NRF
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NRF
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.23
+0.02 (+9.52%)

สรุปสั้น

กำไรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการรับรู้รายได้ทางการเงินและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565 โดยรายได้อื่นมีจํานวน 59.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1,441.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสูตรผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและให้บริการค่าที่ปรึกษา ในส่วนของกําไรขั้นต้น 174.3 ล้านบาท ลดลง 98.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และ มีอัตรากําไรขั้นต้น ลดลงจากร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นร้อยละ 34.3 ในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก Business mix ได้แก่ สินค้าในกลุ่มธุรกิจ E-commerce ซึ่งมีอัตรากําไรขั้นสูง มียอดขายที่ลดลง รวมถึงราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=23711 out_tok=3054 at=2026-07-25T22:39:37 --> NRF กำไรสุทธิ Q3/65 พุ่ง 165% รับแรงหนุนรายได้รวมและกำไรพิเศษ ฝ่ายจัดการ NRF ชี้ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตโดดเด่นจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นและกำไรจากการขายเงินลงทุน ขณะที่กำไรขั้นต้นขยายตัวต่อเนื่องจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและธุรกิจ E-commerce ที่มีมาร์จิ้นสูง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NRF ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง ควบคู่ไปกับการปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น และการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ### 1) หัวใจคืออะไร ปัจจัยหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ NRF ในไตรมาส 3 ปี 2565 ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก 3 ส่วนหลัก ได้แก่: 1. **การเติบโตของรายได้จากการขาย:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 12.3% YoY เป็น 579.3 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่น รวมถึงธุรกิจ E-commerce 2. **การปรับตัวดีขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** GPM เพิ่มขึ้นจาก 41.1% ใน Q3/64 เป็น 46.7% ใน Q3/65 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการอ่อนค่าของเงินบาท และการเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่มี GPM สูง 3. **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** บริษัทฯ รับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท โกลเด้น ไตรแองเกิล เฮลท์ จำกัด (GTH) และบริษัท โนฟอีทส์ จำกัด (Nove Eats) ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้กำไรสุทธิพุ่งสูงขึ้น ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้จากการขาย:** การเพิ่มขึ้นของรายได้มาจากหลายส่วน โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่นที่เติบโต 9.6% YoY จากยอดขายในสหรัฐอเมริกาและโอเชียเนีย รวมถึงผลิตภัณฑ์ Ready-to-eat และการรับรู้รายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Botany Petcare) ขณะที่ธุรกิจ E-commerce เติบโต 38.9% YoY จากการรับรู้รายได้จากแบรนด์ Prime Labs, SOL Trading และ WellPath รวมถึง Indeem Group ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ Q1/65 * **อัตรากำไรขั้นต้น:** การอ่อนค่าของเงินบาทเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยชดเชยต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ทำให้ GPM ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การเติบโตของธุรกิจ E-commerce ที่มี GPM สูงถึง 82-90% ก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุน GPM โดยรวม * **กำไรจากการขายเงินลงทุน:** การจำหน่ายเงินลงทุนใน GTH และ Nove Eats เป็นการปรับโครงสร้างกลุ่มธุรกิจอาหารโปรตีนจากพืช เพื่อให้บริษัทมุ่งเน้นกลยุทธ์ที่สอดคล้องกับการตั้งโรงงานใหม่และขยายสาขา alt.Eatery ในประเทศไทย ซึ่งการขายเงินลงทุนนี้ได้สร้างกำไรพิเศษให้กับบริษัทในไตรมาสนี้ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับกำไรจากการขายเงินลงทุนใน GTH และ Nove Eats เนื่องจากเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลดีต่อการดำเนินงานปกติ เช่น การเติบโตของรายได้ในกลุ่มอาหารไทยและอาหารท้องถิ่น รวมถึงธุรกิจ E-commerce และผลบวกจากการอ่อนค่าของเงินบาท มี **โอกาสต่อเนื่อง** ในระดับหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบริษัทมีการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปิดโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง Botany Petcare ที่คาดว่าจะเริ่มส่งออกได้ใน Q4/65 และการร่วมมือกับ OR ในธุรกิจ Plant-based ซึ่งจะช่วยสร้างการเติบโตในระยะยาว ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q3/65:** 579.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% YoY และ 6.1% QoQ * **กำไรขั้นต้น Q3/65:** 270.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.6% YoY และ 13.1% QoQ * **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/65:** ปรับเพิ่มขึ้นเป็น 46.7% จาก 41.1% ใน Q3/64 * **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปรกติ Q3/65:** 71.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.5% YoY * **กำไรสุทธิกลุ่มบริษัทฯ Q3/65:** 172.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 165.3% YoY และ 365.0% QoQ * **กำไรพิเศษ:** รับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนใน GTH และ Nove Eats * **การขยายธุรกิจ:** เปิดโรงงานผลิตอาหารสัตว์เลี้ยง Botany Petcare, ร่วมมือกับ OR พัฒนาธุรกิจ Plant-based, วางแผนขยายสาขา alt.Eatery ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท เอ็นอาร์อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้จากการขาย 579.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 6.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 270.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.6% YoY และ 13.1% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวสูงขึ้นเป็น 46.7% จาก 41.1% ในปีก่อนหน้า กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปรกติอยู่ที่ 71.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.5% YoY ขณะที่กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 165.3% YoY เป็น 172.6 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัท GTH และ Nove Eats สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,729.