บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.23
+0.02 (+9.52%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการรับรู้รายได้ทางการเงินและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565
โดยรายได้อื่นมีจํานวน 59.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1,441.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสูตรผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและให้บริการค่าที่ปรึกษา
ในส่วนของกําไรขั้นต้น 174.3 ล้านบาท ลดลง 98.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และ มีอัตรากําไรขั้นต้น ลดลงจากร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นร้อยละ 34.3 ในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก Business mix ได้แก่ สินค้าในกลุ่มธุรกิจ E-commerce ซึ่งมีอัตรากําไรขั้นสูง มียอดขายที่ลดลง รวมถึงราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=25288 out_tok=2687 at=2026-07-25T01:10:33 -->
# NRF Q2/68 ขาดทุนสุทธิ 100 ล้านบาท รายได้วูบ 26% รับพิษภาษีสหรัฐฯ-บาทแข็ง
## ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงทรุดหนัก ฉุดกำไรขั้นต้นหดตัว ฝ่ายบริหารเร่งปรับกลยุทธ์รับมือ
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2568 พลิกขาดทุนสุทธิ 100.10 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.2 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายรวม 706.5 ล้านบาท ลดลง 26% YoY และ 10% QoQ ปัจจัยหลักมาจากยอดขายที่ลดลงในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง และผลกระทบจากนโยบายภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงการแข็งค่าของเงินบาทที่ส่งผลต่อการส่งออก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให NRF พลิกขาดทุนสุทธิ 100.10 ล้านบาทในไตรมาส 2/2568 มาจาก **รายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 26% YoY** โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Pet Food Business) ที่ยอดขายหดตัวถึง 51% YoY** และ **ธุรกิจจำหน่ายตรงถึงผู้บริโภค (Direct-to-Consumer หรือ DTC Business) ที่ลดลง 26% YoY** ประกอบกับการ **หดตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) จาก 29.0% ใน Q2/67 เหลือเพียง 19.0% ใน Q2/68** ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ โดยเฉพาะการที่ธุรกิจ DTC มีสัดส่วนรายได้จากช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตในสหราชอาณาจักรซึ่งมีกำไรขั้นต้นต่ำกว่าช่องทาง E-commerce ที่เคยมีสัดส่วนสูงในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ที่ลดลง** เป็นผลมาจากหลายปัจจัยประดังเข้ามา:
* **นโยบายภาษีของสหรัฐฯ:** การชะลอการสั่งสินค้าจากสหรัฐอเมริกาเนื่องจากภาษีของนโยบายประธานาธิบดีทรัมป์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อธุรกิจ OEM อาหารท้องถิ่นและอาหารเฉพาะทาง (Ethnic and Specialty Food Business) ที่ยอดขายลดลง 6% YoY และ Own Brand ลดลง 35% YoY
* **การแข็งค่าของเงินบาท:** เป็นอีกปัจจัยที่กดดันการส่งออกและลดความสามารถในการแข่งขัน
* **ปัญหาด้านการเงินของบริษัทย่อย:** ทำให้ไม่สามารถผลิตสินค้าตามความต้องการของลูกค้าได้ โดยเฉพาะในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่ยอดขายลดลงถึง 56% QoQ
* **การขายกิจการ E-Commerce:** ในปีก่อน ส่งผลให้รายได้จากธุรกิจ DTC ลดลง 26% YoY
**อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง** เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ โดยธุรกิจ DTC ที่เคยมีกำไรสูงจากช่องทาง E-commerce ได้ถูกแทนที่ด้วยรายได้จากช่องทางซูเปอร์มาร์เก็ตในสหราชอาณาจักรซึ่งมีกำไรขั้นต้นต่ำกว่า นอกจากนี้ ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่มียอดขายและผลิตลดลงมาก ก็มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่าหมวดอาหารหลัก ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมของบริษัทลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด**
เอกสารระบุว่าบริษัทฯ ได้ดำเนินกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอก เช่น การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในสหรัฐฯ การพิจารณาช่องทางการค้าที่มีประสิทธิภาพด้านภาษี และการยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิต อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของนโยบายทางการค้าสหรัฐฯ และความผันผวนของค่าเงินบาท ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การฟื้นตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและการปรับโครงสร้างรายได้ของธุรกิจ DTC จะเป็นปัจจัยสำคัญในการประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 100.10 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 2.2 ล้านบาทใน Q2/67 โดยแบ่งเป็นส่วนของผู้ถือหุ้นบริษัทฯ 83.50 ล้านบาท และส่วนของผู้มีส่วนได้เสียที่ไม่มีอำนาจควบคุม 16.60 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายลดลง 26% YoY:** อยู่ที่ 706.5 ล้านบาท จาก 955.6 ล้านบาทใน Q2/67 โดยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงหดตัว 51% YoY และธุรกิจ DTC ลดลง 26% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** จาก 29.0% ใน Q2/67 เหลือ 19.0% ใน Q2/68 สาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ โดยเฉพาะธุรกิจ DTC ที่มีกำไรต่ำลง
* **ค่าใช้จ่าย SG&A ลดลง 29% YoY:** อยู่ที่ 163.8 ล้านบาท จาก 231.4 ล้านบาทใน Q2/67 เนื่องจากการขายธุรกิจ E-Commerce ในปีก่อน
* **EBITDA ติดลบ 110.5 ล้านบาทใน Q1/68 พลิกเป็นบวก 2.8 ล้านบาทใน Q2/68:** แต่ยังต่ำกว่า Q2/67 ที่ 105.1 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากยอดขายลดลง กำไรขั้นต้นลดลง และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2568 บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF ประสบภาวะขาดทุนสุทธิ 100.10 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 2.2 ล้านบาท รายได้จากการขายรวมอยู่ที่ 706.5 ล้านบาท ลดลง 26% YoY และ 10% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 29.0% เป็น 19.0% ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ลดลง 29% YoY
## โอกาส
* **การย้ายฐานการผลิตจากจีนมาไทย:** เป็นโอกาสเชิงบวกต่ออุตสาหกรรมการผลิตของประเทศ ซึ่งอาจส่งผลดีต่อคำสั่งซื้อในอนาคต
* **การมุ่งมั่นตามแผนกลยุทธ์องค์กร:** เน้นการเติบโตของธุรกิจหลัก (Core Business) และการบริหารจัดการพอร์ตโฟลิโออย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว
* **การดำเนินกลยุทธ์เชิงรุก:** เช่น การสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรในสหรัฐฯ การพิจารณาช่องทางการค้าที่มีประสิทธิภาพด้านภาษี และการยกระดับประสิทธิภาพกระบวนการผลิต
## ความเสี่ยง
* **นโยบายภาษีของสหรัฐฯ:** ความไม่แน่นอนของนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญต่อการส่งออก
* **การแข็งค่าของเงินบาท:** ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการแข่งขันและอัตรากำไรจากการส่งออก
* **ปัญหาด้านการเงินของบริษัทย่อย:** ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ทั้งในระดับโลกและภายในประเทศ ส่งผลต่อกำลังซื้อและการบริโภค
* **การแข่งขันด้านราคา:** ในตลาดสินค้าอุปโภคบริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มยอดขายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** จะสามารถฟื้นตัวได้หรือไม่ หลังประสบปัญหาด้านการเงินของบริษัทย่อย
* **การปรับโครงสร้างรายได้ของธุรกิจ DTC:** โดยเฉพาะการเพิ่มสัดส่วนรายได้จากช่องทางที่มีกำไรขั้นต้นสูง
* **ผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ:** และการปรับตัวของบริษัทในการหาช่องทางตลาดใหม่ๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A
* **ความคืบหน้าในการเจรจาเงื่อนไขกับธนาคาร:** กรณีไม่สามารถดำรงอัตราส่วน D/E และ DSCR ตามเงื่อนไขได้
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่กล่าวถึงผลกระทบจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ และการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลต่อราคาขายและต้นทุนทางอ้อม
* **Volume:** ยอดขายโดยรวมลดลง 26% YoY โดยเฉพาะกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมากจาก 29.0% เป็น 19.0% สาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้และผลกระทบจากธุรกิจ DTC
* **ช่องทางขาย:** ธุรกิจ DTC มีการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้จาก E-commerce ไปสู่ซูเปอร์มาร์เก็ตใน UK ซึ่งมีกำไรต่ำกว่า
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกสินค้าโดยตรง
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** การแข็งค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยลบต่อการส่งออก และมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเพิ่มขึ้น
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ลดลงจาก 6,013.68 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 เป็น 5,820.62 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568
* **หนี้สินรวม:** เพิ่มขึ้นจาก 3,831.22 ล้านบาท เป็น 3,965.14 ล้านบาท
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ลดลงจาก 2,182.46 ล้านบาท เป็น 1,855.48 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้นจาก 1.76 เท่า เป็น 2.14 เท่า
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด:** ลดลงจาก 214.9 ล้านบาท ณ สิ้นปี 2567 เป็น 33.3 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2568
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** ติดลบ 14.3 ล้านบาท ใน 6 เดือนแรกของปี 2568 เทียบกับบวก 170.5 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
## สรุปท้าย
NRF ในไตรมาส 2 ปี 2568 เผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ส่งผลให้รายได้หดตัวและพลิกขาดทุนสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่ยอดขายที่ลดลงอย่างมากในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยงและธุรกิจ DTC ประกอบกับการหดตัวของอัตรากำไรขั้นต้นจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างรายได้ แม้บริษัทฯ จะมีกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือกับปัจจัยภายนอก เช่น นโยบายภาษีสหรัฐฯ และเงินบาทแข็งค่า แต่ความเสี่ยงเหล่านี้ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การฟื้นตัวของยอดขายและอัตรากำไรจะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกผลประกอบการให้กลับมาเป็นบวกอีกครั้ง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NRF ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
846.63
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
168.07
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.85
%
กำไรสุทธิ
-278.81
ล้านบาท
↑ 517.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-32.93
%
D/E Ratio
3.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
847
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
168
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-279
↑ + 517.6%
YoY
D/E Ratio
3.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NRF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.82
ROE (%)
-55.13
ROA (%)
-10.40
Book Value/หุ้น
0.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NRF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NRF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
36.04
-119.56%
|
-184.30
+163.70%
|
-69.89
-57.05%
|
-162.72
-9.13%
|
-179.06
-251.04%
|
118.55
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.55
-234.89%
|
-18.20
-88.53%
|
-158.67
-144.99%
|
352.68
-51.87%
|
732.80
-256.31%
|
-468.81
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
114.68
-399.35%
|
-38.31
-91.01%
|
-426.08
-279.49%
|
237.38
-130.97%
|
-766.44
-277.27%
|
432.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
264.59
-177.69%
|
-340.59
-514.90%
|
82.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|
142.27
+212.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.07
-56.00%
|
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|