บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
12.20
0.10 (0.81%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15219 out_tok=2811 at=2026-07-25T14:47:18 -->
DMT กำไร Q2/2565 พุ่ง 195% รับปริมาณจราจรฟื้นตัวแรง
ปริมาณรถใช้ทางยกระดับดอนเมืองพุ่ง 65% YoY หนุนรายได้โต 68% ขณะที่ต้นทุนการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากการชำระคืนหนี้ ส่งผลกำไรสุทธิก้าวกระโดด ด้านฝ่ายบริหารคาดแนวโน้มปริมาณจราจรยังคงเติบโตต่อเนื่องจากมาตรการผ่อนคลายและการกระตุ้นเศรษฐกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของปริมาณการจราจรบนทางยกระดับ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าผ่านทาง และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ปัจจัยหลักที่ทำให้ปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 ของภาครัฐ ทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกขึ้น ประกอบกับการเปิดภาคเรียนแบบ Onsite และการกลับมาของนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ปริมาณการจราจรเฉลี่ยต่อวันในไตรมาส 2 ปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 65.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นนี้ได้ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2564 นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ ไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ยจากการชำระคืนเงินกู้ทั้งหมดในปีที่ผ่านมา ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมากถึง 97% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ปัจจัยทั้งสองนี้รวมกันส่งผลให้กำไรสุทธิของบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 195%
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าแนวโน้มปริมาณจราจรในไตรมาสถัดไปจะยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยบวกที่ภาครัฐสร้างความมั่นใจในการเดินทาง เช่น การผ่อนคลายมาตรการต่างๆ การขับเคลื่อนภาคการท่องเที่ยว และการเปิดภาคเรียนแบบ Onsite นอกจากนี้ การที่สนามบินดอนเมืองมีแนวโน้มที่จะกลับมาให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศมากขึ้น ก็จะเป็นปัจจัยบวกเพิ่มเติมต่อปริมาณจราจรบนทางยกระดับ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงติดตามสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 และเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจกระทบต่อสภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่ง 195% YoY:** บริษัทฯ รายงานกำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2565 ที่ 186.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 63.15 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2564
* **รายได้ค่าผ่านทางเติบโต 68% YoY:** ปริมาณการจราจรที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ส่งผลให้รายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้นเป็น 423.04 ล้านบาท จาก 251.44 ล้านบาทในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงินลดลงเกือบทั้งหมด:** การชำระคืนหนี้สินที่มีดอกเบี้ยทั้งหมด ทำให้ต้นทุนทางการเงินลดลงเหลือเพียง 0.20 ล้านบาท จาก 6.92 ล้านบาทในปีก่อน
* **ปริมาณจราจรฟื้นตัว 65.1% YoY:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ หนุนปริมาณรถใช้ทางยกระดับให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **D/E Ratio อยู่ในระดับต่ำ:** อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนยังคงต่ำที่ 0.07 เท่า สะท้อนฐานะการเงินที่แข็งแกร่ง
* **แผนพัฒนาเทคโนโลยีและบริการ:** บริษัทฯ เดินหน้าพัฒนาระบบเก็บค่าผ่านทางอัตโนมัติ (M-Flow) และระบบตรวจจับอุบัติการณ์อัตโนมัติ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัท ทางยกระดับดอนเมือง จำกัด (มหาชน) หรือ DMT มีผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายได้ค่าผ่านทางอยู่ที่ 423.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การเติบโตนี้เป็นผลโดยตรงจากการฟื้นตัวของปริมาณการจราจรที่เพิ่มขึ้นถึง 65.1% YoY อันเนื่องมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ EBITDA อยู่ที่ 306.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 158% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 186.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 195% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของต้นทุนทางการเงินจากการไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 330.44 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 60% YoY โดยมีรายได้ค่าผ่านทางเพิ่มขึ้น 23% YoY และสามารถบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงอย่างมาก
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเดินทาง:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ คาดว่าจะส่งผลให้ปริมาณการจราจรบนทางยกระดับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การพัฒนาเทคโนโลยีและระบบการเก็บค่าผ่านทาง:** การพัฒนาระบบ M-Flow และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้บริการ และอาจเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต
* **การลงทุนในโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีความพร้อมในการเข้าร่วมประมูลโครงการที่ภาครัฐเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน และศึกษาโอกาสในการลงทุนในธุรกิจอื่นๆ นอกเหนือจากธุรกิจทางด่วน
* **การเติบโตของธุรกิจ Non-Toll:** บริษัทฯ มีแผนพัฒนาธุรกิจอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทางด่วน เพื่อสร้างแหล่งรายได้ใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของการระบาดของโควิด-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การระบาดของโรคยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังและอาจส่งผลกระทบต่อการเดินทาง
* **ภาวะเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการเดินทางของผู้บริโภค
* **การแข่งขัน:** การแข่งขันในธุรกิจโครงสร้างพื้นฐานและการคมนาคมขนส่งอาจเพิ่มขึ้นในอนาคต