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.4% YoY และมีกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ 235.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 138.8% YoY ## โอกาส * **การขยายธุรกิจ Plant-based:** ความร่วมมือกับ OR ในการพัฒนาธุรกิจ Plant-based ผ่านช่องทางค้าปลีกและสถานีบริการน้ำมัน รวมถึงการขยายสาขา alt.Eatery จะเป็นโอกาสในการเติบโตในตลาดอาหารแห่งอนาคต * **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** การเปิดโรงงาน Botany Petcare และคาดว่าจะเริ่มส่งออกได้ใน Q4/65 จะช่วยเพิ่มรายได้และขีดความสามารถในการรับจ้างผลิต (OEM) * **ธุรกิจ E-commerce:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจ E-commerce โดยเฉพาะการขายบนแพลตฟอร์ม Amazon.com และการขยายตลาดไปยังสหรัฐอเมริกาของ Nove Eats * **การลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด:** การเข้าลงทุนใน Frontline BioEnergy LLC เพื่อส่งเสริมธุรกิจ Decarbonization สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Clean Food Tech ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและค่าพลังงาน:** สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียยังคงส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและค่าพลังงาน ซึ่งอาจกระทบต่อต้นทุนการผลิต * **สภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อ:** ความกังวลเรื่องเศรษฐกิจชะลอตัวและเงินเฟ้อในสหรัฐอเมริกาและยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการสั่งซื้อของลูกค้าในตลาดส่งออก * **ความไม่แน่นอนของกฎหมาย:** ความไม่แน่นอนของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมกัญชา/กัญชง อาจส่งผลกระทบต่อแผนการต่อยอดธุรกิจในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **การรับรู้รายได้และการเติบโตของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ประสิทธิภาพการส่งออกของ Botany Petcare ในไตรมาส 4/65 เป็นต้นไป * **ความคืบหน้าความร่วมมือกับ OR:** การพัฒนาเมนูพิเศษและการเปิดร้าน Flagship ในสถานีบริการน้ำมันของ OR * **ผลประกอบการธุรกิจ E-commerce:** การรักษาอัตรากำไรขั้นต้นและขยายส่วนแบ่งตลาดบนแพลตฟอร์มออนไลน์ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ:** กลยุทธ์ในการรับมือกับราคาวัตถุดิบที่ผันผวน * **การดำเนินงานตามแผนขยายธุรกิจ:** ความคืบหน้าในการขยายสาขา alt.Eatery และการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แต่ NRF สามารถบริหารจัดการได้ดี โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากการอ่อนค่าของเงินบาทที่ช่วยหนุน GPM * **Volume:** ยอดขายโดยรวมเพิ่มขึ้น YoY โดยเฉพาะกลุ่มอาหารไทยและอาหารท้องถิ่น รวมถึงธุรกิจ E-commerce ขณะที่กลุ่มอาหารจากพืชมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ลดลงเล็กน้อย * **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 41.1% เป็น 46.7% โดยได้แรงหนุนจากค่าเงินบาทอ่อนค่าและธุรกิจ E-commerce ที่มีมาร์จิ้นสูง * **ช่องทางขาย:** มีการกระจายตัวทั้งช่องทาง Traditional Trade (อาหารไทย, อาหารสัตว์เลี้ยง) และ E-commerce (Amazon.com) รวมถึงธุรกิจ MLM (Indeem Group) * **สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยส่วนใหญ่มาจากธุรกิจ E-commerce และวัตถุดิบ * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM และรายได้จากการส่งออก โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาและโอเชียเนีย * **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในงวดนี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 NRF มีสินทรัพย์รวม 5,580.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 37.3% จากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้น รวมถึงเงินให้กู้ยืมระยะสั้นแก่บริษัทร่วม ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 13.0% จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์สำหรับการก่อสร้างโรงงานอาหารสัตว์เลี้ยง และการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงิน หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,438.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34.8% จากสิ้นปี 2564 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 241.2% จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงิน และการย้ายส่วนของหุ้นกู้ระยะยาวที่ครบกำหนดชำระภายในหนึ่งปีเข้ามาบันทึก ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนลดลง 59.4% จากการครบกำหนดชำระหุ้นกู้ระยะยาว ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,141.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 242.7 ล้านบาท ลดลง 21.5% YoY โดยมีสาเหตุหลักจากการเปลี่ยนแปลงของสินทรัพย์และหนี้สินจากการดำเนินงานที่ติดลบ ขณะที่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนเพิ่มขึ้น 7.7% จากการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรและเงินลงทุนต่างๆ อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 2.2 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.5 เท่าในสิ้นปี 2564 ## สรุปท้าย NRF โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง ด้วยแรงหนุนจากรายได้ที่เติบโตต่อเนื่องในกลุ่มอาหารไทยและอาหารท้องถิ่น รวมถึงธุรกิจ E-commerce ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการใช้ประโยชน์จากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนยังช่วยผลักดันกำไรสุทธิให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้จะมีปัจจัยเสี่ยงจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและต้นทุนวัตถุดิบ แต่การเดินหน้าขยายธุรกิจในกลุ่ม Plant-based และอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงการลงทุนในเทคโนโลยีสะอาด สะท้อนถึงศักยภาพการเติบโตในระยะยาวของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NRF ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
846.63 ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
168.07 ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.85 %
กำไรสุทธิ
-278.81 ล้านบาท
↑ 517.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-32.93 %
D/E Ratio
3.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
847
↓ -16.6% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
168
↓ -7.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-279
↑ + 517.6% YoY
D/E Ratio
3.82

