บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.39
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7975 out_tok=2134 at=2026-07-25T10:01:59 -->
# BRI กำไร Q3/2566 พุ่ง 26.2% รับรายได้บริหารโครงการโตแรง-กำไรขายเงินลงทุน
## รายได้บริหารโครงการและกำไรจากการขายเงินลงทุนหนุน BRI โตเด่น Q3/2566 ขณะที่ยอดโอนอสังหาฯ ชะลอตัว
บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 417.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลง แต่ได้รับแรงหนุนจากรายได้ค่าบริหารโครงการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด และกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ BRI ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของ **รายได้ค่าบริหารโครงการ** และ **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย** ซึ่งสามารถชดเชยการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **รายได้ค่าบริหารโครงการ:** เพิ่มขึ้นถึง 660.4% หรือ 475.6 ล้านบาท เป็นผลมาจากการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรในรูปแบบ Joint Venture (JV) ใหม่ถึง 7 โครงการ ซึ่งส่งผลให้ BRI มีรายได้จากการบริหารงานโครงการ บริหารงานขายและการตลาด รวมถึงบริหารงานฝ่ายบริหารจากบริษัทร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมาก
* **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย:** เพิ่มขึ้น 27.2% หรือ 23.3 ล้านบาท เป็นผลมาจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 7 บริษัท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยเสริมรายได้และกำไรในไตรมาสนี้
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
* **รายได้ค่าบริหารโครงการ:** มี **โอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากบริษัทฯ มีแผนขยายธุรกิจไปยังจังหวัดใหม่ๆ และมีการร่วมทุนกับพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะสร้างรายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย:** มีลักษณะ **ครั้งคราว** เนื่องจากเป็นการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งเป็นรายการที่ไม่เกิดขึ้นประจำ และขึ้นอยู่กับกลยุทธ์การบริหารจัดการพอร์ตการลงทุนของบริษัทฯ
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 417.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% YoY
* **รายได้รวม:** 1,738.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% YoY
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** 1,077.2 ล้านบาท ลดลง 13.3% YoY
* **รายได้ค่าบริหารโครงการ:** 547.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 660.4% YoY
* **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย:** 109.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.2% YoY
* **ยอดขาย (Presale):** 3,111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% YoY
* **เปิดโครงการใหม่:** 3 โครงการในไตรมาส 3/2566
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 BRI มีรายได้รวม 1,738.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ค่าบริหารโครงการถึง 660.4% และกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่เพิ่มขึ้น 27.2% อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 13.3% มาอยู่ที่ 1,077.2 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 417.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.2% YoY
เมื่อพิจารณาภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์รวมอยู่ที่ 3,991.1 ล้านบาท ลดลง 2.4% YoY โดยมีสาเหตุจากการรับรู้รายได้จากโครงการที่หลากหลายทั้งโครงการต่อเนื่องและโครงการใหม่
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจสู่จังหวัดใหม่:** การร่วมทุนกับพันธมิตรและเจ้าของที่ดินใน 8 โครงการ มูลค่า 9,000 ล้านบาท กระจายใน 5 จังหวัด เป็นโอกาสในการเพิ่มฐานลูกค้าและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **กลยุทธ์ "B To The Top":** การมุ่งสู่การเป็นผู้นำธุรกิจพัฒนาบ้านจัดสรรระดับท็อปหลากมิติ จะช่วยสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
* **การร่วมมือกับพันธมิตร:** การมีพันธมิตรใหม่ๆ ในการพัฒนาโครงการช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่
* **กิจกรรมส่งเสริมการขายและสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้า:** การจัดสินเชื่อพิเศษร่วมกับธนาคารพันธมิตร และกิจกรรมสร้างความสุขให้ลูกบ้าน ช่วยกระตุ้นยอดขายและสร้างความพึงพอใจ
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** แรงกดดันจากหนี้ครัวเรือนและอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับสูงขึ้น ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 648.0% YoY เป็น 10.5 ล้านบาท ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้
* **การรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมีการเปิดโครงการใหม่ แต่ยอดโอนกรรมสิทธิ์โดยรวมยังคงลดลงเล็กน้อย ซึ่งต้องติดตามแนวโน้มในไตรมาสถัดไป
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดโอนกรรมสิทธิ์:** ติดตามการรับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่เปิดตัว
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
* **การขยายธุรกิจในจังหวัดใหม่:** ความคืบหน้าและผลตอบรับของโครงการที่ร่วมทุนใน 5 จังหวัดใหม่
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจ:** การปรับตัวของกำลังซื้อและความสามารถในการแข่งขันภายใต้สภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ยอดขาย (Presale):** เติบโต 9% YoY เป็น 3,111 ล้านบาท แสดงถึงความสามารถในการดึงดูดลูกค้า แม้เศรษฐกิจจะมีความท้าทาย
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเปิด 3 โครงการใหม่ในไตรมาส 3 สะท้อนการขยายพอร์ตโฟลิมอย่างต่อเนื่อง
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์:** ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมของกลุ่มบริษัทและโครงการร่วมทุนอยู่ที่ 1,256.7 ล้านบาทในไตรมาส 3 ลดลง 6.1% YoY และ 3,991.1 ล้านบาทในช่วง 9 เดือนแรก ลดลง 2.4% YoY บ่งชี้ถึงความท้าทายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่อาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอก
* **การร่วมทุน:** การร่วมทุนกับพันธมิตรใน 8 โครงการ มูลค่า 9,000 ล้านบาท เป็นกลยุทธ์สำคัญในการขยายธุรกิจและกระจายความเสี่ยง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 BRI มีสินทรัพย์รวม 18,206.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 41.8% YoY โดยหลักมาจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในขณะที่หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 62.4% YoY เป็น 12,957.8 ล้านบาท โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคารและหุ้นกู้ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 7.9% YoY เป็น 5,249.0 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีการจ่ายเงินปันผลไปแล้ว
## สรุปท้าย
BRI โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 26.2% YoY เป็น 417.3 ล้านบาท แรงหนุนหลักมาจากรายได้ค่าบริหารโครงการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายความร่วมมือกับพันธมิตร และกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย แม้ว่ายอดโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น แต่การเปิดโครงการใหม่และการขยายธุรกิจสู่จังหวัดใหม่ๆ ประกอบกับกลยุทธ์การบริหารจัดการที่ดี จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทฯ ในระยะต่อไป ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและติดตามผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจจะเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BRI ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
377.22
ล้านบาท
↓ 44.9% YoY
กำไรขั้นต้น
108.01
ล้านบาท
↓ 50.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.63
%
กำไรสุทธิ
-34.42
ล้านบาท
↓ 81.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-9.12
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
377
↓ -44.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
108
↓ -50.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-34
↓ -81.4%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BRI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
2.08
ROA (%)
1.71
Book Value/หุ้น
4.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BRI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-399
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+296
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BRI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-399.22
-143.63%
|
915.10
-27.86%
|
1,268.54
-1,452.82%
|
-93.77
-86.84%
|
-712.51
-19.86%
|
-889.08
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
295.72
-58.75%
|
716.87
+410.26%
|
140.49
-162.19%
|
-225.89
+6,227.45%
|
-3.57
+29.35%
|
-2.76
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
131.33
-107.99%
|
-1,644.31
+48.88%
|
-1,104.42
-201.91%
|
1,083.69
-5.78%
|
1,150.16
+25.95%
|
913.19
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
27.82
-325.81%
|
-12.32
-104.04%
|
304.61
-60.13%
|
764.04
+76.01%
|
434.09
+1,933.21%
|
21.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
164.03
-51.39%
|
337.45
-65.71%
|
984.23
+54.17%
|
638.42
+794.40%
|
71.38
+42.67%
|
50.03
-43.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.48
-38.74%
|
164.03
-51.39%
|
337.45
-65.71%
|
984.23
+54.17%
|
638.42
+794.40%
|
71.38
+42.67%
|