บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
8.00
0.05 (0.62%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5391 out_tok=2982 at=2026-07-25T11:19:11 -->
# ASW Q1/2565 กำไรสุทธิหดตัว 24% เหตุต้นทุนโอนโครงการสูงขึ้น แม้รายได้ค่าเช่าเติบโต
## รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 8.7% ขณะที่รายได้อื่นพุ่ง 105% จากกำไรขายเงินลงทุน
บริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,118.09 ล้านบาท ลดลง 4.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 255.13 ล้านบาท ลดลง 24% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ที่สูงขึ้นจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่มีต้นทุนหลากหลายแบรนด์มากขึ้น ขณะที่รายได้อื่นปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงของผลประกอบการ ASW ในไตรมาส 1/2565 คือ **การปรับตัวลดลงของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ** แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะยังคงมีสัดส่วนหลัก แต่การเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างต้นทุนโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ในไตรมาส 1/2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 1,050.19 ล้านบาท ลดลง 8.72% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยการโอนกรรมสิทธิ์มาจาก 19 โครงการ ซึ่งมีทั้งโครงการคอนโดมิเนียมและโครงการแนวราบจากหลากหลายแบรนด์ เช่น Kave, Modiz, Atmoz และ Puri Puri ที่มีการโอนกรรมสิทธิ์ต่อเนื่องจากปีก่อน รวมถึงโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนไตรมาส
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์กลับเพิ่มขึ้น 8.21% เป็น 642.41 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากสัดส่วนโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้มีความหลากหลายของแบรนด์มากขึ้น โดยมีโครงการแบรนด์ Kave, Modiz, Atmoz และ Puri Puri เป็นสัดส่วนหลัก ซึ่งบางแบรนด์มีต้นทุนสูงกว่าโครงการอย่าง Kave Town Space และ Kave Town Shift ที่เคยเป็นสัดส่วนหลักในปี 2564 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนนี้ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 45.67% ในปีก่อน เหลือ 36.06% ในไตรมาสนี้
นอกจากนี้ รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 105.87% เป็น 150.52 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยและกำไรจากการวัดมูลค่ายุติธรรมของเงินลงทุน จำนวน 145.23 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยชดเชยผลกระทบจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงได้บางส่วน
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นคือ "โครงสร้างต้นทุนขายที่แตกต่างกันของโครงการคอนโดมิเนียม และโครงการแนวราบแบรนด์ต่างๆที่โอนกรรมสิทธิ์ในแต่ละงวด" ซึ่งเป็นลักษณะของการดำเนินงานปกติของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องบริหารจัดการต้นทุนและสัดส่วนการโอนโครงการในแต่ละช่วงเวลา ส่วนกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งคราว
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 24%:** กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 225.90 ล้านบาท ลดลง 94.40 ล้านบาท หรือ 29.4% จาก 320.30 ล้านบาทในไตรมาส 1/2564
* **อัตรากำไรขั้นต้นหดตัว:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 45.67% ในไตรมาส 1/2564 เหลือ 36.06% ในไตรมาส 1/2565
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 8.72%:** อยู่ที่ 1,050.19 ล้านบาท จาก 1,150.48 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้อื่นพุ่ง 105.87%:** จาก 73.12 ล้านบาท เป็น 150.52 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุน
* **ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 8.21%:** อยู่ที่ 642.41 ล้านบาท จาก 593.67 ล้านบาทในปีก่อน
* **ค่าใช้จ่ายการตลาดและบริหารเพิ่มขึ้น:** ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 21.11% และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.07%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1/2565 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,118.09 ล้านบาท ลดลง 4.74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (1,173.74 ล้านบาท) โดยรายได้หลักมาจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ 1,050.19 ล้านบาท ลดลง 8.72% ขณะที่รายได้จากการเช่าและบริการ รวมถึงรายได้ค่าบริหารจัดการโครงการของกิจการร่วมค้าเพิ่มขึ้น
อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.06% ลดลงจาก 45.67% ในปีก่อน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 458.00 ล้านบาท ลดลง 19.56%
ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 21.11% เป็น 136.64 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 26.07% เป็น 133.96 ล้านบาท
กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิ 255.13 ล้านบาท ลดลง 24% เมื่อเทียบกับ 320.05 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 20.09% ลดลงจาก 25.67%
## โอกาส
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การตลาด:** ฝ่ายจัดการมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการลูกค้าและปรับกลยุทธ์การตลาดให้สอดคล้องกับพฤติกรรมลูกค้าในสถานการณ์ปัจจุบัน รวมถึงการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและโปรโมชั่นต่างๆ เพื่อกระตุ้นการโอนกรรมสิทธิ์
* **รายได้จากการเช่าและบริการเติบโต:** ธุรกิจบริการเกี่ยวกับการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์ภายใต้ Treasure M และธุรกิจนายหน้าฝากขายฝากเช่าภายใต้ Asset A Plus มีรายได้เพิ่มขึ้น
* **รายได้ค่าบริหารจัดการโครงการเพิ่มขึ้น:** รายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นจากรายได้ค่าบริหารจัดการโครงการของกิจการร่วมค้า
* **การร่วมทุนพัฒนาโครงการ:** การร่วมทุนพัฒนาโครงการ Atmoz Bangna กับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการลงทุนและความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **โครงสร้างต้นทุนขายที่แตกต่างกัน:** การโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่มีสัดส่วนแบรนด์และต้นทุนที่หลากหลายในแต่ละงวด ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากกิจการร่วมค้า:** โครงการร่วมทุน Kave Salaya และ Atmoz Bangna อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทำให้มีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากค่าใช้จ่ายดำเนินงานในช่วงพัฒนาโครงการ
