บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
8.00
0.05 (0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7182 out_tok=2961 at=2026-07-25T01:36:55 -->
# ASW กำไรสุทธิ Q2/66 หดตัว YoY เหตุรายได้โอนกรรมสิทธิ์ลด แต่ GPM ยังแกร่ง
## รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 24.7% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นยังคงสูง
บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,250.49 ล้านบาท ลดลง 22.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 24.71% อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 40.35%
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ ASW ในไตรมาส 2/2566 คือ **การลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 42.47% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) จะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 40.35% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง มาจากการ **โอนกรรมสิทธิ์ที่ลดลง** โดยในไตรมาส 2/2566 มีการโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการทั้งหมด 12 โครงการ จำนวน 458 ยูนิต มูลค่า 1,184.69 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่โอนกรรมสิทธิ์จากโครงการ 11 โครงการ จำนวน 458 ยูนิต มูลค่า 1,573.53 ล้านบาท แม้จำนวนยูนิตที่โอนจะเท่าเดิม แต่โครงการที่โอนในปีนี้มีมูลค่าเฉลี่ยต่อยูนิตต่ำกว่า
นอกจากนี้ **ค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น** 25.92% ยังเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไร โดยส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับพนักงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ และค่าใช้จ่ายส่วนกลางและบริการหลังการขายของห้องชุดที่อยู่ภายใต้กรรมสิทธิ์ของกลุ่มบริษัท
อย่างไรก็ตาม **อัตรากำไรขั้นต้นที่ยังคงสูง** สะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่ดี โดยเฉพาะต้นทุนค่าก่อสร้าง และการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป้าหมาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะลดลงในไตรมาสนี้ แต่ฝ่ายจัดการระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์เนื่องจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์และการปรับกลยุทธ์การตลาดที่สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้า รวมถึงการออกกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นต่างๆ
ในส่วนของ **Backlog** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลขที่ชัดเจน แต่มีการเปิดโครงการใหม่หลายโครงการในช่วงปลายปี 2565 ถึงไตรมาส 2/2566 ซึ่งอาจเป็นปัจจัยหนุนรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม การที่รายได้จากการขายลดลงในไตรมาสนี้ อาจบ่งชี้ถึงความท้าทายในการโอนกรรมสิทธิ์ที่อาจเกิดขึ้นต่อเนื่อง หากกำลังซื้อหรือสภาวะตลาดไม่เอื้ออำนวย
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 24.71%** ในไตรมาส 2/2566 เหลือ 1,184.69 ล้านบาท จาก 1,573.53 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 42.47%** ในไตรมาส 2/2566 เหลือ 156.82 ล้านบาท จาก 272.58 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ยังคงแข็งแกร่งที่ 40.35%** ในไตรมาส 2/2566 แม้จะลดลงจาก 44.39% ในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 25.92%** ในไตรมาส 2/2566 เป็น 174.90 ล้านบาท จาก 138.89 ล้านบาทในปีก่อน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ในไตรมาส 2/2566 เป็น 80.38 ล้านบาท จากส่วนแบ่งขาดทุน 3.66 ล้านบาทในปีก่อน
* **สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 18.15%** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เป็น 18,355.74 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและเงินลงทุนในบริษัทร่วม/กิจการร่วมค้า
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 29.37%** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 เป็น 12,398.10 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2566 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,250.49 ล้านบาท ลดลง 22.28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) โดยมีกำไรขั้นต้น 513.48 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 40.35% ลดลงจาก 44.39% ในปีก่อน กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 204.73 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 156.82 ล้านบาท ลดลง 42.47% YoY
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2566 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 2,861.76 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.94% YoY มีกำไรขั้นต้น 1,182.06 ล้านบาท คิดเป็นอัตรากำไรขั้นต้น 39.20% ลดลงเล็กน้อยจาก 40.73% ในปีก่อน กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 531.56 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 439.80 ล้านบาท ลดลง 11.77% YoY
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า:** ฝ่ายจัดการระบุว่าการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้ายังคงตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์
* **การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ด้านการตลาด:** การออกกิจกรรมส่งเสริมการขายใหม่ๆ และโปรโมชั่นต่างๆ ช่วยกระตุ้นการขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการใหม่หลายโครงการในช่วงปลายปี 2565 ถึงไตรมาส 2/2566 ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้น:** การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการร่วมทุนที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์แล้ว เป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์:** รายได้หลักของบริษัทมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งมีความผันผวนตามสภาวะตลาดและความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ของลูกค้า