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NRF

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
846.63
-16.59%
1,015.04
-0.40%
1,019.13
+61.97%
629.23
-21.87%
805.40
-23.92%
1,058.58
กำไรขั้นต้น —
168.07
-7.93%
182.55
-38.19%
295.36
+28.58%
229.70
-17.82%
279.49
+115.25%
129.85
+243.88%
ค่าใช้จ่ายรวม —
573.55
+173.22%
209.92
-32.98%
313.22
+42.95%
219.11
-8.13%
238.49
+20.30%
198.24
กำไรสุทธิ —
-278.81
-517.63%
-45.14
+40.70%
-76.12
-297.70%
38.50
-71.52%
135.18
+77.25%
76.26
กำไรต่อหุ้น —
-0.20
-515.63%
-0.03
+40.74%
-0.05
-300.00%
0.03
-71.58%
0.10
+75.93%
0.05
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-1,517.73
+7.16%
-1,634.75
+21.38%
-2,079.21
-660.22%
-273.50
-884.57%
34.86
+8,838.46%
0.39
ROE(%) —
-55.13
+3.01%
-56.84
-2,392.98%
-2.28
-123.10%
9.87
+20.51%
8.19
+902.94%
-1.02
ROA(%) —
-10.40
+35.48%
-16.12
-836.07%
2.19
-72.07%
7.84
-11.91%
8.90
+116.55%
4.11
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
3.82
+30.38%
2.93
+138.21%
1.23
+24.24%
0.99
+57.14%
0.63
-47.93%
1.21
P/E —
-100.00
-290.15%
52.59
-58.97%
128.16
+427.19%
24.31
-74.11%
93.90
+193.90%
-100.00
P/BV —
0.24
-47.83%
0.46
-81.45%
2.48
-17.88%
3.02
-27.23%
4.15
+865.12%
0.43
BV —
1.27
-35.53%
1.97
-7.08%
2.12
-2.30%
2.17
+11.86%
1.94
+259.26%
0.54
YIELD(%) —
0.00
0.00
-100.00%
0.57
-9.52%
0.63
+1,160.00%
0.05
0.00
ราคาหุ้น —
0.31
-65.93%
0.91
-82.67%
5.25
-19.85%
6.55
-18.13%
8.00
+29.03%
6.20
+2,595.65%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
19.85
+10.40%
17.98
-37.96%
28.98
-20.62%
36.51
+5.22%
34.70
+182.80%
12.27
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
67.75
+227.61%
20.68
-32.70%
30.73
-11.75%
34.82
+17.60%
29.61
+58.09%
18.73
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-32.93
-640.00%
-4.45
+40.43%
-7.47
-222.06%
6.12
-63.53%
16.78
+133.06%
7.20
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.82
ROE (%)
-55.13
ROA (%)
-10.40
Book Value/หุ้น
0.54

