บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.53
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6639 out_tok=2580 at=2026-07-26T03:51:05 -->
# SIRI กำไรสุทธิปี 65 ทะยาน 112% ทำสถิติสูงสุดใหม่ รับอานิสงส์รายได้โอน-มาร์จิ้นพุ่ง
## รายได้รวมโต 18% กำไรสุทธิพุ่ง 112% ทำสถิติสูงสุดใหม่ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจากมาร์จิ้นธุรกิจหลักที่เพิ่มขึ้นและการบริหารต้นทุน
ในปี 2565 บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI รายงานผลประกอบการที่เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีรายรับรวม 34,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% จากปีก่อนหน้า และมีกำไรสุทธิ 4,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 112% ทำสถิติสูงสุดใหม่ของบริษัทฯ การเติบโตนี้เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการที่สนับสนุนทั้งรายได้และอัตรากำไรของธุรกิจหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SIRI ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 112% ในปี 2565 มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM) ของธุรกิจหลัก** จาก 33.8% ในปี 2564 เป็น 35.4% ในปี 2565 ประกอบกับการ **เพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการที่ร่วมค้าและบริษัทร่วม** และ **การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร รวมถึงค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลง**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นเกิดจากการที่ต้นทุนโครงการเพื่อขายเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้จากการขายโครงการ โดยรายได้จากการขายโครงการในปี 2565 อยู่ที่ 30,716 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากปีก่อนหน้า ขณะที่ต้นทุนโครงการเพื่อขายเพิ่มขึ้น 16% ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย นอกจากนี้ การที่บริษัทฯ นำที่ดินที่มีอยู่มาพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยที่ดินสามารถบันทึกเป็นต้นทุนโครงการได้ แทนที่จะเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงิน ซึ่งส่งผลให้ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงอย่างมากจาก 1,165 ล้านบาทในปี 2564 เหลือ 737 ล้านบาทในปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มการเติบโตของรายได้จากการขายโครงการที่ยังคงแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และมิกซ์โปรดักส์ รวมถึงการเปิดโครงการใหม่ๆ ที่จะทยอยรับรู้รายได้ในอนาคต นอกจากนี้ การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม ยังเป็นปัจจัยที่คาดว่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม ความต่อเนื่องอาจขึ้นอยู่กับสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างที่อาจผันผวน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิสูงสุดเป็นประวัติการณ์:** ปี 2565 กำไรสุทธิ 4,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112% จาก 2,017 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมเติบโต 18%:** อยู่ที่ 34,983 ล้านบาท จาก 29,558 ล้านบาทในปี 2564
* **อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้น:** โครงการเพื่อขายอยู่ที่ 35.4% เพิ่มขึ้นจาก 33.8% ในปี 2564
* **รายได้จากการขายโครงการเพิ่มขึ้น 17%:** อยู่ที่ 30,716 ล้านบาท โดยทุกประเภทผลิตภัณฑ์เติบโต
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง:** จาก 1,165 ล้านบาท เหลือ 737 ล้านบาท จากการนำที่ดินมาพัฒนาโครงการ
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) อยู่ที่ 1.89 เท่า:** และหนี้สินที่มีดอกเบี้ยต่อทุน (Gearing Ratio) อยู่ที่ 1.60 เท่า ยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 SIRI มีรายได้รวม 34,983 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18% เมื่อเทียบกับ 29,558 ล้านบาทในปี 2564 การเติบโตนี้มาจากรายได้ในเกือบทุกประเภทธุรกิจ โดยเฉพาะรายได้จากการขายโครงการที่เพิ่มขึ้น 17% เป็น 30,716 ล้านบาท โดยรายได้จากบ้านเดี่ยวเพิ่มขึ้น 6% เป็น 13,545 ล้านบาท, ทาวน์โฮมเติบโตสูงสุด 66% เป็น 3,784 ล้านบาท, มิกซ์โปรดักส์เพิ่มขึ้น 25% เป็น 3,278 ล้านบาท และคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 19% เป็น 10,109 ล้านบาท นอกจากนี้ รายได้จากโครงการเพื่อเช่าเพิ่มขึ้น 35% เป็น 210 ล้านบาท และรายได้ค่าบริหารโรงแรมเติบโต 74% เป็น 548 ล้านบาท
ในด้านต้นทุนขาย ต้นทุนโครงการเพื่อขายเพิ่มขึ้น 16% เป็น 19,834 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการเพื่อขายปรับเพิ่มขึ้นเป็น 35.4% จาก 33.8% ในปีก่อนหน้า ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารคิดเป็น 20.5% ของรายได้รวม ลดลงจาก 21.6% ในปีก่อนหน้า โดยค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ผลประกอบการที่แข็งแกร่งส่งผลให้กำไรสุทธิ (ส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น) ในปี 2565 อยู่ที่ 4,280 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112% จาก 2,017 ล้านบาทในปี 2564 ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 12.2% จาก 6.8% ในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากการขายโครงการ:** การเปิดโครงการใหม่และการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่สร้างเสร็จแล้ว โดยเฉพาะในกลุ่มบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และมิกซ์โปรดักส์
