บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
1.53
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7859 out_tok=3501 at=2026-07-26T04:25:51 -->
# SIRI กำไร Q3/2565 พุ่ง 102% รับแรงหนุนรายได้โตทุกหน่วยธุรกิจ
## รายได้รวม 8,855 ล้านบาท โต 23% YoY ขณะที่กำไรสุทธิ 1,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเท่าตัว สวนทางรายได้รวม 9 เดือนแรกที่ลดลงเล็กน้อย
บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 8,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่นถึง 102% มาอยู่ที่ 1,268 ล้านบาท ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับขึ้นมาอยู่ที่ 14.3% จาก 8.7% ในปีก่อนหน้า อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 21,913 ล้านบาท ลดลง 1% แต่กำไรสุทธิกลับเติบโต 49% มาอยู่ที่ 2,488 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ SIRI ในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด คือการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในทุกหน่วยธุรกิจ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ และการลดลงของค่าใช้จ่ายทางการเงิน
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้รายได้รวมในไตรมาส 3/2565 เพิ่มขึ้น 23% มาอยู่ที่ 8,855 ล้านบาท มาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายโครงการในเกือบทุกประเภทผลิตภัณฑ์ โดยเฉพาะโครงการทาวน์โฮมที่เติบโตสูงถึง 115% จากโครงการเดมี่ สาธุ 49 และแบรนด์ "สิริ เพลส" ที่สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงโครงการบ้านเดี่ยวที่เติบโต 28% และมิกซ์ โปรดักส์ที่เติบโต 25% แม้ว่ารายได้จากคอนโดมิเนียมจะลดลงเล็กน้อย 2% แต่ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่แล้วเสร็จยังคงเป็นไปตามแผน นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจบริการอื่นๆ เช่น โรงแรมและโรงเรียน ก็ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ จากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19
การเติบโตของกำไรสุทธิ 102% มาจากหลายปัจจัยประกอบกัน ประการแรกคือการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้นจากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งปรับตัวสูงขึ้นจาก 34.1% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 34.2% ในไตรมาสนี้ และสำหรับงวด 9 เดือนอยู่ที่ 34.9% จาก 32.8% ในปีก่อน ประการที่สองคือการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจบริการอื่นๆ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่เติบโต 77% และธุรกิจโรงเรียนที่เติบโต 181% ในไตรมาสนี้ ประการสุดท้ายคือค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงถึง 64% เป็นผลมาจากการนำที่ดินมาพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น ทำให้ดอกเบี้ยสามารถบันทึกเป็นต้นทุนโครงการได้แทนการบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทางการเงิน
สำหรับแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต ปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของธุรกิจบริการและรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่ยังคงมีอยู่ ประกอบกับการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ดี น่าจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้รวม 9 เดือนแรกที่ลดลงเล็กน้อย สะท้อนถึงความท้าทายในภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังคงต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เติบโต 23% YoY:** อยู่ที่ 8,855 ล้านบาท จาก 7,229 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และมิกซ์ โปรดักส์
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 พุ่ง 102% YoY:** อยู่ที่ 1,268 ล้านบาท จาก 628 ล้านบาทในปีก่อน ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 14.3% จาก 8.7%
* **ภาพรวม 9 เดือนแรก กำไรสุทธิโต 49%:** แม้รายได้รวมลดลง 1% เป็น 21,913 ล้านบาท แต่กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นเป็น 2,488 ล้านบาท จาก 1,674 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้จากโครงการบ้านเดี่ยวโต 28%:** ในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 3,257 ล้านบาท โดยมีโครงการเศรษฐสิริ พระราม 5 เป็นโครงการหลัก
* **รายได้ทาวน์โฮมโตเด่น 115%:** อยู่ที่ 1,171 ล้านบาท จากโครงการเดมี่ สาธุ 49 และแบรนด์ "สิริ เพลส"
* **รายได้ธุรกิจบริการฟื้นตัวแรง:** รายได้ค่าบริหารโรงแรมโต 77% และรายได้ธุรกิจโรงเรียนโต 181% ในไตรมาส 3/2565
* **ต้นทุนทางการเงินลดลง 64%:** ในไตรมาส 3/2565 เหลือ 103 ล้านบาท จาก 284 ล้านบาทในปีก่อน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 SIRI มีรายได้รวม 8,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายโครงการในทุกหน่วยธุรกิจ โดยเฉพาะโครงการทาวน์โฮมที่เติบโตโดดเด่นถึง 115% รองลงมาคือบ้านเดี่ยวที่เติบโต 28% และมิกซ์ โปรดักส์ 25% แม้ว่ารายได้จากคอนโดมิเนียมจะลดลงเล็กน้อย 2% แต่ภาพรวมการโอนกรรมสิทธิ์ยังคงเป็นไปตามแผน นอกจากนี้ รายได้จากธุรกิจบริการอื่นๆ เช่น โรงแรมและโรงเรียน ก็มีการฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19
สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 1,268 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 102% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 14.3% จาก 8.7% ในปีก่อนหน้า ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น การเติบโตของธุรกิจบริการ และการลดลงของต้นทุนทางการเงิน
ในส่วนของผลประกอบการงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 21,913 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิเติบโตอย่างโดดเด่น 49% มาอยู่ที่ 2,488 ล้านบาท ทำให้อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 7.6% เป็น 11.4%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคอสังหาริมทรัพย์:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ ส่งผลดีต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **การเติบโตของธุรกิจบริการ:** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและธุรกิจโรงเรียน เป็นปัจจัยหนุนรายได้และกำไรจากธุรกิจที่ไม่ใช่การขายอสังหาริมทรัพย์
* **Backlog ที่แข็งแกร่ง:** แม้จะไม่ได้ระบุตัวเลขชัดเจน แต่การที่รายได้จากการขายโครงการยังคงเติบโตในหลายประเภทผลิตภัณฑ์ บ่งชี้ถึง Backlog ที่เพียงพอรองรับการรับรู้รายได้ในอนาคต
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** การที่บริษัทฯ มีการนำที่ดินมาพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงแผนการเติบโตและการขยายพอร์ตโครงการในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการผ่อนชำระของผู้บริโภค