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NRF

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
728.33
-9.71%
935.65
-43.12%
1,644.87
-21.86%
2,104.92
+64.24%
1,281.65
+77.62%
721.57
+67.00%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
3,103.30
-28.38%
5,615.70
+15.11%
4,878.57
+26.37%
3,860.53
+14.20%
3,380.64
+28.21%
2,636.80
+21.86%
รวมสินทรัพย์ —
3,831.63
-25.45%
6,551.35
+0.43%
6,523.44
+9.35%
5,965.45
+27.95%
4,662.28
+38.83%
3,358.37
+29.38%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
2,645.30
-5.55%
2,800.68
+67.99%
1,667.15
+35.74%
1,228.20
+116.63%
566.97
+26.24%
449.11
-7.05%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
391.61
-62.00%
1,030.54
-46.52%
1,926.86
+10.82%
1,738.74
+39.97%
1,242.23
+271.04%
334.80
-64.37%
รวมหนี้สิน —
3,036.92
-20.73%
3,831.22
+6.60%
3,594.01
+21.14%
2,966.94
+63.99%
1,809.20
+130.79%
783.91
-44.91%
รวมส่วนของเจ้าของ —
794.71
-39.25%
2,720.13
-7.14%
2,929.43
-2.30%
2,998.51
+5.10%
2,853.09
+10.82%
2,574.47
+119.51%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-55.13
-56.84
-2.28
9.87
8.19
-1.02
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-10.40
-16.12
2.19
7.84
8.90
4.11
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.28
0.29
0.98
1.71
2.26
0.39
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.15
0.16
0.58
1.08
1.42
0.20
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
46.52
60.39
0.00
0.00
68.02
62.05
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
49.42
47.69
0.00
0.00
54.74
51.17
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
85.78
69.70
0.00
0.00
73.48
61.49
วงจรเงินสด —
10.16
38.39
0.00
0.00
49.28
51.73
D/E —
3.82
1.41
1.23
0.99
0.63
0.30
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NRF

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
36.04
-119.56%
-184.30
+163.70%
-69.89
-57.05%
-162.72
-9.13%
-179.06
-251.04%
118.55
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
24.55
-234.89%
-18.20
-88.53%
-158.67
-144.99%
352.68
-51.87%
732.80
-256.31%
-468.81
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
114.68
-399.35%
-38.31
-91.01%
-426.08
-279.49%
237.38
-130.97%
-766.44
-277.27%
432.35
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
0.00
0.00
0.00
-100.00%
264.59
-177.69%
-340.59
-514.90%
82.09
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
63.79
-18.44%
78.21
-82.13%
437.69
+41.43%
309.47
+37.93%
224.36
+57.70%
142.27
+212.32%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
28.07
-56.00%
63.79
-18.44%
78.21
-82.13%
437.69
+41.43%
309.47
+37.93%
224.36
+57.70%