BRI
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
BRI
บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.39
+0.00 (+0.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8520 out_tok=2713 at=2026-07-25T12:31:13 --> # WORLD FLEX กำไรปี 63 พุ่ง 648% รับอานิสงส์ยอดขายยางยืดโต-ขยายฐานลูกค้า ## ยอดขายเส้นด้ายยางยืดโต 17.7% ดันกำไรสุทธิพุ่ง 57.8 ล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ WFX รายงานผลประกอบการปี 2563 มีกำไรสุทธิ 57.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 648.40% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีรายได้จากการขายรวม 2,396.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17.67% ปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของยอดขายเส้นด้ายยางยืดที่เพิ่มขึ้นทั้งปริมาณและราคา รวมถึงการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั่วโลก และการเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้ การเริ่มใช้สิทธิประโยชน์ BOI ยังช่วยลดภาระภาษีเงินได้ ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ WFX ในปี 2563 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืด และการขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น** โดยกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 648.40% จาก 7.72 ล้านบาท เป็น 57.81 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 0.38% เป็น 2.40% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืดมาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ: * **ปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ สามารถจำหน่ายเส้นด้ายยางยืดได้ถึง 31,977 ตัน เพิ่มขึ้น 16.48% จากปีก่อนหน้า โดยสามารถเพิ่มอัตราการใช้กำลังการผลิตจาก 88.23% เป็น 89.41% ทำให้ผลิตสินค้าได้หลากหลายขนาดมากขึ้น * **การขยายฐานลูกค้าใหม่และการเพิ่มสัดส่วนการขายให้ลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง (End-user):** ตั้งแต่ปี 2562 บริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์ขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก และสามารถเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับกลุ่มลูกค้า End-user จาก 14.80% เป็น 23.88% ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้สามารถจำหน่ายสินค้าได้ในราคาที่สูงกว่ากลุ่มลูกค้าผู้จำหน่ายสินค้า (Distributor) ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 7.38% เป็น 7.42% (ข้อมูลในตารางแสดง 7.38% แต่ในคำอธิบายระบุ 7.42%) ซึ่งเป็นผลมาจากการจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงขึ้น และการผลิตสินค้าในปริมาณที่มากขึ้นทำให้ต้นทุนการผลิตต่อหน่วยลดลง เกิดการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale) นอกจากนี้ การเริ่มใช้สิทธิประโยชน์จากบัตรส่งเสริมการลงทุน (BOI) ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ของบริษัทฯ ลงอย่างมากถึง 75.62% จาก 9.89 ล้านบาท เหลือ 2.41 ล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก: * **การขยายฐานลูกค้าใหม่ทั่วโลก:** กลยุทธ์นี้ได้เริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2562 และเห็นผลในปี 2563 ซึ่งมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป * **การเพิ่มสัดส่วนการขายให้ลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง:** การที่ลูกค้ากลุ่มนี้สามารถทำกำไรได้สูงกว่า คาดว่าบริษัทฯ จะยังคงมุ่งเน้นการขยายตลาดในกลุ่มนี้ * **การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในปี 2564:** บริษัทฯ มีการเตรียมพร้อมรองรับการขยายกำลังการผลิตใหม่ ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณการขายในอนาคต * **การประหยัดต่อขนาด:** การผลิตที่เพิ่มขึ้นจากการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นและกำลังการผลิตใหม่ จะช่วยให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนที่ส่งผลดีต่อรายได้อื่น และการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ที่ส่งผลต่อกำไรขาดทุนเบ็ดเสร็จอื่น เป็นรายการที่อาจมีความผันผวนและไม่แน่นอนในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิปี 2563 เติบโต 648.40%** จาก 7.72 ล้านบาท เป็น 57.81 ล้านบาท * **รายได้จากการขายปี 2563 เพิ่มขึ้น 17.67%** เป็น 2,396.92 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายเส้นด้ายยางยืดเพิ่มขึ้น 17.72% * **อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 7.38% เป็น 7.42% (ตามคำอธิบาย) * **ปริมาณการขายเส้นด้ายยางยืดเพิ่มขึ้น 16.48%** เป็น 31,977 ตัน * **สัดส่วนรายได้จากลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง (End-user) เพิ่มขึ้น** จาก 14.80% เป็น 23.88% * **ได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ BOI** ทำให้ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลง 75.62% ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2563 บริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายรวม 2,396.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 360.01 ล้านบาท หรือ 17.67% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีกำไรขั้นต้น 177.