บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน)
MAI ·
0.30
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7521 out_tok=3086 at=2026-07-25T15:30:05 -->
# DHOUSE Q3/2564 ขาดทุนสุทธิ 1.57 ลบ. เหตุโควิดกระทบยอดโอน-โปรโมชั่นกดมาร์จิ้น
## รายได้-กำไรหดตัวแรง YoY จากผลกระทบโควิด-19 ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการปรับลดโปรโมชั่นเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท ดีเฮ้าส์พัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ DHOUSE รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 1.57 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 3.13 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 47.20% จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ ขณะเดียวกันอัตรากำไรขั้นต้นก็ปรับลดลงจากการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ DHOUSE เปลี่ยนแปลงในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ประกอบกับการปรับลดลงของอัตรากำไรขั้นต้น** โดยในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขาย 12.48 ล้านบาท ลดลง 47.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 51.86% ในไตรมาส 3 ปี 2563 เหลือ 39.82% ในไตรมาส 3 ปี 2564 ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 1.57 ล้านบาท เทียบกับกำไร 3.13 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**สาเหตุหลักของรายได้ที่ลดลง** มาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่กลับมารุนแรงขึ้น ทำให้ลูกค้าบางส่วนชะลอการเข้าเยี่ยมชมโครงการและการตัดสินใจซื้อออกไปชั่วคราว ส่งผลให้แผนการโอนกรรมสิทธิ์บ้านไม่เป็นไปตามคาดการณ์
**ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจากการที่บริษัทได้ปรับเพิ่มนโยบายการส่งเสริมการขาย โดยจัดให้มีโปรโมชั่นของแถมและส่วนลดเงินสดพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อบ้านในช่วงดังกล่าว เพื่อกระตุ้นยอดขายภายใต้สถานการณ์ที่ท้าทาย
นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารยังเพิ่มขึ้น 14.48% ในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายด้านพนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน ค่าสอบบัญชี และค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในกลุ่มบริษัท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีโอกาสที่จะปรับตัวดีขึ้นได้หากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลง
เหตุผลสนับสนุนคือ ฝ่ายจัดการระบุว่าการชะลอการตัดสินใจซื้อของลูกค้าเป็นไป "ชั่วคราว" และบริษัทได้มีการปรับลดโปรโมชั่นเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งหากสถานการณ์การระบาดดีขึ้นและลูกค้ากลับมาตัดสินใจซื้อ โครงการที่มียอดจองคงเหลือรอโอนจำนวน 8 ยูนิต มูลค่า 21.25 ล้านบาท จะสามารถรับรู้รายได้และส่งผลดีต่ออัตรากำไรได้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 1.57 ล้านบาทใน Q3/2564:** พลิกจากกำไร 3.13 ล้านบาทใน Q3/2563 เนื่องจากรายได้ลดลงและอัตรากำไรขั้นต้นหดตัว
* **รายได้จากการขายลดลง 47.20% YoY:** เหลือ 12.48 ล้านบาทใน Q3/2564 จากผลกระทบ COVID-19 ทำให้ลูกค้าชะลอการซื้อ
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 51.86% ใน Q3/2563 เหลือ 39.82% ใน Q3/2564 จากการจัดโปรโมชั่นพิเศษ
* **ยอดจองคงเหลือรอโอน 21.25 ล้านบาท:** ประกอบด้วย 8 ยูนิต จากโครงการ The Grand Canal, Grand Biz, และ Pruksaphirrom Salaklang
* **หนี้สินรวมลดลง 20.91%:** เหลือ 273.98 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2564 จากการชำระคืนเงินกู้ยืม
* **อัตราส่วน D/E ลดลง:** อยู่ที่ 0.60 เท่า ณ สิ้น Q3/2564 จาก 0.72 เท่า ณ สิ้นปี 2563
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขาย 12.48 ล้านบาท ลดลง 47.20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อและแผนการโอนกรรมสิทธิ์ไม่เป็นไปตามคาดการณ์ ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 1.57 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 3.13 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวดสะสม 9 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทมีรายได้จากการขาย 49.39 ล้านบาท ลดลง 29.87% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 3.97 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 13.74 ล้านบาทในปีก่อน
อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 39.82% ลดลงจาก 51.86% ในปีก่อน เนื่องจากการปรับเพิ่มนโยบายส่งเสริมการขาย เช่น โปรโมชั่นของแถมและส่วนลดเงินสดพิเศษ
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารในไตรมาส 3 ปี 2564 อยู่ที่ 6.06 ล้านบาท ลดลง 14.04% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 14.48% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุมาจากค่าใช้จ่ายด้านพนักงาน อุปกรณ์สำนักงาน ค่าสอบบัญชี และค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **ยอดจองคงเหลือรอโอน:** โครงการที่มียอดจองคงเหลือรอโอนจำนวน 8 ยูนิต มูลค่า 21.25 ล้านบาท เป็นโอกาสในการรับรู้รายได้ในอนาคตอันใกล้
* **การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19:** หากสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง อาจส่งผลให้ลูกค้ากลับมาตัดสินใจซื้อและเข้าเยี่ยมชมโครงการได้มากขึ้น
* **การขยายตัวของธุรกิจ:** ฝ่ายจัดการระบุว่ามีการเพิ่มค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการมองหาโอกาสในการเติบโตในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสถานการณ์ COVID-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง โดยเฉพาะในกลุ่มที่อยู่อาศัย ซึ่งอาจกดดันราคาขายและอัตรากำไร
