ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวง ออฟฟิศ
SET · กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์
6.60
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6912 out_tok=2603 at=2026-07-25T07:19:50 -->
# B-WORK กำไรจากการลงทุนสุทธิ Q3/66 โต 7.3% YoY รับรายได้ค่าบริการหนุน แต่ NAV ลดฮวบจากรายการบัญชี
## รายได้รวมโตเล็กน้อย YoY แต่กำไรสุทธิจากการลงทุนปรับขึ้น ขณะที่มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากรายการทางบัญชี
ทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์บัวหลวงออฟฟิศ (B-WORK) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้รวม 154.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรจากการลงทุนสุทธิอยู่ที่ 80.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% YoY อย่างไรก็ตาม มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ลดลงอย่างมากจาก 4,116.40 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า เหลือ 3,647.97 ล้านบาท หรือ 9.8914 บาทต่อหน่วย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผลจากรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนที่เป็นรายการทางบัญชี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้กำไรจากการลงทุนสุทธิของ B-WORK ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.3% YoY มาอยู่ที่ 80.74 ล้านบาท มาจากการเติบโตของรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้น 4.3% YoY แม้ว่ารายได้ค่าเช่าจะปรับลดลงเล็กน้อย 1.6% YoY ก็ตาม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) คือรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนซึ่งเป็นรายการทางบัญชีจำนวน 482.53 ล้านบาท ซึ่งทำให้ NAV ลดลงอย่างมาก
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของกำไรจากการลงทุนสุทธิมาจากรายได้ค่าบริการที่เติบโต โดยเฉพาะรายได้จากสัญญาบริการพื้นที่ที่ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และรายได้ค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น 17.0% YoY ซึ่งสอดคล้องกับค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคที่เกิดขึ้น แม้ว่ารายได้ค่าเช่าจะลดลงเล็กน้อยเนื่องจากอัตราการเช่าที่ปรับตัวลดลงและวิธีการรับรู้รายได้แบบเส้นตรง แต่การเติบโตของรายได้ค่าบริการช่วยชดเชยได้ ส่วนรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนจำนวน 482.53 ล้านบาท เกิดจากการเปลี่ยนแปลงในมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ใหม่ โดยประเมินจากรายได้ (Income Approach) ซึ่งแตกต่างจากไตรมาส 3 ปี 2565 ที่รับรู้กำไรสุทธิจากเงินลงทุน 90.91 ล้านบาท
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่มขึ้น YoY คือการเติบโตของรายได้ค่าบริการ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปได้หากอัตราการเช่าและปริมาณการใช้บริการยังคงอยู่ในระดับที่ดี อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ทำให้ NAV ลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาสนี้ คือรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนซึ่งเป็นรายการทางบัญชีจากการประเมินมูลค่ายุติธรรม มีลักษณะเป็นรายการที่เกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่า ไม่ใช่กระแสเงินสดที่เกิดขึ้นจริง จึงอาจไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานในระยะยาว แต่การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมนี้มีความผันผวนและขึ้นอยู่กับการประเมินของผู้ประเมินอิสระ ซึ่งต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 2.1% YoY:** อยู่ที่ 154.02 ล้านบาท จาก 150.90 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565
* **กำไรจากการลงทุนสุทธิเพิ่ม 7.3% YoY:** อยู่ที่ 80.74 ล้านบาท จาก 75.24 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565
* **NAV ลดลง 11.9% QoQ:** จาก 4,116.40 ล้านบาท เป็น 3,647.97 ล้านบาท หรือ 9.8914 บาทต่อหน่วย
