เข้าสู่ระบบ
+ สมัครสมาชิก
วิธีใช้งาน AiO
ห้องเรียนหุ้น
หน้าระบบ
STOCK INFO
ข้อมูลหุ้น
จุดเด่น
สรุปงบล่าสุด
สรุป OPPDAY
Dash Box
DCA
IAA Consensus
ProjectX
เงินปันผล
ราคาหุ้น
กราฟราคา
Matrix ราคาที่เปลี่ยนแปลง
ข่าวออนไลน์
รายชื่อกรรมการล่าสุด
ผู้ถือหุ้นใหญ่
การซื้อขายของผู้บริหาร
งบการเงิน
งบการเงิน
กำไรขาดทุน
ฐานะทางการเงิน
กระแสเงินสด
Data / Community
Blog & Event
(บทความ&ข่าวสาร&กิจกรรม)
Live & Video
วิดีโอและไลฟ์สด
Community
(ชุมชน)
Data / Tools
ค่าเงิน & วัตถุดิบ
บาทดอลลาร์
น้ำมัน
ถ่านหิน
ค่าระวางเรือ
ทองแดง
เหล็ก
น้ำตาลทราย
ยางพารา
กาแฟ
กราฟ SET
SET INDEX
ข่าวหุ้น
ข่าวหุ้น
OPPDAY
เงินปันผล
Basket List
Virtual Port
Deep
เปรียบเทียบหุ้น
Stock Filter
การซื้อขายของผู้บริหาร
Activity
AIO Reward
Change Log
AiO Version 3.9
สรุป OPPDAY หุ้น SIRI
Home
สรุป OPPDAY หุ้น SIRI
SIRI
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
Oppday
ไตรมาสที่ 4 ปี 2568
-- รอบที่ --
4Q2568
2Q2568
4Q2567
สรุป OPPDAY
📅
ข้อมูลสำคัญ: OPPDAY งวดทั้งปี (YE) พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025
- ปีงบประมาณปัจจุบัน: พ.ศ. 2568 / ค.ศ. 2025 - ปีก่อนหน้า: พ.ศ. 2567 / ค.ศ. 2024 --- ###
1. สรุปภาพรวมเชิงกลยุทธ์ (Executive Summary)
บริษัทแสนสิริจำกัด(มหาชน) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 มีการเปิดตัวโครงการใหม่จำนวน 24 โครงการ มูลค่ารวม 52,000 ล้านบาท โดยเน้นพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลเป็นหลัก และยังขยายสู่ภูเก็ตอย่างชัดเจน โดยมุ่งเน้นกลุ่มลูกค้าระดับกลางบนเป็นสำคัญ พร้อมรักษาภาพลักษณ์แบรนด์ “เศรษฐศิลป์” และ “นาราศิริ” ผ่านการเปิดตัวโครงการใหม่ในทำเลที่มีศักยภาพสูง เช่น กรุงเทพฯ กีฑา, พุทธมณฑลสาย 2 และภูเก็ตหาดสุรินทร์ บริษัทเผชิญแรงกดดันจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวในปีนี้ โดยยอดขายและยอดโอนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังคงรักษาอัตรากำไรสุทธิไว้ที่ระดับ 13.1% และปรับโครงสร้างหนี้สินให้มีความแข็งแกร่งขึ้น โดยลดเกียร์ริงต่อทุนจาก 1.43 เท่าในปีก่อน มาอยู่ที่ 1.31 เท่า
จุดเปลี่ยนสำคัญ (Inflection Point)
: การย้ายโฟกัสไปสู่ภูเก็ตและโครงการระดับกลางบน โดยเฉพาะโครงการที่เน้นความต้องการของกลุ่มลูกค้าต่างชาติและลูกค้าในกลุ่มธุรกิจ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงแผนปรับโครงสร้างธุรกิจเพื่อกระจายความเสี่ยงและรักษาสมดุลของรายได้จากภูมิภาคต่าง ๆ --- ###
2. ผลการดำเนินงานและตัวชี้วัดสำคัญ (Financial & KPI Analysis)
ตารางสรุปผลประกอบการ (หน่วย: ล้านบาท)
| รายการ | พ.ศ. ก่อนหน้า (2567) | พ.ศ. ปัจจุบัน (2568) | |-------------------------------------------|----------------|---------------| | รายได้รวม | 34,352 | 31,415 | | กำไรจากการดำเนินงาน (EBIT / Core Profit) | 29,352 | 26,418 | | กำไรสุทธิ (Net Profit) | 4,765 | 4,513 | |