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับสูงขึ้น:** หากมีการใช้วัสดุก่อสร้างหรือแรงงานเพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ จำเป็นต้องมีการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อไม่ให้กระทบต่อผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์:** ติดตามการรับรู้รายได้จากยอดจองคงเหลือรอโอน 21.25 ล้านบาท ว่าจะสามารถโอนได้มากน้อยเพียงใดในไตรมาสถัดไป
* **การปรับกลยุทธ์การขายและการตลาด:** สังเกตการณ์ว่าบริษัทจะมีการปรับกลยุทธ์อย่างไรเพื่อกระตุ้นยอดขายภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน และจะสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้หรือไม่
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** จับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ
* **สถานการณ์ COVID-19 และมาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์การแพร่ระบาดและมาตรการต่างๆ ของภาครัฐ จะส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **การโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้จากการขายในไตรมาส 3 ปี 2564 มาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ The Grand Residence (3.58 ล้านบาท), The Grand Canal (2.29 ล้านบาท), Grand Biz (3.49 ล้านบาท) และ Pruksaphirrom Salaklang (3.12 ล้านบาท) ซึ่งรวมแล้วลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **ยอดจองคงเหลือรอโอน (Backlog):** ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 มีมูลค่ารวม 21.25 ล้านบาท จาก 8 ยูนิต โดยโครงการ The Grand Canal มี 4 ยูนิต (8.63 ล้านบาท), Grand Biz มี 1 ยูนิต (3.60 ล้านบาท) และ Pruksaphirrom Salaklang มี 3 ยูนิต (9.02 ล้านบาท) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างรายได้ในอนาคต
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** มีการปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 ปี 2564 เนื่องจากบริษัทมีการจัดโปรโมชั่นพิเศษเพื่อกระตุ้นยอดขาย ซึ่งเป็นผลกระทบโดยตรงจากสถานการณ์ COVID-19
* **ต้นทุนขาย:** ในไตรมาส 3 ปี 2564 คิดเป็น 60.18% ของรายได้จากการขาย ซึ่งสูงขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อนที่ 48.14% ของรายได้จากการขาย (แต่เมื่อเทียบกับรายได้ที่ลดลง ต้นทุนขายลดลง 34.02%)
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** มีการลดลงในไตรมาส 3 ปี 2564 แต่เพิ่มขึ้นในงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลง 12.36% จาก 829.98 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 727.38 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2564 โดยสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจากการนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 20.91% จาก 346.41 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 273.98 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2564 จากการชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลง 6.24% จาก 483.57 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2563 เป็น 453.40 ล้านบาท ณ สิ้น Q3/2564 จากการจ่ายเงินปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** ลดลงจาก 0.72 เท่า ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.60 เท่า ณ สิ้น Q3/2564 ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
DHOUSE เผชิญกับความท้าทายในไตรมาส 3 ปี 2564 โดยมีผลขาดทุนสุทธิ 1.57 ล้านบาท อันเป็นผลมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมากถึง 47.20% จากผลกระทบของ COVID-19 และการปรับลดอัตรากำไรขั้นต้นจากการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นยอดขาย แม้ว่าบริษัทจะมียอดจองคงเหลือรอโอนมูลค่า 21.25 ล้านบาท และฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่งขึ้นจากการลดลงของหนี้สิน แต่การฟื้นตัวของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดที่คลี่คลายลง และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ DHOUSE ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
69.76
ล้านบาท
↑ 7.9% YoY
กำไรขั้นต้น
9.96
ล้านบาท
↑ 1.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
14.27
%
กำไรสุทธิ
-5.86
ล้านบาท
↑ 136.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-8.39
%
D/E Ratio
0.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
70
↑ + 7.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
10
↑ + 1.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-6
↑ + 136.4%
YoY
D/E Ratio
0.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — DHOUSE
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.90
ROE (%)
-6.65
ROA (%)
-0.78
Book Value/หุ้น
0.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — DHOUSE
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+40
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+1
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — DHOUSE
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
40.30
-223.73%
|
-32.57
-218.78%
|
27.42
+253.81%
|
7.75
-49.21%
|
15.26
-15.36%
|
18.03
-78.78%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
1.11
-59.04%
|
2.71
-83.37%
|
16.30
+91.09%
|
8.53
+1,275.81%
|
0.62
-182.67%
|
-0.75
-86.03%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-13.27
-138.02%
|
34.90
-1,369.09%
|
-2.75
-108.69%
|
31.65
-77.78%
|
142.45
+58.63%
|
89.80
-284.81%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
28.15
+457.43%
|
5.05
-87.67%
|
40.96
-14.51%
|
47.91
-69.74%
|
158.33
+47.86%
|
107.08
+245.20%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
31.18
+7.22%
|
29.08
+55.92%
|
18.65
-50.36%
|
37.57
-72.12%
|
134.74
+330.89%
|
31.27
+12,408.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
27.13
-12.99%
|
31.18
+7.22%
|
29.08
+55.92%
|
18.65
-50.36%
|
0.00
|
0.00
|