บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.23
+0.02 (+9.52%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการรับรู้รายได้ทางการเงินและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565
โดยรายได้อื่นมีจํานวน 59.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1,441.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสูตรผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและให้บริการค่าที่ปรึกษา
ในส่วนของกําไรขั้นต้น 174.3 ล้านบาท ลดลง 98.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และ มีอัตรากําไรขั้นต้น ลดลงจากร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นร้อยละ 34.3 ในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก Business mix ได้แก่ สินค้าในกลุ่มธุรกิจ E-commerce ซึ่งมีอัตรากําไรขั้นสูง มียอดขายที่ลดลง รวมถึงราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=41290 out_tok=3573 at=2026-07-25T08:54:19 -->
NRF Q2/66 รายได้โต 10% รับอานิสงส์สินค้า OEM-แบรนด์ตัวเองฟื้นตัว แต่กำไรสุทธิหดเหตุบันทึกด้อยค่าเงินลงทุน
NRF (บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)) โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 รายได้จากการขายเติบโต 10% YoY แตะ 600.9 ล้านบาท โดยได้แรงหนุนหลักจากกลุ่มสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) และสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ ที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ธุรกิจ Climate Action และอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับพลิกเป็นขาดทุน 36.0 ล้านบาท เนื่องจากมีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน Plant & Bean (UK) จำนวน 78 ล้านบาท เพื่อปรับโครงสร้างการลงทุน เตรียมนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา หากไม่รวมรายการพิเศษนี้ บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิ 42.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจหลักของผลประกอบการ NRF ในไตรมาส 2 ปี 2566 คือการเติบโตของรายได้จากการขายที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) และสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ ซึ่งฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญ สวนทางกับกำไรสุทธิที่ได้รับผลกระทบจากรายการขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน**
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการในไตรมาสนี้คือ **การฟื้นตัวอย่างโดดเด่นของรายได้จากการขาย** โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) ที่เติบโต 20% QoQ และสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้นถึง 37% QoQ นอกจากนี้ ธุรกิจ Climate Action และอาหารสัตว์เลี้ยงยังคงเติบโตต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้น 10% YoY เป็น 600.9 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม **หัวใจที่กดดันผลกำไรสุทธิคือการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน Plant & Bean (UK) จำนวน 78 ล้านบาท** ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ส่งผลให้บริษัทฯ บันทึกขาดทุนสุทธิ 36.0 ล้านบาท
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
**การเติบโตของรายได้** มาจากการฟื้นตัวของอุปสงค์ในตลาดหลังสถานการณ์โควิดคลี่คลาย ประกอบกับการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุกที่เริ่มตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565 ทำให้บริษัทฯ สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่ม OEM ที่มีคำสั่งซื้อเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และสินค้าแบรนด์ตัวเองที่ได้รับการตอบรับที่ดีขึ้นจากการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด
**การขาดทุนสุทธิ** เกิดจากการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ของฝ่ายบริหารในการปรับโครงสร้างการลงทุนเพื่อเตรียมนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ซึ่งส่งผลให้ต้องมีการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนใน Plant & Bean (UK) เป็นรายการพิเศษ
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**การเติบโตของรายได้** มีแนวโน้ม **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการมองว่าธุรกิจหลักมีการเติบโตหลังโควิด และคาดว่าจะดีขึ้นต่อเนื่องในครึ่งปีหลังของปี 2566 นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการส่วนใหญ่ของ Galalane Ltd. จะช่วยเสริมประสิทธิภาพการจัดจำหน่ายแบบหลายช่องทาง และเป็นแรงผลักดันธุรกิจขายตรงถึงผู้บริโภคให้เติบโตอย่างยั่งยืน
**รายการขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน** เป็น **ลักษณะครั้งคราว** เนื่องจากเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นจากการปรับโครงสร้างการลงทุนเพื่อเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q2/66 เติบโต 10% YoY แตะ 600.9 ล้านบาท** โดยได้แรงหนุนจากกลุ่มสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) ที่เพิ่มขึ้น 20% QoQ และสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ ที่เพิ่มขึ้น 37% QoQ
* **กำไรขั้นต้น Q2/66 อยู่ที่ 221.6 ล้านบาท ลดลง 7% YoY** แต่เพิ่มขึ้น 27% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.9% ลดลงจาก 43.8% YoY แต่เพิ่มขึ้นจาก 34.3% QoQ สาเหตุหลักมาจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นและการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้