* **การรับรู้กำไรจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการร่วมทุน:** การโอนกรรมสิทธิ์ของโครงการร่วมทุน Kave TU และ Modiz Sukhumvit 50 บางส่วนถูกรับรู้ในส่วนของส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น:** จับตาว่าโครงสร้างต้นทุนโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสถัดไปจะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นอย่างไร
* **ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer):** ติดตามยอดโอนกรรมสิทธิ์โครงการต่างๆ โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่จะเปิดขายและโอนในปีนี้
* **Presale:** การเปิดตัวโครงการใหม่และยอดขายล่วงหน้าจะเป็นตัวบ่งชี้รายได้ในอนาคต
* **Backlog:** มูลค่า Backlog ที่รอการโอนกรรมสิทธิ์ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนก่อสร้าง:** การควบคุมต้นทุนที่อาจผันผวนจากปัจจัยภายนอก
* **การดำเนินงานของกิจการร่วมค้า:** ผลประกอบการและแนวโน้มการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร/ขาดทุนจากโครงการร่วมทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer):** ในไตรมาส 1/2565 มีการโอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดจาก 19 โครงการ จำนวน 410 ยูนิต คิดเป็นมูลค่า 1,050.19 ล้านบาท โดยรายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการคอนโดและโครงการแนวราบแบรนด์ต่างๆ เช่น Kave Town Shift, Kave TU, Modiz Sukhumvit 50, Atmoz Ratchada - Huai Kwang, และ Puri Puri Pattanakarn รวมถึงโครงการ Maxxi Prime Ratchada Sutthisan ที่ก่อสร้างแล้วเสร็จก่อนไตรมาส
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่ระบุว่าลูกค้าส่วนใหญ่ยังคงตัดสินใจโอนกรรมสิทธิ์เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยต่ำ และมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับกลยุทธ์การตลาดเพื่อส่งเสริมการขายและการโอนกรรมสิทธิ์อย่างต่อเนื่อง
**การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาส 1/2565 โดยตรง แต่กล่าวถึงการซื้อบริษัทที่พัฒนาโครงการ Maxxi Prime Ratchada Sutthisan และการร่วมทุนพัฒนาโครงการ Atmoz Bangna
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 8.21% เป็น 642.41 ล้านบาท โดยระบุว่ามาจากสัดส่วนโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์มีความหลากหลายของแบรนด์มากขึ้น ซึ่งบางแบรนด์มีต้นทุนสูงกว่า
**อัตรากำไรโครงการ:** อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมลดลงจาก 45.67% เป็น 36.06% เนื่องจากโครงสร้างต้นทุนขายที่แตกต่างกันของโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** ณ สิ้นไตรมาส 1/2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 11,664.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.91% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ 379.52 ล้านบาท เนื่องจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโครงการพัฒนาในอนาคต และการซื้อบริษัทที่พัฒนาโครงการ Maxxi Prime Ratchada Sutthisan
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,468.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.09% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 841.60 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะสั้น เจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้หมุนเวียนอื่น และส่วนของหนี้สินระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระในหนึ่งปี ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 771.98 ล้านบาท จากเงินกู้ยืมระยะยาว
**อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E):** ไม่ได้ระบุโดยตรง แต่สามารถคำนวณได้จากหนี้สินรวม 6,468.31 ล้านบาท และส่วนของผู้ถือหุ้น 5,196.37 ล้านบาท จะได้ D/E ประมาณ 1.24 เท่า
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 5,196.37 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.26% จากสิ้นปี 2564 โดยเกิดจากกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565
**กระแสเงินสด:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง
## สรุปท้าย
ASW ในไตรมาส 1/2565 เผชิญแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างต้นทุนโครงการที่โอนกรรมสิทธิ์ แม้ว่ารายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเป็นรายได้หลัก และมีปัจจัยบวกจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นจากการขายเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์การตลาดเพื่อกระตุ้นยอดโอนกรรมสิทธิ์ ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนโครงการและความสามารถในการทำกำไรจากโครงการใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ ASW ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
3,205.36
ล้านบาท
↑ 47.4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,261.11
ล้านบาท
↑ 40.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
39.34
%
กำไรสุทธิ
388.30
ล้านบาท
↑ 147.8% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.11
%
D/E Ratio
3.07
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,205
↑ + 47.4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,261
↑ + 40.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
388
↑ + 147.8%
YoY
D/E Ratio
3.07
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — ASW
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.07
ROE (%)
12.86
ROA (%)
5.22
Book Value/หุ้น
10.32
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — ASW
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+70
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+44
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — ASW
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
70.18
-103.67%
|
-1,912.13
-159.18%
|
3,230.85
+271.56%
|
869.54
-7.09%
|
935.94
+290.27%
|
239.82
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
43.78
-96.95%
|
1,433.98
-541.16%
|
-325.05
-128.92%
|
1,123.92
+108.97%
|
537.84
-751.93%
|
-82.50
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-332.19
-2,268.34%
|
15.32
-100.53%
|
-2,898.85
+21.14%
|
-2,393.01
+87.24%
|
-1,278.06
+934.62%
|
-123.53
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-218.23
-52.85%
|
-462.83
-6,759.42%
|
6.95
-101.74%
|
-399.55
-304.12%
|
195.74
+479.28%
|
33.79
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,423.28
+5.21%
|
1,352.79
+80.16%
|
750.89
-4.40%
|
785.49
+147.86%
|
316.91
+11.93%
|
283.12
+9.43%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,084.63
-23.79%
|
1,423.28
+9.87%
|
1,295.37
+72.51%
|
750.89
-4.40%
|
785.49
+147.86%
|
316.91
-65.67%
|