Presale Revenue
| - | 41,700 | |
Backlog (ณ สิ้นปี)
| - | 17,138 | |
Transfer Revenue
| - | 36,700 | > *หมายเหตุ: รายการ “Presale” และ “Backlog” เป็น KPI สำคัญเฉพาะของบริษัทในหมวดอสังหาริมทรัพย์* --- ####
การวิเคราะห์ Core vs Non-Core
-
Core Profit (EBIT)
: อยู่ที่ 26,418 ล้านบาท ลดลง 9.7% จากปีก่อน -
Non-Core Revenue & JV Profit
: ส่วนแบ่งกำไรจากโครงการพันธมิตร (JV) ลดลงเหลือ 567 ล้านบาท (-49%) เนื่องจากการโอนโครงการบุราศิริ-กรุงเทพบีธานในปีก่อนสิ้นสุดลง และไม่มีโครงการ JV ใหม่ขนาดใหญ่ในปีนี้ --- ###
3. ปัจจัยขับเคลื่อนและอุปสรรค (Drivers & Constraints)
####
ปัจจัยภายใน
- ✅
กลยุทธ์ที่ได้ผล
: - การเปิดตัวโครงการใหม่ในภูเก็ต (เช่น เรียบายแสนสิริ, เดอะเบสเชิงทะเล) และกรุงเทพฯ กีฑา เสริมสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ “เศรษฐศิลป์” ในทำเลที่มีศักยภาพสูง - การเน้นโครงการระดับกลางบน (Mid-to-High Segment) เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับกลางที่มีกำลังซื้อมั่นคง - ⚠️
ปัญหาที่กำลังแก้ไข
: - การชะลอตัวของยอดโอน (ลดลง 16%) จากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์โดยรวม และความกังวลเรื่องการกู้ยืมของลูกค้าในกลุ่มราคาต่ำ ####
ปัจจัยภายนอก
- 📉
เศรษฐกิจมหภาค
: ภาวะดอกเบี้ยนโยบายลดลงช่วยสนับสนุนความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ปานกลาง - 📈
ตลาดภูเก็ต
: เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ เนื่องจากมีประชากรชาวต่างชาติสูงถึง 10–15% และเป็นตลาดท่องเที่ยวหลัก ทำให้โครงการในภูเก็ตขายดีอย่างต่อเนื่อง (ยอดขายเฉลี่ยบางโครงการเกิน 90%) - ⚠️
สงครามอิหร่าน-อิสราเอล
: มีผลกระทบระยะสั้นต่อต้นทุนวัสดุก่อสร้างและโลจิสติกส์ โดยเฉพาะในภูเก็ต แต่บริษัทระบุว่ามีการล็อกต้นทุนล่วงหน้าแล้ว และไม่กระทบต่อโครงการปัจจุบัน --- ###
4. เจาะลึกช่วงถาม-ตอบ (Q&A Deep Dive)
Q:
สงครามอิหร่าน-อิสราเอลส่งผลต่อธุรกิจอย่างไร?
A:
บริษัทอยู่ในช่วง “monitoring” โดยมีต้นทุนเดิม (stock & work in process) ล็อกไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่วนโครงการใหม่กำลังเจรจากับผู้ผลิตเพื่อล็อกต้นทุนก่อนเปิดขาย หากสงครามยืดเยื้ออาจส่งผลต่อค่าใช้จ่ายด้านน้ำมันและโลจิสติกส์
Q:
มีแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ฟื้นตัวหรือไม่?
A:
มองว่าปีที่แล้วเป็น “bottom” แล้ว เศรษฐกิจภายในประเทศเริ่มฟื้นตัว โดยดอกเบี้ยนโยบายลดลงช่วยลดต้นทุนการกู้ยืมของลูกค้าและผู้พัฒนา อสังหาริมทรัพย์ในภูเก็ตก็ยังเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
Q:
ภูเก็ตเป็นตลาดรองกรุงเทพฯ หรือไม่?
A:
เห็นด้วยว่าภูเก็ตน่าจะเติบโตต่อไป เพราะมีประชากรชาวต่างชาติสูงถึง 10–15% และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก มีศักยภาพในการขยายตัวในระยะยาว
Q:
ต้นทุนพัฒนาโครงการกรุงเทพฯ เทียบกับภูเก็ตหรือไม่?
A:
ต้นทุนภูเก็ตสูงกว่ากรุงเทพฯ โดยประมาณ 20% เนื่องจากระยะทางขนส่งวัสดุไกลกว่า แต่จังหวัดอื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ หรือหัวหิน มีต้นทุนใกล้เคียงกับกรุงเทพฯ
Q:
การลดดอกเบี้ยช่วยกระตุ้นยอดขายได้ไหม?
A:
ได้ช่วยสนับสนุนทั้งผู้พัฒนาและลูกค้า โดยลดต้นทุนดอกเบี้ยในการก่อสร้าง และลดต้นทุนการกู้ยืมของลูกค้า ส่งผลให้ความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น
Q:
มีแผนขยายธุรกิจไปต่างประเทศไหม?
A:
มีแผนลงทุนเพิ่มเติมประมาณ 1,000 ล้านบาทสำหรับการพัฒนาธุรกิจใหม่ โดยเน้นร่วมมือกับพาร์ตเนอร์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อสร้าง New S-Curve ที่เติบโตได้ในระยะยาว
Q:
พฤติกรรมลูกค้าชอบคอนโดสร้างเสร็จก่อนขายหรือไม่?
A:
ใช่ โดยเฉพาะในแหล่งงาน เช่น เขตอุตสาหกรรม ซึ่งลูกค้ามักอาศัยอยู่ในอาพาร์ทเม้นต์แล้วต้องการซื้อคอนโดเพื่อลดภาระค่าเช่า
Q:
สัดส่วนยอดขายลูกค้าต่างชาติเป็นเท่าใด?
A:
เทียบกับยอดขายรวมประมาณ 15–20% โดยชาวจีนอยู่ที่ 30%, พม่า 10%, รัสเซีย 10%, ไต้หวัน และยุโรปรวมประมาณ 10%
Q:
ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นอย่างไร?
A:
เปิดตัวโครงการใหม่ในเดือนมีนาคม ปีนี้ มียอดจองเพิ่มขึ้นมากในสองเดือนแรก โดยคาดว่ารายรับจะเติบโตถึงประมาณ 600 ล้านบาทภายในปี
Q:
จะออกหุ้นกู้เท่าไหร่ในปีนี้?
A:
ออกหุ้นกู้ประมาณ 10,000–12,000 ล้านบาท ใน 3 รอบ (เดือนมีนาคม, กลางปี, สิ้นปี) โดยมีสภาพคล่องรวมกว่า 20,000 ล้านบาท จึงสามารถคืนหุ้นกู้ได้โดยไม่ต้องออกใหม่ --- ###
5. สรุปวิเคราะห์ท้ายบทความ (Conclusion)
####
เป้าหมาย (Targets)
-
ระยะสั้น (2026)
: เปิดตัวโครงการใหม่ 33 โครงการ มูลค่ารวม 51,000 ล้านบาท โดยเน้นระดับกลางบนในกรุงเทพฯ และภูเก็ต -
ระยะยาว
: พัฒนาธุรกิจใหม่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผ่านร่วมมือพาร์ตเนอร์ เพื่อกระจายความเสี่ยงและสร้าง New S-Curve ####
สิ่งที่ต้องจับตามอง (Key Watch-out)
- การชะลอตัวของยอดโอนในภูมิภาคกรุงเทพฯ - ความเสี่ยงจากภาวะดอกเบี้ยนโยบายและการกู้ยืมของลูกค้าในกลุ่มราคาต่ำ - การเปลี่ยนแปลงนโยบายรัฐบาลที่อาจกระทบต่อการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะในภูเก็ต --- *ข้อมูลทั้งหมดอ้างอิงจากบริษัทแสนสิริจำกัด(มหาชน) ในงาน SET Opportunity Day งวดปี 2568 (ค.ศ. 2025)*
เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การใช้งานของคุณ การเข้าใช้เว็บไซต์นี้ถือว่าคุณยอมรับ
นโยบายความเป็นส่วนตัว
ยอมรับทั้งหมด
ไม่ยอมรับ