* **บันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุน 78 ล้านบาท** ส่งผลให้กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ พลิกเป็นขาดทุน 33.4 ล้านบาท และกำไรสุทธิของบริษัทฯ ขาดทุน 36.0 ล้านบาท
* **หากไม่รวมรายการด้อยค่าเงินลงทุน กำไรสุทธิจะอยู่ที่ 42.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% YoY** และเพิ่มขึ้น 65% QoQ
* **การลงทุนใน Kairous Asia Ltd. และ Galalane Ltd.** เป็นการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์เพื่อขยายธุรกิจในแนวดิ่ง และเตรียมนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในสหรัฐอเมริกา
* **ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตโดดเด่น** ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 18 ล้านบาทใน Q2/65 เป็น 108 ล้านบาทใน Q2/66 จากการขยายตลาดในต่างประเทศ
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 600.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) และเพิ่มขึ้น 18.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) การเติบโตของรายได้มาจากหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มสินค้ารับจ้างผลิต (OEM) ที่เพิ่มขึ้น 19.8% YoY และสินค้าภายใต้ตราสินค้าของบริษัทฯ ที่เติบโต 36.7% QoQ รวมถึงธุรกิจ Climate Action ที่เพิ่มขึ้น 27.6% QoQ และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด 515.2% YoY
อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 221.6 ล้านบาท ลดลง 7.4% YoY แต่เพิ่มขึ้น 27.1% QoQ อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 36.9% ซึ่งลดลงจาก 43.8% ในปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากต้นทุนวัตถุดิบและบรรจุภัณฑ์ที่สูงขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงสัดส่วนรายได้จากกลุ่มธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นแตกต่างกัน
ผลประกอบการสุทธิได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนในบริษัท Plant & Bean (UK) จำนวน 78 ล้านบาท ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปรับโครงสร้างเชิงกลยุทธ์เพื่อเตรียมนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ส่งผลให้บริษัทฯ บันทึกขาดทุนสุทธิ 33.4 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 37.1 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
หากพิจารณา **กำไรสุทธิหลังการปรับปรุง** (ไม่รวมรายการขาดทุนจากการด้อยค่า) บริษัทฯ จะมีกำไรสุทธิ 42.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.0% YoY และเพิ่มขึ้น 65.4% QoQ ซึ่งสะท้อนถึงการดำเนินงานหลักที่ยังคงเติบโตได้ดี
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้จากกลุ่ม OEM และ Own Brands:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ทั่วโลกและการบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงรุก ทำให้ NRF สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า OEM ได้ดีขึ้น และสินค้าแบรนด์ตัวเองได้รับการตอบรับที่ดีขึ้น
* **การขยายตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** ยอดขายอาหารสัตว์เลี้ยงเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากการขยายตลาดในต่างประเทศ เช่น ออสเตรเลีย อินเดีย ซาอุดิอาระเบีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และรัสเซีย รวมถึงการวางแผนขยายกำลังการผลิตเพิ่มเติม
* **การลงทุนเชิงกลยุทธ์เพื่อการเติบโตระยะยาว:** การเข้าลงทุนใน Kairous Asia Ltd. และ Galalane Ltd. เป็นการเสริมสร้างความแข็งแกร่งในแนวดิ่ง การเข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง และการเตรียมพร้อมสำหรับการนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐอเมริกา ซึ่งจะเปิดโอกาสในการระดมทุนและขยายธุรกิจในอนาคต
* **การก่อสร้างโรงงานใหม่:** โรงงานผลิตโปรตีนทางเลือกที่อยุธยาคาดแล้วเสร็จใน Q3/66 และโรงงานผลิตซอสคาดแล้วเสร็จใน Q4/66 จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและโอกาสในการทำกำไรในอนาคต
* **โครงการ Frontline BioEnergy:** ความก้าวหน้าในการพัฒนาโครงการก๊าซธรรมชาติหมุนเวียน (RNG) กับ SoCalGas ในสหรัฐอเมริกา จะสร้างรายได้ระยะยาวและตอกย้ำความมุ่งมั่นด้านสิ่งแวดล้อม
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและต้นทุนการผลิต:** แม้ว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะดีขึ้น QoQ แต่ยังคงได้รับแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในระยะยาว
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจอาหารมีการแข่งขันสูง ทั้งในกลุ่ม OEM และสินค้าแบรนด์ตัวเอง การรักษาความสามารถในการแข่งขันและส่วนแบ่งทางการตลาดเป็นสิ่งสำคัญ
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวกจากการแข็งค่าของเงินปอนด์สเตอร์ลิง แต่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะการดำเนินงานในต่างประเทศ
* **ความสำเร็จของการปรับโครงสร้างและการเข้าจดทะเบียนในสหรัฐฯ:** การนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ เป็นเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญ แต่มีความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการให้สำเร็จตามแผน
* **ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก:** ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความต้องการสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในครึ่งปีหลัง:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากกลุ่ม OEM และ Own Brands รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบเพื่อรักษาอัตรากำไรขั้นต้น
* **ความคืบหน้าของการลงทุนใน Kairous Asia Ltd. และ Galalane Ltd.:** การควบรวมกิจการและการเตรียมนำบริษัทย่อยเข้าจดทะเบียนในสหรัฐฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเติบโตในอนาคต
* **ผลประกอบการของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง:** การขยายตลาดและกำลังการผลิตจะส่งผลต่อการเติบโตของรายได้และกำไรในกลุ่มนี้
* **ความคืบหน้าการก่อสร้างโรงงานใหม่:** การแล้วเสร็จและการเริ่มดำเนินการของโรงงานโปรตีนทางเลือกและโรงงานผลิตซอส จะเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างรายได้ในอนาคต
* **ผลกระทบจากการปรับโครงสร้างองค์กร:** การบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนเป็นรายการพิเศษ แต่ต้องติดตามผลกระทบต่อโครงสร้างทางการเงินและกลยุทธ์การดำเนินงานในระยะยาว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารระบุถึงต้นทุนวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
**Volume:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 10% YoY โดยเฉพาะกลุ่ม OEM และ Own Brands ที่มีการเติบโตของปริมาณการขายที่ชัดเจน
**GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง YoY จาก 43.8% เป็น 36.9% แต่ปรับตัวดีขึ้น QoQ จาก 34.3% เป็น 36.9%
**ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทางการขายในหลายกลุ่มธุรกิจ ทั้งการขายตรงถึงผู้บริโภค (DTC) ผ่าน Amazon และ Indeem Group รวมถึงการขยายตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในต่างประเทศ
**สต็อก:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 90.7 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่น และอาหาร Specialty
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ได้รับผลบวกจากอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของเงินปอนด์สเตอร์ลิง ทำให้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 31.6 ล้านบาทใน Q2/66 เทียบกับขาดทุน 5.8 ล้านบาทใน Q2/65
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม** ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 6,548.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% จากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 14.9% จากเงินสดที่เพิ่มขึ้น 490.3 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้น 90.7 ล้านบาท ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 7.0% จากการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ รวมถึงเงินให้กู้ยืมระยะยาวแก่บริษัทร่วม
**หนี้สินรวม** ณ สิ้น Q2/66 อยู่ที่ 3,547.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.6% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 49.0% จากเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น 489.4 ล้านบาท และเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น 173.2 ล้านบาท
**ส่วนของผู้ถือหุ้น** อยู่ที่ 3,001.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.1% จากสิ้นปี 2565
**กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน** ใน 6 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 59.6 ล้านบาท ลดลงจาก 69.8 ล้านบาทในปีก่อนหน้า โดยได้รับผลกระทบจากรายการปรับปรุงอื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## สรุปท้าย
NRF ในไตรมาส 2 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม OEM และ Own Brands ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการดำเนินงานหลัก อย่างไรก็ตาม การบันทึกขาดทุนจากการด้อยค่าเงินลงทุนเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันผลกำไรสุทธิในไตรมาสนี้ แม้ว่าหากตัดรายการพิเศษออก กำไรสุทธิจะยังคงเติบโตได้ การลงทุนเชิงกลยุทธ์ใน Kairous Asia Ltd. และ Galalane Ltd. รวมถึงการขยายธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและโรงงานใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงด้านต้นทุนวัตถุดิบ การแข่งขัน และความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NRF ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
846.63
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
168.07
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.85
%
กำไรสุทธิ
-278.81
ล้านบาท
↑ 517.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-32.93
%
D/E Ratio
3.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
847
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
168
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-279
↑ + 517.6%
YoY
D/E Ratio
3.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NRF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.82
ROE (%)
-55.13
ROA (%)
-10.40
Book Value/หุ้น
0.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NRF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NRF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
36.04
-119.56%
|
-184.30
+163.70%
|
-69.89
-57.05%
|
-162.72
-9.13%
|
-179.06
-251.04%
|
118.55
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.55
-234.89%
|
-18.20
-88.53%
|
-158.67
-144.99%
|
352.68
-51.87%
|
732.80
-256.31%
|
-468.81
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
114.68
-399.35%
|
-38.31
-91.01%
|
-426.08
-279.49%
|
237.38
-130.97%
|
-766.44
-277.27%
|
432.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
264.59
-177.69%
|
-340.59
-514.90%
|
82.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|
142.27
+212.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.07
-56.00%
|
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|