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่สูงขึ้น:** แม้จะไม่ได้ระบุในเอกสาร แต่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างและแรงงานที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการในอนาคต
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัทฯ และภาระการผ่อนชำระของผู้ซื้อบ้าน
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง ทั้งในแง่ของราคาและคุณภาพโครงการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสถัดไป:** โดยเฉพาะโครงการคอนโดมิเนียมที่รายได้ลดลงเล็กน้อยในไตรมาสนี้
* **การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้าง:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** และความสามารถในการดูดซับตลาดของโครงการใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ที่อยู่ที่ 2.03 เท่า
* **ผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและอัตราดอกเบี้ย:** ต่อกำลังซื้อและความสามารถในการกู้ยืมของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer/Sales Recognition):** รายได้จากการขายโครงการในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 7,869 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จาก 6,451 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการทาวน์โฮมที่เติบโต 115% จากโครงการเดมี่ สาธุ 49 และแบรนด์ "สิริ เพลส" รวมถึงบ้านเดี่ยวที่เติบโต 28% และมิกซ์ โปรดักส์ 25% ส่วนคอนโดมิเนียมลดลง 2% โดยโครงการบ้านเดี่ยวหลักมาจาก 5 โครงการ เช่น เศรษฐสิริพระราม 5, เศรษฐสิริกรุงเทพกรีฑา 2 เป็นต้น ขณะที่คอนโดมิเนียมหลักมาจาก เอ็กซ์ทีห้วยขวาง, เดอะเบส เพชรบุรี-ทองหล่อ และดีคอนโด ไฮด์อเวย์
**Presale:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Presale โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายโครงการเติบโตในหลายประเภทผลิตภัณฑ์ บ่งชี้ถึงการตอบรับที่ดีจากตลาด
**Backlog:** ไม่ได้ระบุตัวเลข Backlog อย่างชัดเจน แต่การเติบโตของรายได้จากการขายโครงการในไตรมาสนี้ สะท้อนถึง Backlog ที่เพียงพอต่อการรับรู้รายได้
**อัตรากำไรโครงการ (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นจากรายได้รวมของไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 34.2% เพิ่มขึ้นจาก 34.1% ในปีก่อน และสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้นเป็น 34.9% จาก 32.8% ในปีก่อน แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนโครงการที่ดี
**รายได้ค่าเช่า (Rental Yield):** รายได้จากโครงการเพื่อเช่าในไตรมาส 3/2565 อยู่ที่ 53 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% จาก 37 ล้านบาทในปีก่อน และสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 32% เป็น 151 ล้านบาท
**ต้นทุนก่อสร้าง:** เอกสารไม่ได้ระบุรายละเอียดต้นทุนก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ระบุว่าต้นทุนโครงการเพื่อขายเพิ่มขึ้น 19% ในไตรมาส 3/2565 สอดคล้องกับการเพิ่มขึ้นของรายได้
**D/E Ratio:** อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2.03 เท่า และหนี้สินเฉพาะส่วนที่มีดอกเบี้ยต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (Gearing Ratio) อยู่ที่ 1.71 เท่า ซึ่งยังคงอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดไว้
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** ในกิจกรรมดำเนินงาน มีการใช้เงินสดไปในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจำนวน 19,547 ล้านบาท
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 สินทรัพย์รวมของ SIRI อยู่ที่ 127,888 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11,256 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 30,372 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 19,116 ล้านบาท จากการลดลงของที่ดินรอการพัฒนา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 85,636 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,971 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินเฉพาะส่วนที่มีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเป็น 72,277 ล้านบาท จาก 63,694 ล้านบาท เป็นผลมาจากการออกหุ้นกู้และเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 42,252 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,285 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
สำหรับกระแสเงินสดสุทธิในไตรมาส 3/2565 บริษัทฯ มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 2,883 ล้านบาท โดยมีการใช้เงินสดไปในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายจำนวน 19,547 ล้านบาท มีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนจำนวน 834 ล้านบาท และมีเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 4,573 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้ โดยมีเงินสดคงเหลือ ณ สิ้นไตรมาส 3,039 ล้านบาท
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SIRI ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในหลากหลายประเภทผลิตภัณฑ์ ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของธุรกิจบริการอื่นๆ เช่น โรงแรมและโรงเรียน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้นถึง 102% แม้ว่าภาพรวมรายได้ 9 เดือนแรกจะลดลงเล็กน้อย แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายทางการเงินที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ก็เป็นปัจจัยหนุนกำไรให้เติบโตได้ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาค ต้นทุนการก่อสร้าง และการแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการดำเนินงานของบริษัทฯ ต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SIRI ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
10,724.51
ล้านบาท
↑ 7.2% YoY
กำไรขั้นต้น
3,372.75
ล้านบาท
↑ 13.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.45
%
กำไรสุทธิ
1,571.18
ล้านบาท
↑ 35.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
14.65
%
D/E Ratio
1.90
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
10,725
↑ + 7.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
3,373
↑ + 13.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,571
↑ + 35.6%
YoY
D/E Ratio
1.90
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SIRI
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.90
ROE (%)
9.24
ROA (%)
4.04
Book Value/หุ้น
2.88
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SIRI
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-3,710
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,369
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท