บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.23
+0.02 (+9.52%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการรับรู้รายได้ทางการเงินและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565
โดยรายได้อื่นมีจํานวน 59.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1,441.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสูตรผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและให้บริการค่าที่ปรึกษา
ในส่วนของกําไรขั้นต้น 174.3 ล้านบาท ลดลง 98.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และ มีอัตรากําไรขั้นต้น ลดลงจากร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นร้อยละ 34.3 ในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก Business mix ได้แก่ สินค้าในกลุ่มธุรกิจ E-commerce ซึ่งมีอัตรากําไรขั้นสูง มียอดขายที่ลดลง รวมถึงราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=19559 out_tok=3663 at=2026-07-25T22:08:32 -->
# NRF กำไร Q4/65 ดิ่ง 81% รับแรงกดดันต้นทุน-ดอกเบี้ยพุ่ง ชี้ปี 65 รายได้โต 9%
## ฝ่ายบริหาร NRF ชะลอแผนขยายธุรกิจ-บริหารเครดิตเข้มงวด ส่งผลรายได้ Q4/65 ลดลง YoY ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าเงินบาทแข็งค่า กดดัน GPM
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) (NRF) รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 565.4 ล้านบาท ลดลง 14.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และลดลง 2.4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยมีสาเหตุหลักจากการบริหารจัดการความเสี่ยงทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ ชะลอแผนการขยายธุรกิจและบริหารเงื่อนไขเครดิตทางการค้ากับคู่ค้าอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 32.3 ล้านบาท ลดลงถึง 73.7% YoY และลดลง 81.3% QoQ โดยมีปัจจัยกดดันเพิ่มเติมจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ค่าเงินบาทแข็งค่า และดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการออกตราสารหนี้
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรและกำไรสุทธิของ NRF ในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **1) การบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุกที่ส่งผลให้รายได้จากการขายชะลอตัว** และ **2) ต้นทุนที่สูงขึ้นและการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น** โดยกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ ลดลงถึง 73.7% YoY และ 81.3% QoQ แม้ว่ารายได้จากการขายทั้งปี 2565 จะยังคงเติบโต 9.3% YoY ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ด้านรายได้:** ฝ่ายบริหารได้ตัดสินใจชะลอแผนการขยายธุรกิจทั้งจากการเติบโตภายในและการควบรวมกิจการ รวมถึงบริหารวงเงินเครดิตทางการค้ากับคู่ค้าอย่างระมัดระวังมากขึ้น เพื่อรับมือกับความเสี่ยงทางเศรษฐศาสตร์มหภาคที่สูงขึ้น ส่งผลให้รายได้จากการขายในไตรมาส 4 ปี 2565 ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นธุรกิจอาหารสัตว์ที่เติบโตเกินเท่าตัวจากการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโรงงาน Botany Petcare
**ด้านต้นทุนและกำไร:**
* **กำไรขั้นต้น (Gross Profit):** ลดลง 17.8% YoY และ 15.1% QoQ โดยอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงจาก 41.1% ใน Q4/64 เป็น 40.6% ใน Q4/65 และลดลงจาก 46.7% ใน Q3/65 เป็น 40.6% ใน Q4/65 สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นถึง 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า นอกจากนี้ ต้นทุนสินค้าของกลุ่ม E-Commerce ยังสูงขึ้นจากราคาน้ำมันและค่าพลังงานที่สูงขึ้น
* **ดอกเบี้ยจ่าย:** กำไรสุทธิที่ลดลงอย่างมากในไตรมาส 4 ปี 2565 มาจากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ หลังจากบริษัทฯ ได้ออกตราสารหนี้ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยยังไม่สูงมากนัก ซึ่งฝ่ายบริหารมองว่าเป็นโอกาสในการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิผล
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยมหภาค:**
* **การบริหารความเสี่ยง:** การบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุกและการบริหารเครดิตที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลต่อการเติบโตของรายได้ในระยะสั้น โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวของอุตสาหกรรม เช่น E-commerce
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินบาท:** แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินบาทเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อ GPM อย่างต่อเนื่อง หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย
* **ดอกเบี้ยจ่าย:** ดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการออกตราสารหนี้จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างต่อเนื่องตามภาระหนี้สิน
* **ธุรกิจอาหารสัตว์:** การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ใน Q4/65 คาดว่าจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยชดเชยรายได้ในส่วนอื่นได้ในอนาคต
โดยรวมแล้ว สถานการณ์ในไตรมาส 4 ปี 2565 สะท้อนถึงการปรับตัวของบริษัทฯ ต่อสภาวะเศรษฐกิจมหภาคที่ผันผวน ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องไปถึงผลประกอบการในระยะสั้น แต่การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์และการบริหารจัดการทางการเงินอย่างรอบคอบ อาจเป็นปัจจัยที่ช่วยประคองผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้ Q4/65 ลดลง 14.9% YoY:** สาเหตุหลักจากการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก ชะลอแผนขยายธุรกิจ และบริหารเครดิตเข้มงวดขึ้น
* **กำไรสุทธิ Q4/65 ดิ่ง 73.7% YoY:** รับผลกระทบจากรายได้ที่ลดลง ต้นทุนวัตถุดิบสูงขึ้น ค่าเงินบาทแข็งค่า และดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้น
* **GPM Q4/65 หดตัว:** ลดลงจาก 41.1% ใน Q4/64 เป็น 40.6% ใน Q4/65 และลดลงจาก 46.7% ใน Q3/65 เป็น 40.6% ใน Q4/65
* **รายได้ทั้งปี 65 เติบโต 9.3% YoY:** มาจากการเติบโตของ E-commerce และธุรกิจอาหารสัตว์ที่ก้าวกระโดด
* **กำไรขั้นต้นทั้งปี 65 เพิ่ม 24% YoY:** GPM ทั้งปีปรับเพิ่มขึ้นจาก 38.9% เป็น 44.1% จากปริมาณขายเพิ่มและผลบวกจาก E-commerce
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าใน Q4/65 YoY และ 797.9% YoY ในปี 65 จากการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์
* **การเงิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 64% YoY ส่วนใหญ่มาจากการออกหุ้นกู้ระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
**ไตรมาส 4 ปี 2565:**
* **รายได้จากการขาย:** 565.4 ล้านบาท ลดลง 14.9% YoY และ 2.4% QoQ
* **กำไรขั้นต้น:** 229.7 ล้านบาท ลดลง 17.8% YoY และ 15.1% QoQ
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** 40.6% ลดลงจาก 41.1% YoY และ 46.7% QoQ
* **EBITDA:** 119.1 ล้านบาท ลดลง 52.4% YoY และ 53.6% QoQ
* **กำไรสุทธิ (กลุ่มบริษัทฯ):** 32.3 ล้านบาท ลดลง 73.7% YoY และ 81.3% QoQ
* **อัตรากำไรสุทธิ (กลุ่มบริษัทฯ):** 5.0% ลดลงจาก 18.3% YoY และ 28.4% QoQ
**ปี 2565:**
* **รายได้จากการขาย:** 2,294.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.3% YoY
* **กำไรขั้นต้น:** 1,012.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24.0% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** 44.1% เพิ่มขึ้นจาก 38.9% ในปี 2564
* **EBITDA:** 590.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.9% YoY
* **กำไรสุทธิ (กลุ่มบริษัทฯ):** 267.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% YoY
* **อัตรากำไรสุทธิ (กลุ่มบริษัทฯ):** 11.1% เพิ่มขึ้นจาก 10.1% ในปี 2564
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** การเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโรงงาน Botany Petcare จะช่วยเพิ่มความสามารถในการผลิตและตอบสนองความต้องการของตลาดได้มากขึ้น ทั้งในส่วนของแบรนด์ของบริษัทฯ และการรับจ้างผลิต (OEM)
* **ธุรกิจ E-commerce:** แม้จะชะลอตัวใน Q4/65 แต่การรับรู้รายได้จากบริษัท BOOSTED NRF Corp. และการลงทุนใน Indeem Group ในช่วงปลายปี 2564 ยังคงเป็นปัจจัยหนุนรายได้รวมของปี 2565
* **การบริหารจัดการทางการเงิน:** การออกตราสารหนี้ในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยไม่สูงมากนัก ฝ่ายบริหารมองว่าเป็นโอกาสในการใช้เงินทุนอย่างมีประสิทธิผล ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสในการลงทุนหรือขยายธุรกิจในอนาคต
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์:** การมี SKU กว่า 2,000 รายการ และ 500 สูตรอาหาร ครอบคลุมทั้งแบรนด์ของบริษัทฯ และ OEM รวมถึงผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช แสดงถึงความหลากหลายและความสามารถในการปรับตัวตามความต้องการของตลาด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจมหภาค:** ความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอก เช่น อัตราเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนการดำเนินงาน
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินบาท:** ความผันผวนของราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์และสินค้าโภคภัณฑ์ รวมถึงความแข็งค่าของเงินบาท อาจกดดันอัตรากำไรขั้นต้นอย่างต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในกลุ่มธุรกิจอาหารไทย อาหารจากพืช และ E-commerce อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
* **ภาระดอกเบี้ยจ่าย:** การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการออกตราสารหนี้จะส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิในระยะยาว
* **การพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่:** การลดลงของคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารจากพืช แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงจากการพึ่งพิงลูกค้ารายใหญ่
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และ GPM ในไตรมาส 1 ปี 2566:** โดยเฉพาะผลกระทบจากการบริหารความเสี่ยงเชิงรุก และต้นทุนวัตถุดิบ/ค่าเงินบาท
* **การเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ประสิทธิภาพการผลิตและยอดขายของโรงงาน Botany Petcare
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** ผลกระทบของอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อภาระดอกเบี้ยจ่าย
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรม E-commerce:** แนวโน้มการเติบโตของรายได้จากช่องทางนี้
* **แผนการขยายธุรกิจในอนาคต:** การกลับมาเดินหน้าแผนการขยายธุรกิจหลังจากชะลอไปใน Q4/65
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยกดดัน GPM ใน Q4/65 อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่ม E-commerce ที่ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
**Volume:** รายได้จากการขายโดยรวมลดลง YoY ใน Q4/65 แต่ธุรกิจอาหารสัตว์มีการเติบโตของ Volume อย่างก้าวกระโดดจากการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงใน Q4/65 YoY และ QoQ เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าเงินบาทที่แข็งค่า แต่ GPM ทั้งปี 2565 ปรับตัวดีขึ้นจากการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่มีมาร์จิ้นสูง
**ช่องทางขาย:** ธุรกิจ E-commerce มีแนวโน้มชะลอตัวใน Q4/65 แต่การรับรู้รายได้จากบริษัทที่ลงทุนใหม่ยังคงหนุนรายได้รวมของปี 2565
**สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้าโดยละเอียด
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น 9% QoQ เป็นปัจจัยกดดัน GPM ใน Q4/65 อย่างมีนัยสำคัญ
**ฤดูกาลผลิต:** การเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยงใน Q4/65 เป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 5,965.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.0% YoY โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 64.2% จากเงินสด ลูกหนี้การค้า และเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่กิจการอื่น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 14.2% จากเงินให้กู้ยืมแก่บริษัทร่วม และที่ดิน อาคารและอุปกรณ์
* **หนี้สินรวม:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,966.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64.0% YoY โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 116.6% จากส่วนของหุ้นกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี และหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 40.0% จากหุ้นกู้ระยะยาว
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ สิ้นปี 2565 อยู่ที่ 2,998.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.1% YoY จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** เพิ่มขึ้นจาก 0.6 เท่า ณ สิ้นปี 2564 เป็น 1.5 เท่า ณ สิ้นปี 2565 สะท้อนถึงการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ติดลบ 26.1 ล้านบาทในปี 2565 ลดลงจากปี 2564 ที่เป็นบวก 275.7 ล้านบาท โดยมีเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุน 1,164.0 ล้านบาท และเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงิน 1,260.8 ล้านบาท
## สรุปท้าย
NRF ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญแรงกดดันจากปัจจัยมหภาคที่ส่งผลให้รายได้จากการขายและกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกและการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ทั้งปี 2565 ที่ 9.3% YoY และการปรับตัวดีขึ้นของ GPM ทั้งปี สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินงานปกติ ขณะที่ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์เป็นโอกาสสำคัญในการเติบโตในอนาคต แต่ความเสี่ยงจากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าเงินบาท และภาระดอกเบี้ยจ่ายยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NRF ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
846.63
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
168.07
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.85
%
กำไรสุทธิ
-278.81
ล้านบาท
↑ 517.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-32.93
%
D/E Ratio
3.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
847
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
168
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-279
↑ + 517.6%
YoY
D/E Ratio
3.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NRF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.82
ROE (%)
-55.13
ROA (%)
-10.40
Book Value/หุ้น
0.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NRF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NRF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
36.04
-119.56%
|
-184.30
+163.70%
|
-69.89
-57.05%
|
-162.72
-9.13%
|
-179.06
-251.04%
|
118.55
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.55
-234.89%
|
-18.20
-88.53%
|
-158.67
-144.99%
|
352.68
-51.87%
|
732.80
-256.31%
|
-468.81
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
114.68
-399.35%
|
-38.31
-91.01%
|
-426.08
-279.49%
|
237.38
-130.97%
|
-766.44
-277.27%
|
432.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
264.59
-177.69%
|
-340.59
-514.90%
|
82.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|
142.27
+212.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.07
-56.00%
|
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|