* **รายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุน (บัญชี) 482.53 ล้านบาท:** เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ NAV ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **อัตราการเช่าเฉลี่ย 97.1%:** โดยโครงการทรูทาวเวอร์ 1 อยู่ที่ 99.4% และทรูทาวเวอร์ 2 อยู่ที่ 93.6%
* **ค่าเช่าและบริการเฉลี่ย 689 บาท/ตร.ม./เดือน:** เพิ่มขึ้น 2.84% YoY
## ภาพรวมผลประกอบการ
B-WORK รายงานรายได้รวมในไตรมาส 3 ปี 2566 เท่ากับ 154.02 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะลดลง 4.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยรายได้ค่าเช่าปรับลดลง 1.6% YoY และ 4.2% QoQ เนื่องจากอัตราการเช่าที่ลดลงและการรับรู้รายได้ตามวิธีเส้นตรง ในขณะที่รายได้ค่าบริการเพิ่มขึ้น 4.3% YoY แต่ลดลง 5.3% QoQ โดยมีรายได้จากสัญญาบริการพื้นที่ใกล้เคียงปีก่อน และรายได้ค่าสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้น 17.0% YoY อย่างไรก็ตาม กำไรจากการลงทุนสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.3% YoY มาอยู่ที่ 80.74 ล้านบาท แต่ลดลง 4.4% QoQ เนื่องจากรายได้ค่าเช่าและค่าบริการที่ปรับตัวลดลงในไตรมาสก่อนหน้า
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ค่าบริการ:** โดยเฉพาะรายได้จากค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้น YoY และใกล้เคียง QoQ ซึ่งสะท้อนถึงการใช้งานพื้นที่ที่ยังคงมีอยู่
* **อัตราการเช่าที่ยังคงสูง:** โดยรวมอยู่ที่ 97.1% และโครงการทรูทาวเวอร์ 1 ยังคงรักษาอัตราการเช่าได้ถึง 99.4%
* **การปรับขึ้นของค่าเช่าและบริการเฉลี่ย:** เพิ่มขึ้น 2.84% YoY บ่งชี้ถึงความสามารถในการปรับราคาค่าเช่าตามสภาวะตลาด
## ความเสี่ยง
* **การเปลี่ยนแปลงผู้เช่าหลักและผลการต่อสัญญาเช่า:** โครงการทรูทาวเวอร์ 2 มีผู้เช่าแจ้งความประสงค์ไม่ต่ออายุสัญญาเช่าพื้นที่ 7,861 ตร.ม. (31.4% ของพื้นที่เช่าทั้งหมด) ซึ่งจะสิ้นสุดภายในปลายปี 2566 และมีผู้เช่าอีกจำนวนมากที่จะครบกำหนดสัญญาในปี 2567 (11,941 ตร.ม. หรือ 47.7%) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าในอนาคต
* **รายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุน (ทางบัญชี):** การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ส่งผลให้ NAV ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งอาจสร้างความกังวลต่อนักลงทุน แม้จะไม่กระทบกระแสเงินสดโดยตรง
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 29.6% YoY และ 3.0% QoQ เนื่องจากการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่ว่างลง:** โดยเฉพาะในโครงการทรูทาวเวอร์ 2 ที่มีผู้เช่าหลักไม่ต่อสัญญาเช่าจำนวนมาก
* **ความคืบหน้าในการหาผู้เช่ารายใหม่:** เพื่อทดแทนพื้นที่ที่จะว่างลง และรักษาระดับอัตราการเช่า
* **การเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน:** ผลกระทบต่อ NAV ในไตรมาสถัดไป
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินของกองทรัสต์
* **การปรับปรุงพื้นที่เช่า:** ที่ส่งผลต่อพื้นที่เช่าสุทธิ (เช่น โครงการทรูทาวเวอร์ 1)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2566 B-WORK ยังคงรักษาอัตราการเช่าโดยรวมไว้ได้ในระดับสูงที่ 97.1% โดยโครงการทรูทาวเวอร์ 1 มีอัตราการเช่าสูงถึง 99.4% และโครงการทรูทาวเวอร์ 2 อยู่ที่ 93.6% ค่าเช่าและบริการเฉลี่ยอยู่ที่ 689 บาท/ตร.ม./เดือน เพิ่มขึ้น 2.84% YoY ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงผู้เช่าหลักในโครงการทรูทาวเวอร์ 2 เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีพื้นที่เช่าจำนวนมากที่จะสิ้นสุดสัญญาในช่วงปลายปี 2566 และตลอดปี 2567 ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ค่าเช่าในอนาคต การบริหารจัดการพื้นที่ว่างและการหาผู้เช่ารายใหม่จะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลประกอบการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 สินทรัพย์รวมของ B-WORK อยู่ที่ 4,700.50 ล้านบาท ลดลงจาก 5,196.30 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีเงินลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ตามมูลค่ายุติธรรม 4,238.86 ล้านบาท และเงินลงทุนในหลักทรัพย์และเงินฝากสถาบันการเงิน 267.88 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,052.53 ล้านบาท ลดลงจาก 1,079.90 ล้านบาท โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาว 818.80 ล้านบาท ส่งผลให้สินทรัพย์สุทธิ (NAV) อยู่ที่ 3,647.97 ล้านบาท หรือ 9.8914 บาทต่อหน่วย ลดลงจาก 4,116.40 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า การลดลงของ NAV ส่วนใหญ่มาจากรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนที่เป็นรายการทางบัญชี ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของกระแสเงินสดจากการดำเนินงานโดยตรง
## สรุปท้าย
B-WORK ในไตรมาส 3 ปี 2566 สามารถบริหารจัดการให้กำไรจากการลงทุนสุทธิเติบโตได้เล็กน้อย YoY จากการสนับสนุนของรายได้ค่าบริการที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงผู้เช่าหลักในโครงการทรูทาวเวอร์ 2 และผลกระทบจากรายการขาดทุนสุทธิจากเงินลงทุนที่เป็นรายการทางบัญชี ซึ่งส่งผลให้มูลค่าสินทรัพย์สุทธิ (NAV) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ นักลงทุนควรติดตามความคืบหน้าในการบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่ว่างลง และการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมของสินทรัพย์ในไตรมาสถัดไป เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการและมูลค่าของกองทรัสต์ในระยะยาว
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ B-WORK ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
134.75
ล้านบาท
↓ 9.7% YoY
กำไรขั้นต้น
96.70
ล้านบาท
↓ 14.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
71.76
%
กำไรสุทธิ
73.18
ล้านบาท
↓ 14.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
54.31
%
D/E Ratio
—
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
135
↓ -9.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
97
↓ -14.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
73
↓ -14.5%
YoY
D/E Ratio
—
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — B-WORK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
—
ROE (%)
0.00
ROA (%)
0.00
Book Value/หุ้น
9.16
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — B-WORK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| รวมสินทรัพย์หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมสินทรัพย์ | — |
4,248.05
-2.59%
|
4,360.84
-7.17%
|
4,697.87
-9.32%
|
5,180.78
+2.25%
|
5,067.00
+1.53%
|
4,990.67
+2.41%
|
| รวมหนี้สินหมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| รวมหนี้สิน | — |
879.77
-12.23%
|
1,002.37
-2.93%
|
1,032.67
-6.28%
|
1,101.85
-3.21%
|
1,138.36
-0.27%
|
1,141.39
-2.60%
|
| รวมส่วนของเจ้าของ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่อง | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| วงจรเงินสด | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-156
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+0
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — B-WORK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-156.30
-56.77%
|
-361.53
+4.24%
|
-346.83
-444.21%
|
100.76
-41.36%
|
171.84
-61.91%
|
451.14
-327.22%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
209.68
+1.67%
|
206.23
-7.45%
|
222.82
-162.64%
|
-355.70
|
0.00
-100.00%
|
-329.99
-233.12%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
53.37
-134.37%
|
-155.29
+25.22%
|
-124.01
-402.54%
|
40.99
-162.26%
|
-65.84
-154.34%
|
121.16
+145.51%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
174.99
+54.90%
|
112.97
-7.17%
|
121.70
-29.72%
|
173.16
-16.58%
|
207.57
+140.22%
|
86.41
-35.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
92.13
-47.35%
|
174.99
+54.90%
|
112.97
-7.17%
|
121.70
-29.72%
|
173.16
-16.58%
|
207.57
+140.21%
|