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการคมนาคมขนส่ง หรือการให้สัมปทาน อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มปริมาณจราจรในครึ่งปีหลัง:** ติดตามการเติบโตของปริมาณรถใช้ทางยกระดับอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะปัจจัยสนับสนุนจากการเปิดประเทศและการท่องเที่ยว
* **ความคืบหน้าโครงการ M-Flow:** การทดสอบและติดตั้งระบบ M-Flow จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการพัฒนาระบบเก็บค่าผ่านทางในอนาคต
* **การเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่:** ความสำเร็จในการประมูลโครงการทางด่วนหรือโครงการอื่นๆ จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
* **การพัฒนาธุรกิจ Non-Toll:** ความคืบหน้าในการศึกษาและลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการกระจายความเสี่ยงและสร้างรายได้เพิ่มเติม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนทางการเงินอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยรักษาอัตรากำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**ปริมาณจราจรและรายได้:** ไตรมาส 2 ปี 2565 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของการฟื้นตัว โดยปริมาณจราจรเฉลี่ยต่อวันรวมสัมปทานเดิมและตอนต่อขยายด้านทิศเหนืออยู่ที่ 79,487 คัน เพิ่มขึ้น 16.6% QoQ และ 65.1% YoY การฟื้นตัวนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ค่าผ่านทางที่เพิ่มขึ้น 19% QoQ และ 68% YoY เป็น 423.04 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางของผู้คน
**ต้นทุนการให้บริการ:** ต้นทุนการให้บริการทางยกระดับอยู่ที่ 147.95 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% QoQ และ 12% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนสัมปทานตัดจ่ายที่แปรผันตามปริมาณจราจรที่เพิ่มขึ้น และเงินบริจาค อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นยังคงแข็งแกร่งที่ 275.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25% QoQ และ 129% YoY
**ค่าใช้จ่ายในการบริหารและต้นทุนทางการเงิน:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารอยู่ที่ 40.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% QoQ แต่ลดลง 16% YoY ต้นทุนทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญเหลือเพียง 0.20 ล้านบาท จาก 6.92 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากบริษัทฯ ไม่มีภาระหนี้สินที่มีดอกเบี้ย
**เทคโนโลยีและนวัตกรรม:** บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนานวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง เช่น การทดสอบระบบ M-Flow, การพัฒนาระบบตรวจจับอุบัติการณ์อัตโนมัติ (Automatic Incident Detection System) ด้วย AI และการพัฒนาแพลตฟอร์ม Loyalty Program ผ่าน Line OA เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและสร้างความผูกพันกับลูกค้า
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 10,286.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากสิ้นปี 2564 โดยมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ 668.36 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ในระดับต่ำมากที่ 0.07 เท่า สะท้อนถึงความแข็งแกร่งทางการเงิน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 9,617.99 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 127% YoY เป็น 469.84 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้และปริมาณจราจร ในขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 7.02 ล้านบาท และกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 297.76 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการจ่ายเงินปันผลและชำระหนี้ตามสัญญาเช่า ทำให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดโดยรวมเพิ่มขึ้น 11% YoY เป็น 486.82 ล้านบาท
## สรุปท้าย
DMT ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรอยู่ที่ปริมาณการจราจรที่กลับมาคึกคักจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยฐานะการเงินที่แข็งแกร่งและแผนการลงทุนในเทคโนโลยีและธุรกิจใหม่ๆ DMT มีศักยภาพในการเติบโตต่อเนื่อง แม้จะยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก แต่แนวโน้มเชิงบวกจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเดินทางยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนที่สำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DMT ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
632.91
ล้านบาท
↑ 3.8% YoY
กำไรขั้นต้น
225.28
ล้านบาท
↓ 39.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
35.59
%
กำไรสุทธิ
126.57
ล้านบาท
↓ 48.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
20.00
%
D/E Ratio
0.09
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
633
↑ + 3.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
225
↓ -39.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
127
↓ -48.6%
YoY
D/E Ratio
0.09
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DMT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.09
ROE (%)
12.65
ROA (%)
14.36
Book Value/หุ้น
7.44
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DMT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-790
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+215
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DMT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-789.59
+71.30%
|
-460.94
|
— |
-248.38
+104.80%
|
-121.28
-110.20%
|
1,188.67
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
214.81
-1,940.70%
|
-11.67
|
— |
-338.40
+350.12%
|
-75.18
-139.06%
|
192.47
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
621.38
-13.59%
|
719.13
|
— |
91.71
-73.92%
|
351.61
-125.91%
|
-1,356.80
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
5.12
-142.21%
|
-12.13
|
— |
-495.08
-419.12%
|
155.14
+537.39%
|
24.34
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
315.74
+24.86%
|
252.87
-17.61%
|
— |
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|
392.85
+31.80%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
672.45
+112.98%
|
315.74
+24.86%
|
— |
306.94
-4.60%
|
321.75
-22.88%
|
417.20
+6.20%
|