บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6390 out_tok=2603 at=2026-07-25T14:16:45 -->
# DHOUSE พลิกขาดทุนสุทธิปี 2564 สู่ระดับ 7.28 ล้านบาท เหตุยอดโอนวูบจากโควิด-19
## รายได้จากการขายหด 34% กดดันกำไรขั้นต้นวูบ 58% ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 7.28 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 14.93 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานในปีนี้เผชิญแรงกดดัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายผลประกอบการที่เปลี่ยนแปลงไปในปี 2564 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 34.05%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงถึง 58.51%** และท้ายที่สุดทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 7.28 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 14.93 ล้านบาทในปี 2563
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ฝ่ายจัดการระบุคือ **สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่กลับมารุนแรงขึ้น** ส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า โดยลูกค้าบางส่วนชะลอการเข้าเยี่ยมชมโครงการ และบางรายไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้เนื่องจากธนาคารไม่อนุมัติสินเชื่อ นอกจากนี้ การแข่งขันที่สูงขึ้นในช่วงดังกล่าว ทำให้บริษัทต้องปรับเพิ่มนโยบายส่งเสริมการขาย โดยจัดโปรโมชั่น ของแถม และส่วนลดเงินสดพิเศษ ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 53.63% ในปี 2563 เหลือ 33.74% ในปี 2564
ในขณะเดียวกัน **ค่าใช้จ่ายในการบริหารกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.82%** จาก 21.78 ล้านบาท เป็น 23.05 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงานจากการเปิดรับพนักงานใหม่ ค่าอุปกรณ์สำนักงาน ค่าสอบบัญชีบริษัทย่อย และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในกลุ่มบริษัท ซึ่งเมื่อรายได้ลดลง แต่ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ยิ่งซ้ำเติมผลประกอบการให้ขาดทุน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากเอกสารระบุว่าสาเหตุหลักของการลดลงของรายได้เกิดจากสถานการณ์ COVID-19 ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่คาดว่าจะมีแนวโน้มคลี่คลายลงในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทต้องจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย อาจส่งผลต่ออัตรากำไรในระยะสั้นต่อไปจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติและ backlog ที่รอโอนมีมูลค่า 20.20 ล้านบาท ซึ่งอาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยผลกระทบจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายปี 2564 ลดลง 34.05%** เหลือ 60.75 ล้านบาท จาก 92.12 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อการโอนกรรมสิทธิ์
* **กำไรขั้นต้นลดลง 58.51%** เหลือ 20.50 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 53.63% เหลือ 33.74% เนื่องจากต้องจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 7.28 ล้านบาท** ในปี 2564 จากเดิมที่กำไร 14.93 ล้านบาทในปี 2563 เนื่องจากยอดขายลดลงและค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น
* **ยอดจองคงเหลือรอโอน ณ สิ้นปี 2564 อยู่ที่ 20.20 ล้านบาท** จาก 2 โครงการ คือ เดอะแกรนด์ คาแนล และพฤกภิรมย์ ศาลากลาง
* **หนี้สินรวมลดลง 18.33%** เหลือ 282.92 ล้านบาท จาก 346.41 ล้านบาท โดยเป็นการชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินและบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลง** จาก 0.72 เท่า เหลือ 0.63 เท่า สะท้อนการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปี 2564 บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 60.75 ล้านบาท ลดลง 34.05% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักมาจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อและการโอนกรรมสิทธิ์ ต้นทุนขายอยู่ที่ 40.26 ล้านบาท คิดเป็น 66.26% ของรายได้จากการขาย ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 20.50 ล้านบาท ลดลง 58.51% และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 53.63% เหลือ 33.74%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารรวมอยู่ที่ 26.88 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.83% โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 5.82% จากการจ้างพนักงานใหม่และค่าใช้จ่ายสนับสนุนการขยายธุรกิจ ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิสำหรับปี 2564 อยู่ที่ 7.28 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราขาดทุนสุทธิ 11.99%
## โอกาส
* **ยอดจองคงเหลือรอโอน:** มีมูลค่า 20.20 ล้านบาท จากโครงการเดอะแกรนด์ คาแนล และพฤกภิรมย์ ศาลากลาง ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในปีถัดไป
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การลดลงของหนี้สินรวมและการปรับตัวลงของ D/E Ratio แสดงถึงความพยายามในการบริหารโครงสร้างทางการเงินให้แข็งแกร่งขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจาก COVID-19:** การแพร่ระบาดที่ยังคงมีอยู่และอาจกลับมารุนแรงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อและการโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้าในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การต้องจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย สะท้อนถึงการแข่งขันที่สูงในตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งอาจกดดันอัตรากำไรในระยะยาว
* **การรับรู้รายได้จาก Backlog:** มูลค่า Backlog ที่มีอยู่ 20.20 ล้านบาท อาจไม่เพียงพอที่จะชดเชยค่าใช้จ่ายคงที่และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์:** การฟื้นตัวของยอดโอนกรรมสิทธิ์หลังสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลาย
* **การเปิดโครงการใหม่:** แผนการเปิดโครงการใหม่ของบริษัทเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมต้นทุนการขายและต้นทุนทางการเงิน
* **นโยบายส่งเสริมการขาย:** การปรับลดโปรโมชั่นพิเศษลงเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย เพื่อเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารกระแสเงินสด:** การบริหารสภาพคล่องเพื่อรองรับการดำเนินงานและการชำระหนี้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายปี 2564 มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดอะแกรนด์ เรสซิเดนซ์ (3.58 ลบ.), เดอะแกรนด์ คาแนล (10.59 ลบ.), แกรนด์ บิซ (13.90 ลบ.) และพฤกภิรมย์ ศาลากลาง (32.69 ลบ.)
* **Backlog:** ณ สิ้นปี 2564 มี Backlog มูลค่า 20.20 ล้านบาท จากโครงการเดอะแกรนด์ คาแนล (10.64 ลบ.) และพฤกภิรมย์ ศาลากลาง (9.56 ลบ.) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 53.63% เป็น 33.74% เนื่องจากต้องจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วง COVID-19
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสาร แต่การที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลง อาจมีปัจจัยด้านต้นทุนแฝงอยู่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 733.00 ล้านบาท ลดลง 11.68% โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และต้นทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่วนหนึ่งถูกนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้ยืม
หนี้สินรวมอยู่ที่ 282.92 ล้านบาท ลดลง 18.33% จากการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงจาก 0.72 เท่า เหลือ 0.63 เท่า ซึ่งถือเป็นการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 450.08 ล้านบาท ลดลง 6.93% จากการจ่ายเงินปันผลและการบันทึกผลขาดทุนสุทธิ
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่การลดลงของสินทรัพย์หมุนเวียน (เงินสด) และการชำระคืนหนี้สิน บ่งชี้ถึงการใช้เงินสดในการดำเนินงานและลดภาระทางการเงิน
## สรุปท้าย
ปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ DHOUSE โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่รายได้จากการขายที่หดตัวลงกว่า 34% จากผลกระทบของ COVID-19 และการต้องจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก และทำให้บริษัทพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 7.28 ล้านบาท แม้ว่าบริษัทจะสามารถบริหารจัดการหนี้สินได้ดีขึ้น โดย D/E Ratio ลดลง แต่การที่ Backlog รอโอนมีมูลค่าจำกัด และความเสี่ยงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ยังคงอยู่ นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการฟื้นตัวของยอดโอนกรรมสิทธิ์ และความสามารถในการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายของบริษัทในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DHOUSE ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
69.76
ล้านบาท
↑ 7.9% YoY
กำไรขั้นต้น
9.96
ล้านบาท
↑ 1.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.27
%
กำไรสุทธิ
-5.86
ล้านบาท
↑ 136.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.39
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
70
↑ + 7.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↑ + 1.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↑ + 136.4%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DHOUSE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
-6.65
ROA (%)
-0.78
Book Value/หุ้น
0.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DHOUSE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+40
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DHOUSE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.30
-223.73%
|
-32.57
-218.78%
|
27.42
+253.81%
|
7.75
-49.21%
|
15.26
-15.36%
|
18.03
-78.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.11
-59.04%
|
2.71
-83.37%
|
16.30
+91.09%
|
8.53
+1,275.81%
|
0.62
-182.67%
|
-0.75
-86.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-13.27
-138.02%
|
34.90
-1,369.09%
|
-2.75
-108.69%
|
31.65
-77.78%
|
142.45
+58.63%
|
89.80
-284.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
28.15
+457.43%
|
5.05
-87.67%
|
40.96
-14.51%
|
47.91
-69.74%
|
158.33
+47.86%
|
107.08
+245.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
31.18
+7.22%
|
29.08
+55.92%
|
18.65
-50.36%
|
37.57
-72.12%
|
134.74
+330.89%
|
31.27
+12,408.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
27.13
-12.99%
|
31.18
+7.22%
|
29.08
+55.92%
|
18.65
-50.36%
|
0.00
|
0.00
|