บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.39
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6491 out_tok=2768 at=2026-07-25T11:51:29 -->
# BRI กำไร Q1/2566 ลดลง 6.8% เหตุรายได้โอนกรรมสิทธิ์วูบ แต่รายได้บริหารโครงการพุ่ง
## รายได้รวมทรงตัว แต่กำไรสุทธิหดตัวจากปัจจัยพิเศษปีก่อน ขณะที่การร่วมทุนหนุนรายได้บริหารโครงการ
บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้รวม 1,477.0 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลง แต่ได้รับการชดเชยจากรายได้ค่าบริหารโครงการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 328.5 ล้านบาท ลดลง 6.8% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายการกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ BRI ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การลดลงของกำไรสุทธิที่เกิดจากรายการพิเศษในปีก่อน ประกอบกับการปรับตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง แต่ได้รับการชดเชยด้วยการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ค่าบริหารโครงการจากการขยายการร่วมทุน**
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิลดลง 6.8% YoY มาจาก **การหายไปของรายการกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 144.3 ล้านบาท** ที่เกิดขึ้นในไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นประจำ ในขณะเดียวกัน รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 12.7% YoY เป็น 1,106.8 ล้านบาท แต่เมื่อรวมกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการร่วมค้า ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งสิ้นเพิ่มขึ้น 10.0% YoY เป็น 1,394.4 ล้านบาท ปัจจัยบวกที่สำคัญคือ **รายได้ค่าบริหารโครงการที่เพิ่มขึ้นถึง 421.5% YoY เป็น 357.6 ล้านบาท** ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
การลดลงของกำไรสุทธิเป็นผลโดยตรงจากการที่ **รายการกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยในปีก่อนไม่ปรากฏในปีนี้** ซึ่งเป็นรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ ในส่วนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงนั้น สอดคล้องกับการรับรู้รายได้จากโครงการที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดของรายได้ค่าบริหารโครงการเกิดจากการที่กลุ่มบริษัทได้ **ร่วมลงทุนพัฒนาโครงการ (Joint Venture) กับพันธมิตรใหม่จำนวน 6 ราย ร่วมพัฒนา 8 โครงการ** ซึ่งส่งผลให้มีรายได้ค่าบริหารโครงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยที่ทำให้กำไรสุทธิลดลงนั้น **มีลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากเกิดจากการหายไปของรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งไม่น่าจะเกิดขึ้นซ้ำในลักษณะเดียวกันอีก ในส่วนของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงนั้น อาจต้องติดตามสถานการณ์ตลาดและแผนการเปิดโครงการใหม่ของบริษัทต่อไป ส่วน **รายได้ค่าบริหารโครงการมีโอกาสต่อเนื่อง** เนื่องจากเป็นผลมาจากการขยายเครือข่ายการร่วมทุนกับพันธมิตร ซึ่งเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัทในการเติบโต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 6.8% YoY** อยู่ที่ 328.5 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการหายไปของรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยในปีก่อน
* **รายได้รวมทรงตัว** อยู่ที่ 1,477.0 ล้านบาท ลดลง 0.4% YoY
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 12.7% YoY** อยู่ที่ 1,106.8 ล้านบาท
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวม (รวมโครงการร่วมค้า) เพิ่มขึ้น 10.0% YoY** อยู่ที่ 1,394.4 ล้านบาท
* **รายได้ค่าบริหารโครงการพุ่งสูง 421.5% YoY** อยู่ที่ 357.6 ล้านบาท จากการขยายการร่วมทุน
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 95.3% YoY** อยู่ที่ 2.7 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 11.0%** อยู่ที่ 14,258.7 ล้านบาท โดยหลักจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 13.6%** อยู่ที่ 9,063.5 ล้านบาท โดยหลักจากเงินกู้ยืมระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
กลุ่มบริษัทมีรายได้รวมสำหรับไตรมาส 1 ปี 2566 อยู่ที่ 1,477.0 ล้านบาท ลดลง 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 12.7% เป็น 1,106.8 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมทั้งสิ้น (รวมโครงการร่วมค้า) เพิ่มขึ้น 10.0% เป็น 1,394.4 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงการรับรู้รายได้จากโครงการที่ต่อเนื่อง ในขณะที่รายได้ค่าบริหารโครงการเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 421.5% เป็น 357.6 ล้านบาท เนื่องจากการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่
ด้านค่าใช้จ่ายรวมลดลง 8.6% เป็น 917.4 ล้านบาท โดยต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลงตามรายได้จากการขาย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและค่าใช้จ่ายในการบริหารปรับตัวเพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจและจำนวนโครงการ
ส่งผลให้กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 328.5 ล้านบาท ลดลง 6.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการหายไปของรายการกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 144.3 ล้านบาท ที่เกิดขึ้นในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายการร่วมทุน (Joint Venture):** กลยุทธ์ "Your Land to New Business" ที่เปิดโอกาสร่วมทุนกับพันธมิตรใหม่ 6 ราย พัฒนา 8 โครงการในปีนี้ เป็นปัจจัยสำคัญในการขยายธุรกิจและสร้างรายได้ในอนาคต โดยเฉพาะรายได้ค่าบริหารโครงการ
* **การเปิดโครงการใหม่ในทำเลศักยภาพ:** แผนการเปิดโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองต่างจังหวัด ภายใต้ยุทธศาสตร์ "B To The Top" มุ่งสู่การเป็นผู้นำในตลาดบ้านจัดสรร
* **การสร้างประสบการณ์ลูกค้าที่ดี:** การให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์บ้านที่ตอบโจทย์ทุกมิติการอยู่อาศัย และรองรับ Mega Trend ที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อม จะช่วยเสริมสร้างภาพลักษณ์และความแข็งแกร่งของแบรนด์