* **ต้นทุนการพัฒนาโครงการ:** แม้ GPM จะยังสูง แต่ต้นทุนที่ดิน ค่าก่อสร้าง และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น อาจเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไรในอนาคต
* **สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** การกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่ อาจเพิ่มภาระดอกเบี้ยจ่ายและความเสี่ยงทางการเงิน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog):** ตัวเลข Backlog ที่ชัดเจนจะช่วยประเมินรายได้ในอนาคต
* **อัตราการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการใหม่:** ความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการที่เปิดขายใหม่
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** แนวโน้มต้นทุนค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายในการบริหาร
* **สภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การเปลี่ยนแปลงของอุปสงค์และกำลังซื้อในตลาด
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** การเปิดโครงการใหม่ตามแผนที่วางไว้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 24.71% YoY เป็น 1,184.69 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์ 458 ยูนิต จาก 12 โครงการ โดยโครงการหลักที่โอนคือ Modiz Launch และ Kave Ava
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์:** ลดลง 22.35% YoY สอดคล้องกับรายได้จากการขาย
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** ลดลงเล็กน้อยจาก 44.39% เป็น 40.35% ในไตรมาสนี้ และจาก 40.73% เป็น 39.20% ในงวด 6 เดือน โดยระบุว่าเกิดจากโครงสร้างต้นทุนที่แตกต่างกันของผลิตภัณฑ์
* **รายได้จากการเช่าและบริการ:** มีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากค่าบริหารจัดการโครงการจากกิจการร่วมค้า
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย:** ลดลงเล็กน้อย 1.43% YoY แม้จะมีการเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนการตลาดที่ดี
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 25.92% YoY จากค่าใช้จ่ายพนักงานและการขยายธุรกิจ รวมถึงค่าใช้จ่ายส่วนกลางและบริการหลังการขาย
* **ส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า:** พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร 80.38 ล้านบาทในไตรมาสนี้ จากโครงการ Kave Mutant Salaya และ Atmoz Tropicana Bangna ที่เริ่มโอนกรรมสิทธิ์
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการใหม่ 10 โครงการในช่วงปลายปี 2565 ถึงไตรมาส 2/2566 รวม 6,756 ยูนิต มูลค่าโครงการ 14,581 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 18,355.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.15% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 2,390.51 ล้านบาท และเงินลงทุนในบริษัทร่วม/กิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 406.35 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการ
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 12,398.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.37% จากสิ้นปี 2565 โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 1,979.02 ล้านบาท และหุ้นกู้เพิ่มขึ้น 827.55 ล้านบาท เพื่อรองรับการพัฒนาโครงการใหม่
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นไตรมาส 2/2566 อยู่ที่ 5,957.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.08% จากสิ้นปี 2565 โดยเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิและลดลงจากเงินปันผล
## สรุปท้าย
ASW ในไตรมาส 2/2566 เผชิญกับแรงกดดันจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง 24.71% YoY ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่หดตัว 42.47% แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะยังคงอยู่ในระดับสูงที่ 40.35% ก็ตาม ปัจจัยบวกที่สำคัญคือการพลิกกลับมามีส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า และการเปิดโครงการใหม่จำนวนมากซึ่งจะเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการใหม่ ทิศทางต้นทุนการพัฒนา และสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม รวมถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่เพิ่มขึ้นจากการระดมทุนเพื่อขยายธุรกิจ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASW ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
3,205.36
ล้านบาท
↑ 47.4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,261.11
ล้านบาท
↑ 40.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.34
%
กำไรสุทธิ
388.30
ล้านบาท
↑ 147.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.11
%
D/E Ratio
3.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,205
↑ + 47.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,261
↑ + 40.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
388
↑ + 147.8%
YoY
D/E Ratio
3.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.07
ROE (%)
12.86
ROA (%)
5.22
Book Value/หุ้น
10.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
70.18
-103.67%
|
-1,912.13
-159.18%
|
3,230.85
+271.56%
|
869.54
-7.09%
|
935.94
+290.27%
|
239.82
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
43.78
-96.95%
|
1,433.98
-541.16%
|
-325.05
-128.92%
|
1,123.92
+108.97%
|
537.84
-751.93%
|
-82.50
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-332.19
-2,268.34%
|
15.32
-100.53%
|
-2,898.85
+21.14%
|
-2,393.01
+87.24%
|
-1,278.06
+934.62%
|
-123.53
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-218.23
-52.85%
|
-462.83
-6,759.42%
|
6.95
-101.74%
|
-399.55
-304.12%
|
195.74
+479.28%
|
33.79
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,423.28
+5.21%
|
1,352.79
+80.16%
|
750.89
-4.40%
|
785.49
+147.86%
|
316.91
+11.93%
|
283.12
+9.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,084.63
-23.79%
|
1,423.28
+9.87%
|
1,295.37
+72.51%
|
750.89
-4.40%
|
785.49
+147.86%
|
316.91
-65.67%
|