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** ส่งผลดีต่อรายได้ค่าบริหารโรงแรมและรายได้จากธุรกิจโรงแรม
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพ:** ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิ
* **การเพิ่มขึ้นของส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้าและบริษัทร่วม:** สะท้อนถึงการเติบโตของธุรกิจที่ร่วมลงทุน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค:** อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจปรับตัวสูงขึ้น:** จากภาวะเงินเฟ้อและราคาวัสดุก่อสร้าง
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** อาจส่งผลต่อราคาขายและอัตรากำไร
* **อัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวสูงขึ้น:** อาจส่งผลต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายรอการโอน (Backlog):** มูลค่าและอัตราการทยอยรับรู้รายได้
* **แผนการเปิดโครงการใหม่:** จำนวนโครงการ มูลค่า และทำเลที่ตั้ง
* **อัตรากำไรขั้นต้นของโครงการใหม่:** แนวโน้มการบริหารจัดการต้นทุน
* **การฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** อัตราการเข้าพักและรายได้เฉลี่ยต่อห้อง
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การรักษาระดับ D/E และ Gearing Ratio ให้อยู่ในกรอบที่กำหนด
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขายโครงการ:** เติบโต 17% เป็น 30,716 ล้านบาท โดยรายได้จากแนวราบ (บ้านเดี่ยว, ทาวน์โฮม, มิกซ์โปรดักส์) คิดเป็น 67% ของรายได้รวม โดยเฉพาะทาวน์โฮมเติบโตสูงสุด 66% จากการเปิดโครงการใหม่ 11 โครงการ รายได้จากคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้น 19% เป็น 10,109 ล้านบาท โดยโครงการ XT Huai Khwang สร้างรายได้สูงสุด
* **รายได้จากโครงการเพื่อเช่า:** เพิ่มขึ้น 35% เป็น 210 ล้านบาท จากการเพิ่มพื้นที่เช่า การงดส่วนลด และอัตราการเช่าที่สูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** โครงการเพื่อขายอยู่ที่ 35.4% เพิ่มขึ้นจาก 33.8% ในปีก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นในทุกประเภทผลิตภัณฑ์
* **ต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย:** เพิ่มขึ้นในสินทรัพย์หมุนเวียน สะท้อนการลงทุนในโครงการใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 127,451 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10,819 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 83,411 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,746 ล้านบาท โดยหนี้สินเฉพาะที่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** อยู่ที่ 1.89 เท่า และหนี้สินเฉพาะที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Gearing Ratio) อยู่ที่ 1.60 เท่า ซึ่งยังคงต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ที่ 2.5 เท่า
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 3,074 ล้านบาท เป็น 44,041 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
* **กระแสเงินสด:** มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 674 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,110 ล้านบาท โดยมีเงินสดรับจากการออกหุ้นกู้ 6,667 ล้านบาท และจ่ายเงินปันผล 1,489 ล้านบาท เงินสดคงเหลือ ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,660 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SIRI สร้างสถิติใหม่ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 112% ในปี 2565 จากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น และการเติบโตของรายได้ในทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะโครงการแนวราบที่เติบโตโดดเด่น แม้ว่าฐานะการเงินจะยังคงแข็งแกร่งและมีโอกาสในการเติบโตต่อเนื่องจาก backlog และแผนการเปิดโครงการใหม่ แต่การจับตาความเสี่ยงจากสภาวะเศรษฐกิจและต้นทุนการก่อสร้างยังคงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SIRI ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
10,724.51
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
3,372.75
ล้านบาท
↑ 13.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.45
%
กำไรสุทธิ
1,571.18
ล้านบาท
↑ 35.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.65
%
D/E Ratio
1.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
10,725
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,373
↑ + 13.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,571
↑ + 35.6%
YoY
D/E Ratio
1.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SIRI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.90
ROE (%)
9.24
ROA (%)
4.04
Book Value/หุ้น
2.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SIRI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,710
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,369
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท