บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7856 out_tok=2318 at=2026-07-27T09:22:10 -->
# DHOUSE พลิกขาดทุนหนัก Q2/64 สวนทางรายได้หด เหตุโควิดกระทบโอน-ดันค่าใช้จ่ายพุ่ง
## รายได้จากการขายวูบ 55% กดดันกำไรสุทธิพลิกขาดทุน 2.57 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มรับการขยายธุรกิจ
บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 2.57 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5.73 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 55.57% ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ DHOUSE ในไตรมาส 2 ปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากปัจจัยลบ 2 ประการหลัก คือ การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขาย และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญคือ **รายได้จากการขายที่ลดลง 55.57%** เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2563 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นหดหายไปถึง 71.30% และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 31.84%** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้นถึง 53.83% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ 2.57 ล้านบาท จากเดิมที่เคยมีกำไร 5.73 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายที่ลดลง** มีสาเหตุหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่กลับมารุนแรงขึ้นตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 และต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 2 ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการเข้าเยี่ยมชมโครงการและการตัดสินใจซื้อ รวมถึงการดำเนินงานบางส่วนของบริษัทเกิดความล่าช้า ทำให้แผนการโอนกรรมสิทธิ์โครงการไม่เป็นไปตามคาด โดยรายได้ที่รับรู้มาจากโครงการเดอะแกรนด์ คาแนล, แกรนด์ บิซ และพฤกภิรมย์ ศาลากลาง
ในส่วนของ **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** จาก 54.63% ในปีก่อน เหลือ 35.30% ในไตรมาสนี้ เกิดจากการปรับเพิ่มนโยบายส่งเสริมการขาย เช่น การจัดโปรโมชั่น ของแถม และส่วนลดเงินสดพิเศษ เพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงสถานการณ์ COVID-19
ขณะที่ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น** มาจากการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายด้านพนักงานจากการจ้างงานใหม่, ค่าอุปกรณ์สำนักงาน, ค่าสอบบัญชีบริษัทย่อย และค่าธรรมเนียมต่างๆ เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในกลุ่มบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในอนาคต ฝ่ายจัดการระบุว่าได้เร่งออกมาตรการต่างๆ เพื่อให้กระบวนการทำงานกลับสู่ภาวะปกติแล้ว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและการโอนกรรมสิทธิ์ในระยะสั้นต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายลดลง 55.57%** ในไตรมาส 2 ปี 2564 อยู่ที่ 10.61 ล้านบาท จาก 23.89 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นลดลง 71.30%** อยู่ที่ 3.75 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 54.63% เหลือ 35.30%
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 2.57 ล้านบาท** ในไตรมาส 2 ปี 2564 จากที่เคยมีกำไร 5.73 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 31.84%** อยู่ที่ 6.41 ล้านบาท โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายบริหารที่เพิ่มขึ้น 53.83%
* **ยอดจองคงเหลือรอโอน ณ 30 มิ.ย. 64** รวม 8 ยูนิต มูลค่า 23.18 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนประจำไตรมาส 2 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จำนวน 10.61 ล้านบาท ลดลง 55.57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อและการดำเนินงานล่าช้า ทำให้กำไรขั้นต้นลดลง 71.30% อยู่ที่ 3.75 ล้านบาท และมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 31.84% ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 2.57 ล้านบาท
สำหรับงวดสะสมหกเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีรายได้จากการขายรวม 36.90 ล้านบาท ลดลง 21.12% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน และมีขาดทุนสุทธิ 2.39 ล้านบาท
## โอกาส
* **ยอดจองคงเหลือรอโอน:** บริษัทมียอดจองคงเหลือรอโอนโครงการรวม 8 ยูนิต มูลค่า 23.18 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในอนาคต
* **การขยายธุรกิจ:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารสะท้อนถึงการเตรียมพร้อมเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในกลุ่มบริษัท ซึ่งอาจเป็นโอกาสในการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **การแพร่ระบาดของ COVID-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดที่ยังคงมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องต่อการตัดสินใจซื้อของลูกค้า การดำเนินงาน และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ
* **ต้นทุนการส่งเสริมการขาย:** การปรับเพิ่มนโยบายส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงสถานการณ์ยากลำบาก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหารเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ อาจเป็นภาระต่อผลประกอบการในระยะสั้น หากรายได้ยังไม่สามารถเติบโตตามได้ทัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์:** ความสามารถในการเร่งกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ให้กลับสู่ภาวะปกติ และการบริหารจัดการผลกระทบจาก COVID-19
* **การบริหารต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ควบคู่ไปกับการรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปิดโครงการใหม่:** แผนการเปิดโครงการใหม่และการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่ๆ ของบริษัท
* **สถานการณ์ COVID-19:** ผลกระทบต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขาย:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2564 โดยเฉพาะการโอนกรรมสิทธิ์โครงการเดอะแกรนด์ คาแนล, แกรนด์ บิซ และพฤกภิรมย์ ศาลากลาง ซึ่งสะท้อนถึงผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ทำให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจและส่งผลต่อความล่าช้าในการดำเนินงาน
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ปรับลดลงอย่างมากในไตรมาส 2 ปี 2564 เนื่องจากบริษัทต้องจัดโปรโมชั่นและส่วนลดพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขายในช่วงที่กำลังซื้อชะลอตัว
* **Backlog:** มีมูลค่ารอโอน 23.18 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้เป็นรายได้ในไตรมาสถัดไป แต่ยังคงต้องจับตาความสามารถในการส่งมอบภายใต้ข้อจำกัดต่างๆ
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงการลงทุนเพื่อการขยายธุรกิจ ซึ่งเป็นสัญญาณบวกในระยะยาว แต่กดดันผลประกอบการในระยะสั้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 737.40 ล้านบาท ลดลง 11.05% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เพื่อใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
หนี้สินรวมอยู่ที่ 282.42 ล้านบาท ลดลง 18.47% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 454.97 ล้านบาท ลดลง 5.72% จากสิ้นปี 2563 เนื่องจากการจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.62 เท่า ลดลงจาก 0.72 เท่าในสิ้นปี 2563 ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
DHOUSE เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 2 ปี 2564 จากผลกระทบของ COVID-19 ที่ทำให้รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการบริหาร ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิ แม้จะมี Backlog รอรับรู้รายได้และมีการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น แต่การฟื้นตัวของผลประกอบการยังคงขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดและการปรับตัวของกำลังซื้อในตลาดอสังหาริมทรัพย์.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DHOUSE ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
69.76
ล้านบาท
↑ 7.9% YoY
กำไรขั้นต้น
9.96
ล้านบาท
↑ 1.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.27
%
กำไรสุทธิ
-5.86
ล้านบาท
↑ 136.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.39
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
70
↑ + 7.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↑ + 1.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↑ + 136.4%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DHOUSE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
-6.65
ROA (%)
-0.78
Book Value/หุ้น
0.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DHOUSE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+40
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DHOUSE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.30
-223.73%
|
-32.57
-218.78%
|
27.42
+253.81%
|
7.75
-49.21%
|
15.26
-15.36%
|
18.03
-78.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.11
-59.04%
|
2.71
-83.37%
|
16.30
+91.09%
|
8.53
+1,275.81%
|
0.62
-182.67%
|
-0.75
-86.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-13.27
-138.02%
|
34.90
-1,369.09%
|
-2.75
-108.69%
|
31.65
-77.78%
|
142.45
+58.63%
|
89.80
-284.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
28.15
+457.43%
|
5.05
-87.67%
|
40.96
-14.51%
|
47.91
-69.74%
|
158.33
+47.86%
|
107.08
+245.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
31.18
+7.22%
|
29.08
+55.92%
|
18.65
-50.36%
|
37.57
-72.12%
|
134.74
+330.89%
|
31.27
+12,408.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
27.13
-12.99%
|
31.18
+7.22%
|
29.08
+55.92%
|
18.65
-50.36%
|
0.00
|
0.00
|