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81.11 ล้านบาท หรือ 83.74% ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 7.42% (ตามคำอธิบาย) เพิ่มขึ้นจาก 7.38% ในปีก่อนหน้า (ตามตาราง) ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 14.38% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น โดยมีต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ยางพาราและสารเคมี) เป็นสัดส่วนใหญ่ที่สุด 78.51% ของต้นทุนขาย ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 22.02% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นถึง 97.43% ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการปรับขึ้นเงินเดือนพนักงาน ค่าธรรมเนียมวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ และการรับรู้ค่าใช้จ่ายโดยใช้หุ้นเป็นเกณฑ์ (Share-based Payment) อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและการลดลงของค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้จากการใช้สิทธิประโยชน์ BOI ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับปี 2563 อยู่ที่ 57.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 648.40% จาก 7.72 ล้านบาทในปี 2562 โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.40% เพิ่มขึ้นจาก 0.38% ในปีก่อนหน้า ## โอกาส * **การขยายฐานลูกค้าใหม่ทั่วโลก:** กลยุทธ์นี้ช่วยเพิ่มปริมาณการขายและกระจายความเสี่ยง * **การเพิ่มสัดส่วนการขายให้ลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง (End-user):** ลูกค้ากลุ่มนี้ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า * **การเพิ่มกำลังการผลิตใหม่ในปี 2564:** จะช่วยรองรับการเติบโตของอุปสงค์ในอนาคต * **การประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale):** การผลิตที่เพิ่มขึ้นช่วยลดต้นทุนต่อหน่วย * **สิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI:** ช่วยลดภาระต้นทุนทางการเงินและเพิ่มกำไรสุทธิ ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคายางพารา:** ซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในปีนี้จะส่งผลดีต่อรายได้อื่น แต่ก็อาจส่งผลกระทบในทางกลับกันได้ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันด้านราคาและคุณภาพอาจส่งผลต่ออัตรากำไร * **การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์ในตลาดโลก:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลกอาจส่งผลต่อปริมาณการขาย ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ความคืบหน้าของการเปิดดำเนินการกำลังการผลิตใหม่ในปี 2564:** จะส่งผลต่อปริมาณการขายในอนาคต * **แนวโน้มการขยายฐานลูกค้าใหม่และสัดส่วนการขายให้ลูกค้า End-user:** จะเป็นตัวชี้วัดการเติบโตของรายได้และอัตรากำไร * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบหลัก (ยางพารา):** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น * **ผลกระทบจากสิทธิประโยชน์ BOI:** จะมีผลต่อเนื่องไปถึงปีใดบ้าง * **แนวโน้มการเติบโตของตลาดในทวีปเอเชีย, อเมริกาใต้ และยุโรป:** ซึ่งเป็นตลาดหลักของบริษัทฯ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) *หมายเหตุ: ข้อมูลที่ได้รับเป็นของบริษัท เวิลด์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ไม่ใช่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัสเฉพาะ sector ที่กำหนดได้* ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2563 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 1,687.93 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงสินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง และส่วนเกินทุนจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ หนี้สินรวมอยู่ที่ 860.07 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี ซึ่งเป็นผลจากภาษีเงินได้ของกำไรจากการประเมินมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 827.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม และส่วนเกินทุนจากการประเมินมูลค่าสินทรัพย์ใหม่ อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ณ สิ้นปี 2563 อยู่ที่ประมาณ 1.04 เท่า (860.07 / 827.86) ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ ## สรุปท้าย ปี 2563 ถือเป็นปีที่ WFX ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 648.40% เป็นผลมาจากกลยุทธ์การขยายฐานลูกค้าใหม่ทั่วโลก การเพิ่มสัดส่วนการขายให้กับลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรงที่ให้ผลตอบแทนสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยลดลง และการได้รับประโยชน์จากสิทธิประโยชน์ทางภาษีจาก BOI ปัจจัยเหล่านี้ล้วนเป็นสัญญาณบวกที่บ่งชี้ถึงศักยภาพการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคายางพาราและอัตราแลกเปลี่ยน รวมถึงการแข่งขันในตลาดโลก เพื่อประกอบการตัดสินใจลงทุน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BRI ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
377.22 ล้านบาท
↓ 44.9% YoY
กำไรขั้นต้น
108.01 ล้านบาท
↓ 50.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.63 %
กำไรสุทธิ
-34.42 ล้านบาท
↓ 81.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-9.12 %
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
377
↓ -44.9% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
108
↓ -50.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-34
↓ -81.4% YoY
D/E Ratio
1.70

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BRI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
377.22
-44.93%
684.99
-37.29%
1,092.40
-37.23%
1,740.20
-37.14%
2,768.29
+18.20%
2,342.09
กำไรขั้นต้น
108.01
-50.17%
216.77
-41.01%
367.48
-46.71%
689.55
+119.77%
313.76
-57.53%
738.77
ค่าใช้จ่ายรวม
100.49
-19.87%
125.40
-48.98%
245.81
+34.28%
183.05
-43.88%
326.20
+8.30%
301.20
กำไรสุทธิ
-34.42
+81.42%
-185.28
-284.08%
100.65
-75.52%
411.12
-6.11%
437.89
+25.57%
348.72
กำไรต่อหุ้น
-0.02
+81.10%
-0.13
-284.06%
0.07
-75.62%
0.28
-5.98%
0.30
+25.42%
0.24
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
28.63
-9.54%
31.65
-5.92%
33.64
-15.11%
39.63
+249.78%
11.33
-64.08%
31.54
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
26.64
+45.49%
18.31
-18.62%
22.50
+113.88%
10.52
-10.70%
11.78
-8.40%
12.86
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-9.12
+66.28%
-27.05
-393.70%
9.21
-61.02%
23.63
+49.37%
15.82
+6.25%
14.89
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
0.00
+100.00%
-147.26
-30.39%
-112.94
+75.76%
-465.92
0.00
0.00
ROE(%)
2.08
-74.19%
8.06
-65.56%
23.40
-34.36%
35.65
+27.64%
27.93
+109.53%
13.33
ROA(%)
1.71
-52.37%
3.59
-64.35%
10.07
-41.21%
17.13
+81.46%
9.44
+71.95%
5.49
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
1.70
-33.33%
2.55
-6.25%
2.72
+65.85%
1.64
-2.96%
1.69
-36.94%
2.68
P/E
18.53
+327.94%
4.33
-9.03%
4.76
-44.20%
8.53
-53.97%
18.53
18.53
P/BV
0.32
-43.86%
0.57
-58.39%
1.37
-40.95%
2.32
+673.33%
0.30
0.30
BV
4.75
-25.55%
6.38
+3.74%
6.15
+17.82%
5.22
+11.30%
4.69
4.69
YIELD(%)
1.16
-94.15%
19.83
+131.12%
8.58
+240.48%
2.52
2.52
2.52
ราคาหุ้น
1.52
-58.01%
3.62
-56.90%
8.40
-30.58%
12.10
+1.68%
11.90
+756.12%
1.39
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
2.08
ROA (%)
1.71
Book Value/หุ้น
4.69

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BRI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
13,903.46
+1.50%
13,698.35
-24.91%
18,241.74
+57.27%
11,598.92
+29.15%
8,980.67
+29.33%
6,944.26
+33.20%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
4,604.28
-6.32%
4,914.90
+194.98%
1,666.16
+33.94%
1,243.97
+818.05%
135.50
+49.42%
90.69
+135.15%
รวมสินทรัพย์
18,507.73
-0.57%
18,613.25
-6.50%
19,907.90
+55.01%
12,842.89
+40.88%
9,116.17
+29.58%
7,034.95
+33.95%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
8,041.64
-4.33%
8,405.50
-17.40%
10,175.82
+76.17%
5,776.00
+11.11%
5,198.26
-7.84%
5,640.66
+20.63%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
3,615.88
-27.17%
4,964.94
+13.22%
4,385.33
+99.00%
2,203.64
+314.64%
531.46
+13.98%
466.29
+377.34%
รวมหนี้สิน
11,657.53
-12.81%
13,370.44
-8.18%
14,561.15
+82.48%
7,979.64
+39.27%
5,729.72
-6.18%
6,106.95
+27.92%
รวมส่วนของเจ้าของ
6,850.21
+30.66%
5,242.81
-1.94%
5,346.75
+9.94%
4,863.25
+43.61%
3,386.45
+264.92%
928.00
+94.07%
D/E
1.70
2.55
2.72
1.64
1.69
6.58
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
2.08
8.06
23.40
35.65
27.93
13.33
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.71
3.59
10.07
17.13
9.44
5.49
อัตราส่วนสภาพคล่อง
1.73
1.63
1.79
2.01
1.73
2.14
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.01
0.02
0.03
0.17
0.12
0.04
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
2,802.60
2,438.26
0.00
0.00
1,025.91
0.00
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
213.90
256.49
0.00
0.00
181.61
0.00
วงจรเงินสด
2,588.70
2,181.78
0.00
0.00
844.30
0.00
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-399
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+296
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BRI

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
-399.22
-143.63%
915.10
-27.86%
1,268.54
-1,452.82%
-93.77
-86.84%
-712.51
-19.86%
-889.08
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
295.72
-58.75%
716.87
+410.26%
140.49
-162.19%
-225.89
+6,227.45%
-3.57
+29.35%
-2.76
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
131.33
-107.99%
-1,644.31
+48.88%
-1,104.42
-201.91%
1,083.69
-5.78%
1,150.16
+25.95%
913.19
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
27.82
-325.81%
-12.32
-104.04%
304.61
-60.13%
764.04
+76.01%
434.09
+1,933.21%
21.35
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
164.03
-51.39%
337.45
-65.71%
984.23
+54.17%
638.42
+794.40%
71.38
+42.67%
50.03
-43.64%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
100.48
-38.74%
164.03
-51.39%
337.45
-65.71%
984.23
+54.17%
638.42
+794.40%
71.38
+42.67%