บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.23
+0.02 (+9.52%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการรับรู้รายได้ทางการเงินและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565
โดยรายได้อื่นมีจํานวน 59.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1,441.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสูตรผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและให้บริการค่าที่ปรึกษา
ในส่วนของกําไรขั้นต้น 174.3 ล้านบาท ลดลง 98.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และ มีอัตรากําไรขั้นต้น ลดลงจากร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นร้อยละ 34.3 ในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก Business mix ได้แก่ สินค้าในกลุ่มธุรกิจ E-commerce ซึ่งมีอัตรากําไรขั้นสูง มียอดขายที่ลดลง รวมถึงราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18281 out_tok=3601 at=2026-07-27T11:11:40 -->
# NRF Q2/64 กำไรสุทธิหด 38% รับผลกระทบขนส่งโลก-ต้นทุนเพิ่ม
## รายได้โต 37% แต่กำไรสุทธิลดลง เหตุต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง ชี้ปัญหาโลจิสติกส์กระทบหนัก
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่กำไรสุทธิกลับลดลง 38.1% มาอยู่ที่ 13 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบของปัญหาการขนส่งโลจิสติกส์ทั่วโลกที่ทำให้รายได้บางส่วนถูกเลื่อนการรับรู้ และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติของ NRF ในไตรมาส 2 ปี 2564 ปรับตัวลดลงถึง 38.3% YoY (จาก 47 ล้านบาท เป็น 29 ล้านบาท) และลดลง 58.0% QoQ (จาก 69 ล้านบาท เป็น 29 ล้านบาท) แม้ว่ารายได้จากการดำเนินงานจะเติบโตถึง 37.0% YoY มาอยู่ที่ 448 ล้านบาท มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **1) ผลกระทบจากการเลื่อนรับรู้รายได้ 100 ล้านบาท** เนื่องจากปัญหาการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าทั่วโลก และ **2) การรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท Plant And Bean Ltd.** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น** จากการขยายธุรกิจ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ปัญหาการขนส่งโลจิสติกส์:** การขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าและเรือบรรทุก ส่งผลให้การจัดส่งสินค้าล่าช้า โดยมีรายได้มูลค่า 100 ล้านบาท ที่ผลิตและบรรจุพร้อมส่งแล้ว แต่ถูกเลื่อนการจัดส่งไปในไตรมาส 3 ปี 2564 ทำให้รายได้ส่วนนี้ไม่ถูกรับรู้ในไตรมาส 2 แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารสำหรับสินค้าที่ถูกเลื่อนการจัดส่งได้ถูกรับรู้ไปแล้ว ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรในไตรมาสนี้
**การรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนเพิ่มขึ้น:** บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท Plant And Bean Ltd. เนื่องจากกระบวนการได้รับใบอนุญาตจาก British Retail Consortium (BRC) ล่าช้าจากปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้น
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 137.7% YoY และ 10.5% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท BOOSTED NRF Corp. และบริษัท City Food ซึ่งเป็นผลมาจากการขยายธุรกิจและการเข้าซื้อกิจการ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายเงินเดือนเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต
**อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ดีขึ้น:** แม้กำไรสุทธิจะลดลง แต่อัตรากำไรขั้นต้นของบริษัทฯ ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ มาอยู่ที่ 38.2% จาก 30.9% ใน Q2/63 และ 32.6% ใน Q1/64 ซึ่งเป็นผลมาจากประโยชน์ที่ได้รับจากการเข้าซื้อกิจการ BOOSTED NRF Corp. ในธุรกิจ E-commerce ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว แต่ต้องติดตาม:** ปัญหาการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าและปัญหาโลจิสติกส์ทั่วโลกนั้น ฝ่ายจัดการคาดว่าจะยังคงส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานในอนาคตอันใกล้ แต่บริษัทฯ กำลังพยายามอย่างใกล้ชิดในการค้นหาเรือขนส่งสินค้าเพื่อลดความเสี่ยง ส่วนการรับรู้รายได้ 100 ล้านบาท ที่เลื่อนไปนั้น คาดว่าจะถูกรับรู้ในไตรมาส 3 ปี 2564 ซึ่งจะช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสถัดไป ส่วนการได้รับใบอนุญาต BRC ของโรงงาน Plant And Bean Ltd. คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนกันยายน 2564 และจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้ในภายหลัง ซึ่งคาดว่าจะเห็นการเพิ่มขึ้นของยอดขายในไตรมาส 4 ปี 2564 ดังนั้น ผลกระทบจากปัญหาโลจิสติกส์และโรงงาน Plant And Bean Ltd. มีแนวโน้มที่จะคลี่คลายในระยะถัดไป แต่ต้องจับตาการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 37.0% YoY:** อยู่ที่ 448 ล้านบาท หนุนโดยธุรกิจอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นในภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรป รวมถึงการรับรู้รายได้จาก City Food และ BOOSTED NRF Corp.
* **กำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติลดลง 38.3% YoY:** อยู่ที่ 29 ล้านบาท แม้รายได้โต แต่ถูกกดดันจากปัญหาโลจิสติกส์เลื่อนรับรู้รายได้ 100 ล้านบาท และการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูง:** อยู่ที่ 38.2% เพิ่มขึ้นจาก 30.9% ใน Q2/63 และ 32.6% ใน Q1/64 จากการเข้าซื้อกิจการ BOOSTED NRF Corp. ในธุรกิจ E-commerce
* **ค่าใช้จ่ายขายและบริหารเพิ่มขึ้น 137.7% YoY:** เป็น 126 ล้านบาท จากการรับรู้ค่าใช้จ่ายของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ และการเตรียมพร้อมขยายธุรกิจ
* **ธุรกิจ E-commerce เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 91.4% QoQ จากการรับรู้รายได้ของ Prime Labs และ SOL Trading
* **ปัญหาโลจิสติกส์กระทบรายได้:** รายได้ 100 ล้านบาท ถูกเลื่อนรับรู้ไปไตรมาส 3/64 เนื่องจากขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2564 NRF มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการเติบโตของธุรกิจอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นในตลาดอเมริกาเหนือและยุโรป รวมถึงการรับรู้รายได้จากการเข้าซื้อกิจการ City Food และ BOOSTED NRF Corp. อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2564 รายได้รวมลดลง 5.1% มาอยู่ที่ 448 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากการขาดแคลนตู้ขนส่งสินค้าทั่วโลก ทำให้รายได้มูลค่า 100 ล้านบาท ถูกเลื่อนการรับรู้ไปในไตรมาส 3 ปี 2564
ด้านกำไรขั้นต้น (Gross Profit) เติบโตอย่างแข็งแกร่ง 69.3% YoY มาอยู่ที่ 171 ล้านบาท และเพิ่มขึ้น 11.0% QoQ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 38.2% จาก 30.9% ใน Q2/63 และ 32.6% ใน Q1/64 ซึ่งเป็นผลมาจากการรับรู้รายได้จากธุรกิจ E-commerce ที่มี GPM สูง
แต่เมื่อพิจารณากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) กลับลดลง 38.3% YoY มาอยู่ที่ 29 ล้านบาท และลดลง 58.0% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท Plant And Bean Ltd. และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ รวมถึงผลกระทบจากการเลื่อนรับรู้รายได้
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 920 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.4% YoY และมีกำไรขั้นต้น 325 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 76.6% YoY แต่อัตรากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 98 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 5.4% YoY
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจ E-commerce:** NRF ยังคงมุ่งมั่นขยายธุรกิจ E-commerce อย่างต่อเนื่อง โดยได้เข้าซื้อกิจการ SOL Trading ซึ่งเป็นแบรนด์อาหารเสริมด้านสุขภาพ และรับรู้รายได้จาก Prime Labs และ SOL Trading ส่งผลให้ธุรกิจ E-commerce เติบโตขึ้น 91.4% QoQ และตั้งเป้าเข้าซื้อกิจการอีก 3 แห่งภายในปี 2564
* **การลงทุนในอาหารโปรตีนจากพืช:** ผ่านบริษัท Nove Foods เพื่อเป็นแพลตฟอร์มอาหารโปรตีนจากพืชระดับโลก โดยร่วมมือกับ PTT และลงทุนใน Wicked Foods Inc. รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 40 SKU และเจรจากับผู้จัดจำหน่ายในต่างประเทศ
* **การสร้างฐานธุรกิจอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นให้แข็งแกร่ง:** เปิดตัวผลิตภัณฑ์แบรนด์พ่อขวัญและแซ่บซู่ (SABZU) ได้รับการตอบรับดี และศึกษาการสร้างสายการผลิตในยุโรปและสหรัฐอเมริกา
* **การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต:** ย้ายสายการผลิตนมถั่วเหลืองไปยังโรงงาน NRF และเปลี่ยนโรงงานเดิมเป็นการผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงเฉพาะทาง เพื่อรองรับคำสั่งซื้อขนาดใหญ่
## ความเสี่ยง
* **ปัญหาการขนส่งโลจิสติกส์ทั่วโลก:** ยังคงเป็นความท้าทายหลักที่ส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน และอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้และต้นทุนในอนาคต
* **ความล่าช้าในการขอใบอนุญาต:** กระบวนการขอใบอนุญาต BRC ของโรงงาน Plant And Bean Ltd. ที่ล่าช้า ส่งผลให้รับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนเพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** จากการขยายธุรกิจและการเข้าซื้อกิจการใหม่ อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและนโยบาย:** รายงาน IPCC ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รวดเร็วกว่าคาด และการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมอาหารในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้ 100 ล้านบาทที่เลื่อนไป:** จะสามารถรับรู้ได้เต็มจำนวนในไตรมาส 3/64 หรือไม่ และจะส่งผลต่อผลประกอบการอย่างไร
* **ความคืบหน้าการได้รับใบอนุญาต BRC ของ Plant And Bean Ltd.:** และการเพิ่มกำลังการผลิตที่จะส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาส 4/64
* **การขยายธุรกิจ E-commerce:** การเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติม 3 แห่งภายในปี 2564 และผลการดำเนินงานของ SOL Trading และ Prime Labs
* **การลงทุนในธุรกิจอาหารโปรตีนจากพืช:** ความคืบหน้าการพัฒนาผลิตภัณฑ์และเจรจาผู้จัดจำหน่าย
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลโดยตรงเกี่ยวกับราคาวัตถุดิบหลัก แต่มีการกล่าวถึงการเพิ่มขึ้นของค่าขนส่งสินค้า ซึ่งเป็นต้นทุนแฝงที่สำคัญ
**Volume:** รายได้จากการขายโดยรวมเพิ่มขึ้น 37.0% YoY แต่ลดลง 5.1% QoQ โดยมีสาเหตุหลักมาจากปัญหาการขนส่งที่ทำให้ Volume การจัดส่งจริงถูกเลื่อนออกไป
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมาอยู่ที่ 38.2% จาก 30.9% ใน Q2/63 และ 32.6% ใน Q1/64 ซึ่งเป็นผลบวกที่สำคัญ
**ช่องทางขาย:** มีการขยายตัวในช่องทาง E-commerce อย่างชัดเจน โดยรายได้เพิ่มขึ้น 91.4% QoQ และมีการขยายตลาดอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นในอเมริกาเหนือและยุโรป
**สต็อก:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับระดับสต็อกสินค้าโดยตรง
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงค่าเงินบาทไทยที่อ่อนค่าเล็กน้อย ซึ่งอาจมีผลบวกต่อ GPM ในบางส่วน แต่ผลกระทบหลักมาจากปัญหาการขนส่งระหว่างประเทศ
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.8% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและค่าความนิยมเพิ่มขึ้น 25.0% เป็น 2,093 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการซื้อกิจการ Prime Labs และ SOL Trading
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,417 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 80.7% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น 381 ล้านบาท เพื่อการลงทุนและจ่ายคืนหนี้ City Food และเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 143 ล้านบาท เพื่อการลงทุน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 2,638 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.5% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสะสม
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 6 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 143 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.9% YoY ซึ่งเป็นผลดี แต่กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 124.3% YoY เป็น 563 ล้านบาท ส่วนใหญ่เพื่อการลงทุนในธุรกิจ E-commerce และอาหารโปรตีนจากพืช ทำให้กระแสเงินสดสุทธิจากการจัดหาเงินเพิ่มขึ้น 192.7% YoY เป็น 480 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) เพิ่มขึ้นจาก 0.50 ณ สิ้นปี 2563 เป็น 0.54 ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2564 ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
หัวใจสำคัญของผลประกอบการ NRF ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจ โดยเฉพาะในกลุ่ม E-commerce และอาหารไทย/ท้องถิ่น ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างโดดเด่น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับถูกกดดันอย่างหนักจากการเลื่อนรับรู้รายได้มูลค่า 100 ล้านบาท เนื่องจากปัญหาโลจิสติกส์ทั่วโลก ประกอบกับการรับรู้ผลขาดทุนจากบริษัทร่วม และค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการเข้าซื้อกิจการใหม่ แม้ว่าปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มจะคลี่คลายในระยะถัดไป แต่การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาต่อไป เพื่อให้การเติบโตของรายได้สามารถแปลงเป็นกำไรที่ยั่งยืนได้
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NRF ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
846.63
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
168.07
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.85
%
กำไรสุทธิ
-278.81
ล้านบาท
↑ 517.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-32.93
%
D/E Ratio
3.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
847
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
168
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-279
↑ + 517.6%
YoY
D/E Ratio
3.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NRF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.82
ROE (%)
-55.13
ROA (%)
-10.40
Book Value/หุ้น
0.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NRF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NRF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
36.04
-119.56%
|
-184.30
+163.70%
|
-69.89
-57.05%
|
-162.72
-9.13%
|
-179.06
-251.04%
|
118.55
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.55
-234.89%
|
-18.20
-88.53%
|
-158.67
-144.99%
|
352.68
-51.87%
|
732.80
-256.31%
|
-468.81
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
114.68
-399.35%
|
-38.31
-91.01%
|
-426.08
-279.49%
|
237.38
-130.97%
|
-766.44
-277.27%
|
432.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
264.59
-177.69%
|
-340.59
-514.90%
|
82.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|
142.27
+212.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.07
-56.00%
|
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|