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจและความสามารถในการซื้อ:** ความท้าทายจากภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ยังฟื้นตัวไม่เต็มที่ ภาคส่งออกติดลบ หนี้ครัวเรือนอยู่ในระดับสูง และอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและชะลอการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค
* **การยกเลิกผ่อนคลายมาตรการ LTV:** การกลับมาใช้มาตรการ LTV เต็มรูปแบบอาจส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่สองหรือสาม
* **ต้นทุนการก่อสร้าง:** แม้จะชะลอตัวลง แต่ต้นทุนการก่อสร้างที่ยังคงอยู่ในระดับสูงอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog):** ติดตามมูลค่า Backlog ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในไตรมาสถัดไป
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** ความคืบหน้าในการเปิดโครงการใหม่ตามแผน และการตอบรับของตลาดต่อโครงการใหม่
* **การบริหารต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน เพื่อรักษาอัตรากำไร
* **การร่วมทุนกับพันธมิตร:** ความสำเร็จของการร่วมทุนใหม่ 8 โครงการ และผลตอบแทนที่คาดหวัง
* **อัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อาจปรับสูงขึ้นต่อกำลังซื้อและต้นทุนทางการเงินของบริษัท
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดโอนกรรมสิทธิ์และรายได้จากการขาย:** แม้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลง 12.7% YoY แต่เมื่อรวมกิจกรรมการโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการร่วมค้า ทำให้ยอดโอนกรรมสิทธิ์รวมเพิ่มขึ้น 10.0% YoY เป็น 1,394.4 ล้านบาท สะท้อนถึงการบริหารจัดการโครงการที่สามารถโอนกรรมสิทธิ์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีโครงการที่รับรู้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ภายใต้บริษัทรวม 22 โครงการ และโครงการภายใต้กิจการร่วมค้าอีก 5 โครงการ
**รายได้ค่าบริหารโครงการ:** การเติบโตอย่างก้าวกระโดด 421.5% YoY เป็น 357.6 ล้านบาท เป็นผลโดยตรงจากการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ 6 ราย พัฒนา 8 โครงการ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถของ BRI ในการบริหารจัดการโครงการให้กับพันธมิตร และเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ
**ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 12.7% YoY สอดคล้องกับรายได้จากการขายที่ลดลง
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ปรับเพิ่มขึ้น 8.8% และ 44.6% ตามลำดับ ซึ่งเป็นไปตามการขยายตัวของโครงการที่เพิ่มขึ้น และการปรับผลตอบแทนพนักงาน รวมถึงการรับพนักงานใหม่เพื่อรองรับการเติบโต
**ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 95.3% YoY เป็น 2.7 ล้านบาท ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับรายได้รวม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 11.0% เป็น 14,258.7 ล้านบาท โดยหลักมาจากต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย รองลงมาคือเงินฝากธนาคารที่ติดภาระค้ำประกัน และเงินลงทุนในการร่วมค้า
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 13.6% เป็น 9,063.5 ล้านบาท โดยหลักมาจากเงินกู้ยืมระยะยาวจากธนาคาร หนี้สินหมุนเวียนอื่น และภาษีเงินได้ค้างจ่าย
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 6.8% เป็น 5,195.2 ล้านบาท จากกำไรสะสมที่เพิ่มขึ้นตามผลประกอบการ
## สรุปท้าย
BRI ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากกำไรสุทธิที่ลดลง 6.8% YoY ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากการหายไปของรายการกำไรพิเศษในปีก่อน ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทได้แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและสร้างการเติบโตผ่านการขยายความร่วมมือกับพันธมิตรใหม่ ซึ่งส่งผลให้รายได้ค่าบริหารโครงการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ การบริหารจัดการต้นทุนและการขยายการร่วมทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ BRI ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
377.22
ล้านบาท
↓ 44.9% YoY
กำไรขั้นต้น
108.01
ล้านบาท
↓ 50.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
28.63
%
กำไรสุทธิ
-34.42
ล้านบาท
↓ 81.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-9.12
%
D/E Ratio
1.70
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
377
↓ -44.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
108
↓ -50.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-34
↓ -81.4%
YoY
D/E Ratio
1.70
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — BRI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.70
ROE (%)
2.08
ROA (%)
1.71
Book Value/หุ้น
4.69
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — BRI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-399
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+296
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — BRI
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-399.22
-143.63%
|
915.10
-27.86%
|
1,268.54
-1,452.82%
|
-93.77
-86.84%
|
-712.51
-19.86%
|
-889.08
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
295.72
-58.75%
|
716.87
+410.26%
|
140.49
-162.19%
|
-225.89
+6,227.45%
|
-3.57
+29.35%
|
-2.76
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
131.33
-107.99%
|
-1,644.31
+48.88%
|
-1,104.42
-201.91%
|
1,083.69
-5.78%
|
1,150.16
+25.95%
|
913.19
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
27.82
-325.81%
|
-12.32
-104.04%
|
304.61
-60.13%
|
764.04
+76.01%
|
434.09
+1,933.21%
|
21.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
164.03
-51.39%
|
337.45
-65.71%
|
984.23
+54.17%
|
638.42
+794.40%
|
71.38
+42.67%
|
50.03
-43.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
100.48
-38.74%
|
164.03
-51.39%
|
337.45
-65.71%
|
984.23
+54.17%
|
638.42
+794.40%
|
71.38
+42.67%
|