บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
68.25
0.25 (0.36%)
สรุปสั้น
หากไม่รวมรายการที่มิได้เกิดขึ้นเป็นประจําและผลกระทบทางมาตรฐานบัญชีแล้ว บริษัทฯ จะมีรายได้และกําไรสุทธิเพิ่มขึ้น 23% และ 72% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามลําดับ และฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 4 ปีก่อนเช่นเดียวกัน จากการฟื้นตัวของการดําเนินงานศูนย์การค้า การให้ส่วนลดสนับสนุนผู้เช่าลดลง และการฟื้นตัวของธุรกิจ โรงแรม รวมถึงการควบคุมต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่ส่งผลให้อัตรากําไรจากการดําเนินงานดีขึ้นด้วย
ในไตรมาสแรกของปี 2565 บริษัทฯ เพิ่มพื้นที่ให้เช่าสุทธิในไตรมาสแรกของปีได้เกือบ 15,000 ตร.ม. จากการขยายเซ็นทรัล วิลเลจ เฟส 2 และการปรับปรุงพื้นที่ของ เซ็นทรัล พระราม 2 ปัจจุบัน บริษัทฯ บริหารศูนย์การค้าทั้งหมด 55 แห่ง รวมพื้นที่ให้ เช่าสุทธิเกือบ 2.2 ล้าน ตร.ม. และมีอัตราการเช่าพื้นที่เฉลี่ยอยู่ที่ 91%
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15245 out_tok=3006 at=2026-07-25T13:47:48 -->
# CPN กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 268% รับธุรกิจฟื้น-รายได้ลงทุนหนุน
## รายได้รวมโต 44% สวนเศรษฐกิจโลกชะลอ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากการท่องเที่ยวและการบริโภคในประเทศ
บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 9,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,753 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 117% โดยหากไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจากมาตรฐานบัญชี กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 268% สะท้อนการฟื้นตัวของธุรกิจหลักและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางปัจจัยท้าทายจากเศรษฐกิจโลก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ CPN ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจหลักทุกประเภท ประกอบกับการรับรู้รายได้จากการลงทุนและรายการพิเศษ** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดด
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **การฟื้นตัวของธุรกิจหลัก:** ปัจจัยบวกจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 การกลับมาใช้ชีวิตตามปกติ และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ส่งผลให้ธุรกิจที่ได้รับผลกระทบโดยตรง เช่น ธุรกิจโรงแรม บริการศูนย์อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมมีอัตราเข้าพักเพิ่มขึ้นเป็น 60% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัยมีรายได้เพิ่มขึ้น 43% จากการเร่งก่อสร้างและยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากการให้เช่าและบริการเติบโต:** แม้จะมีการเปิดศูนย์การค้าใหม่ (เซ็นทรัล จันทบุรี) และปรับปรุงพื้นที่ (เซ็นทรัล พระราม 2) ทำให้พื้นที่ให้เช่าสุทธิเพิ่มขึ้น 2% เป็น 2.3 ล้าน ตร.ม. และอัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 90% แต่การฟื้นตัวของปริมาณผู้ใช้บริการและยอดขายของผู้เช่า ส่งผลให้รายได้ค่าเช่าประเภทส่วนแบ่งยอดขายเพิ่มขึ้น 15% ประกอบกับการปรับขึ้นค่าเช่าเฉลี่ยในธุรกิจอาคารสำนักงาน ทำให้รายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการโดยรวมเพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปีก่อน
* **รายการพิเศษและรายได้จากการลงทุน:** บริษัทฯ มีกำไรพิเศษก่อนหักภาษีจำนวน 345 ล้านบาท จากการที่บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ใช้สิทธิซื้อหุ้น 10% ในบริษัทร่วมทุนโครงการดุสิต เซ็นทรัลพาร์ค นอกจากนี้ ยังมีการบันทึกรายได้ดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าทางการเงิน (Financial lease) จากเซ็นทรัล พระราม 2 จำนวน 360 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการปรับใช้นโยบายบัญชี TFRS16
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก:** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและกำลังซื้อภายในประเทศน่าจะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยลบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ย อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในระยะถัดไป ส่วนรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์หรือการลงทุนนั้นเป็นลักษณะครั้งคราว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/65 แตะ 9,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% YoY** จากการฟื้นตัวของทุกธุรกิจหลัก โดยเฉพาะโรงแรม ศูนย์อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย
* **กำไรสุทธิ Q2/65 อยู่ที่ 2,753 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117% YoY** (หากไม่รวมรายการพิเศษและ TFRS16 กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 268% เป็น 2,313 ล้านบาท)
* **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) อยู่ที่ 50%** เพิ่มขึ้นจาก 37% ในปีก่อน และอัตรากำไรจากการดำเนินงาน (Operating Profit Margin) อยู่ที่ 34% เพิ่มขึ้นจาก 17% ในปีก่อน
* **ธุรกิจให้เช่าและบริการมีรายได้ 7,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% YoY** จากการเปิดศูนย์การค้าใหม่ การปรับปรุงพื้นที่ และการฟื้นตัวของยอดขายผู้เช่า
* **ธุรกิจโรงแรมมีรายได้ 203 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 332% YoY** จากอัตราเข้าพักที่เพิ่มขึ้นเป็น 60%
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายมีรายได้ 665 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% YoY** จากการเร่งก่อสร้างและยอดขายโครงการแนวสูงที่เพิ่มขึ้น
* **บริษัทฯ ประกาศแผนลงทุน 5 ปีข้างหน้า** ขยายธุรกิจโรงแรม 37 แห่ง (4,000 ห้อง) และอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย 50 โครงการ
* **ฐานะการเงินยังแข็งแกร่ง** อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.89 เท่า ต่ำกว่านโยบายบริษัทฯ ที่ 1 เท่า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 CPN รายงานรายได้รวม 9,151 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 13% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีกำไรสุทธิ 2,753 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 117% YoY และ 18% QoQ หากพิจารณาเฉพาะผลการดำเนินงานหลัก (ไม่รวมรายการพิเศษและผลกระทบจาก TFRS16) รายได้รวมอยู่ที่ 8,961 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 268% YoY การฟื้นตัวนี้เป็นผลมาจากการปรับตัวดีขึ้นของทุกธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรม บริการศูนย์อาหาร และอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย รวมถึงการบริหารต้นทุนค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยวและกำลังซื้อในประเทศ:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อธุรกิจค้าปลีก โรงแรม และบริการ
* **การขยายธุรกิจตามแผน:** แผนการลงทุน 5 ปีข้างหน้า ทั้งในธุรกิจโรงแรม 37 แห่ง และอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย 50 โครงการ จะเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว
* **โครงการใหม่ที่น่าสนใจ:** การเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ และโครงการมาร์เช่ ทองหล่อ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้และขยายฐานลูกค้า
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การเข้าลงทุนใน JWD Store it! เป็นการขยายสู่ธุรกิจบริการพื้นที่เก็บของให้เช่า ซึ่งตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น และสอดคล้องกับกลยุทธ์การเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจหลัก
* **การออก Green Bond:** สะท้อนความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อองค์กร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ นโยบายการเงินตึงตัวของธนาคารกลางหลัก และการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **ต้นทุนพลังงานและสินค้าที่สูงขึ้น:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและอัตราเงินเฟ้อ
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกและอสังหาริมทรัพย์:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันอัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้รายได้อื่นลดลง 21% จากไตรมาสก่อนเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายการเงินในประเทศ:** แนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทย อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ:** จำนวนนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อที่จะเข้ามามีผลโดยตรงต่อธุรกิจค้าปลีกและโรงแรม
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** ต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความคืบหน้าของโครงการใหม่:** โดยเฉพาะเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ และมาร์เช่ ทองหล่อ รวมถึงแผนการขยายธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ท่ามกลางแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ
* **การเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ย:** ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ธุรกิจให้เช่าและบริการ:** รายได้เติบโต 52% YoY เป็น 7,707 ล้านบาท จากการเพิ่มพื้นที่เช่า 2% และการฟื้นตัวของยอดขายผู้เช่า รวมถึงการปรับค่าเช่าเฉลี่ยในอาคารสำนักงานที่เพิ่มขึ้น 15% YoY อัตราการเช่าเฉลี่ยอยู่ที่ 90%
* **ธุรกิจโรงแรม:** รายได้เติบโต 332% YoY เป็น 203 ล้านบาท จากอัตราเข้าพักที่เพิ่มขึ้นเป็น 60% และอัตราค่าห้องพักเฉลี่ยที่ดีขึ้น
* **ธุรกิจบริการศูนย์อาหาร:** รายได้เติบโต 117% YoY เป็น 156 ล้านบาท จากการกลับมาของนักท่องเที่ยวและพนักงานบริษัท
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย:** รายได้เติบโต 43% YoY เป็น 665 ล้านบาท จากการเร่งก่อสร้างโครงการแนวราบที่ล่าช้าจากปีก่อน และยอดขายโครงการแนวสูงที่เพิ่มขึ้น
* **Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog ของโครงการที่พักอาศัยโดยตรง แต่ระบุความคืบหน้าของโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง เช่น โครงการแนวสูง เอสเซ็นท์ ระยอง 2 มียอดจอง 77% และโครงการแนวราบ นีรติ บางนา มียอดจอง 78% ซึ่งบ่งชี้ถึงรายได้รอการรับรู้ในอนาคต
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดศูนย์การค้าเซ็นทรัล จันทบุรี ในเดือนพฤษภาคม และมีแผนเปิดเซ็นทรัล เวสต์วิลล์ ในปลายปี 2566
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป แต่กล่าวถึงการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพท่ามกลางสภาวะที่ต้นทุนต่างๆ ทยอยเพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **หนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ย:** ณ สิ้นไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 81,886 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยมีอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักลดลงมาอยู่ที่ 1.62%
* **อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.89 เท่า เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า แต่ยังต่ำกว่านโยบายบริษัทฯ ที่ 1 เท่า และต่ำกว่า Debt Covenant ที่ 1.75 เท่า
* **สภาพคล่อง:** อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 0.55 เท่า ลดลงจาก 0.65 เท่าในไตรมาสก่อนหน้า
* **กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่ระบุว่าความสามารถในการจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 14 เท่า เนื่องจากดอกเบี้ยจ่ายลดลง
## สรุปท้าย
CPN โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 แข็งแกร่งเกินคาด ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการฟื้นตัวของธุรกิจหลักทุกภาคส่วน โดยเฉพาะโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ที่พักอาศัย ประกอบกับรายได้จากการลงทุนและรายการพิเศษ แม้เศรษฐกิจโลกจะมีความไม่แน่นอน แต่การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการขยายธุรกิจตามแผน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาปัจจัยภายนอกที่อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและต้นทุนการดำเนินงาน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ CPN ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
15,312.86
ล้านบาท
↑ 6.7% YoY
กำไรขั้นต้น
8,375.04
ล้านบาท
↑ 7.4% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.69
%
กำไรสุทธิ
4,884.78
ล้านบาท
↑ 25.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
31.90
%
D/E Ratio
1.54
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
15,313
↑ + 6.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,375
↑ + 7.4%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
4,885
↑ + 25.5%
YoY
D/E Ratio
1.54
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — CPN
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.54
ROE (%)
17.90
ROA (%)
8.99
Book Value/หุ้น
25.57
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — CPN
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-12,551
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+2,833
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — CPN
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-12,551.48
-53.51%
|
-27,000.30
+214.60%
|
-8,582.48
-6.24%
|
-9,153.52
+304.91%
|
-2,260.62
+60.53%
|
-1,408.18
-71.05%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
2,833.41
-78.03%
|
12,897.30
+62.89%
|
7,918.01
+184.13%
|
2,786.77
-116.45%
|
-16,944.74
-289.39%
|
8,947.16
+1.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,963.63
-39.59%
|
11,527.92
+319.25%
|
2,749.65
-39.80%
|
4,567.65
-78.51%
|
21,255.19
-246.41%
|
-14,518.01
+359.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
2,288.47
-196.05%
|
-2,382.68
-199.46%
|
2,395.60
-244.46%
|
-1,658.30
-188.72%
|
1,869.23
-126.78%
|
-6,979.04
-967.16%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
3,351.01
+5.76%
|
3,168.53
-2.39%
|
3,246.20
+3.69%
|
3,130.56
-56.63%
|
7,218.69
+251.58%
|
2,053.24
-32.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,015.21
+79.50%
|
3,351.01
+5.76%
|
3,168.53
-2.39%
|
3,246.20
+3.69%
|
3,130.56
-56.63%
|
7,218.69
+251.58%
|