
126.57
ล้านบาท
↓ 48.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.00
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
633
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
225
↓ -39.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
127
↓ -48.6%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
12.65
ROA (%)
14.36
Book Value/หุ้น
7.44
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-790
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+215
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-789.59
+71.30%
|
-460.94
|
— |
-248.38
+104.80%
|
-121.28
-110.20%
|
1,188.67
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
214.81
-1,940.70%
|
-11.67
|
— |
-338.40
+350.12%
|
-75.18
-139.06%
|
192.47
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
621.38
-13.59%
|
719.13
|
— |
91.71
-73.92%
|
351.61
-125.91%
|
-1,356.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.12
-142.21%
|
-12.13
|
— |
-495.08
-419.12%
|
155.14
+537.39%
|
24.34
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
315.74
+24.86%
|
252.87
-17.61%
|
— |
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|
392.85
+31.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
672.45
+112.98%
|
315.74
+24.86%
|
— |
306.94
-4.60%
|
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|