บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.23
+0.02 (+9.52%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการรับรู้รายได้ทางการเงินและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565
โดยรายได้อื่นมีจํานวน 59.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1,441.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสูตรผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและให้บริการค่าที่ปรึกษา
ในส่วนของกําไรขั้นต้น 174.3 ล้านบาท ลดลง 98.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และ มีอัตรากําไรขั้นต้น ลดลงจากร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นร้อยละ 34.3 ในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก Business mix ได้แก่ สินค้าในกลุ่มธุรกิจ E-commerce ซึ่งมีอัตรากําไรขั้นสูง มียอดขายที่ลดลง รวมถึงราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=20786 out_tok=3429 at=2026-07-25T21:56:40 -->
# NRF Q3/2566 รายได้พุ่ง 35% รับธุรกิจเอเชียในอังกฤษโต-สัตว์เลี้ยงขยายตัว
## รายได้โตแรงจากธุรกิจใหม่ในอังกฤษและอาหารสัตว์เลี้ยง ขณะที่กำไรสุทธิฟื้นตัวจากฐานต่ำปีก่อน
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) (NRF) รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 782.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 35.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของธุรกิจอาหารชาติพันธุ์ (Ethnic food) และอาหารสัตว์เลี้ยง รวมถึงการรวมงบการเงินของธุรกิจร้านค้าปลีกและค้าส่งอาหารเอเชียในสหราชอาณาจักร อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 30.4 ล้านบาท ลดลง 82.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 แต่ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิในไตรมาสก่อนหน้า
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NRF ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขาย** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 35.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีแรงหนุนหลักจาก **การขยายตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Petcare) และการรับรู้รายได้จากธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery ในสหราชอาณาจักร** ที่เพิ่งเข้าซื้อกิจการมา อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ **กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ กลับลดลง 82.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า** ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจาก **การไม่มีรายการกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน** ที่เคยเกิดขึ้นในไตรมาส 3 ปี 2565
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**การเติบโตของรายได้** มาจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (Botany Petcare) ที่มีการใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยสูงถึง 92% ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการก้าวสู่การทำกำไร นอกจากนี้ การเข้าซื้อกิจการร้านค้าปลีกและค้าส่งอาหารเอเชียในสหราชอาณาจักร (SeeWoo, Chunglee) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม-กันยายน 2566 ทำให้เกิดการรับรู้รายได้ใหม่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้รวมเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
ส่วน **การลดลงของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับปีก่อน** เกิดจาก **รายการพิเศษ** ในไตรมาส 3 ปี 2565 ที่มี **กำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 130.4 ล้านบาท** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ทำให้กำไรสุทธิในปีก่อนสูงผิดปกติ เมื่อหักรายการนี้ออกไป แม้ว่ากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้น 1.8% YoY จากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรของอาหารกลุ่มชาติพันธุ์และอาหารสัตว์เลี้ยงที่ดีขึ้น แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมปรับลดลง** จาก 46.7% ใน Q3/65 เป็น 35.2% ใน Q3/66 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** และ **อัตรากำไรที่ลดลงในธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery** ประกอบกับ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น** 26.5% YoY โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาทางกฎหมายสำหรับการลงทุนในธุรกิจใหม่ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลง 17.0% YoY และส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**การเติบโตของรายได้มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะจากธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery ที่เพิ่งเริ่มรับรู้รายได้ และธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่คาดว่าจะมีการเพิ่มกำลังการผลิตในไตรมาส 1 ปี 2567 อย่างไรก็ตาม **การเปรียบเทียบกำไรสุทธิกับปีก่อนหน้าอาจยังคงเห็นผลกระทบจากการไม่มีรายการกำไรพิเศษ** ในลักษณะเดียวกับ Q3/65 ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาดูการบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจใหม่ๆ เป็นสำคัญ โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามีการบริหารจัดการเพื่อเพิ่มอัตรากำไรเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้าท่ามกลางสภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่การลดลงของ GPM ในธุรกิจใหม่ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q3/2566 เติบโตโดดเด่น 35.1% YoY** แตะ 782.9 ล้านบาท จากการขยายตัวของธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและรายได้ใหม่จากธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery ในสหราชอาณาจักร
* **กำไรสุทธิกลุ่มบริษัทฯ ฟื้นตัวจากขาดทุนในไตรมาสก่อน เป็นกำไร 30.4 ล้านบาท** แต่ลดลง 82.4% YoY เนื่องจากปีก่อนมีกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลง** จาก 46.7% ใน Q3/65 เป็น 35.2% ใน Q3/66 จากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นและ GPM ที่ลดลงในธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) เพิ่มขึ้น 26.5% YoY** จากการขยายบุคลากรและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนในธุรกิจใหม่
* **ธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery ในสหราชอาณาจักรเริ่มรับรู้รายได้** โดยมีสัดส่วน 17% ของรายได้รวมในไตรมาสนี้
* **Botany Petcare ใช้กำลังการผลิตเฉลี่ยสูงถึง 92%** ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการก้าวสู่การทำกำไร
* **บริษัทฯ เตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาด NASDAQ** ผ่านการรวมธุรกิจกับ KACL คาดว่าจะเกิดขึ้นในปี 2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 NRF รายงานรายได้จากการขาย 782.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.1% YoY และ 30.3% QoQ โดยมีแรงหนุนหลักจากธุรกิจอาหารไทยและอาหารท้องถิ่น (+26.7% YoY), ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง (+322.9% YoY), ธุรกิจ E-commerce (+6.2% YoY) และการรับรู้รายได้ใหม่จากธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery (132.4 ล้านบาท) อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่า (64.4% YoY) ส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นเพียง 1.8% YoY เป็น 275.6 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 46.7% เป็น 35.2%
EBITDA อยู่ที่ 126.0 ล้านบาท ลดลง 50.9% YoY เนื่องจากปีก่อนมีกำไรจากการขายเงินลงทุน 130.4 ล้านบาท แต่เพิ่มขึ้น 107.2% QoQ จากการดำเนินงานที่ดีขึ้นและรายการพิเศษในไตรมาสก่อนหน้า
กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ อยู่ที่ 30.4 ล้านบาท ลดลง 82.4% YoY แต่ฟื้นตัวจากขาดทุนสุทธิ 33.4 ล้านบาทในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยการลดลง YoY เป็นผลจากการไม่มีกำไรจากการขายเงินลงทุนในปีนี้ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น 26.5% YoY
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 1,891.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.4% YoY แต่กำไรขั้นต้นลดลง 14.2% YoY และกำไรสุทธิลดลง 89.4% YoY เป็น 25.0 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery ในสหราชอาณาจักร:** การเข้าซื้อกิจการใหม่นี้จะช่วยเพิ่มฐานรายได้และขยายการเข้าถึงตลาดในยุโรป
* **การขยายกำลังการผลิตของ Botany Petcare:** การเพิ่มสายการผลิตที่ 2 ในไตรมาส 1 ปี 2567 จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการรองรับคำสั่งซื้อและสร้างรายได้ที่มากขึ้น
* **การก่อสร้างโรงงาน Plant-based เสร็จสิ้น:** โรงงานแห่งนี้คาดว่าจะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 1 ปี 2567 ซึ่งจะเปิดโอกาสในการขยายสู่ตลาดผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชที่กำลังเติบโต
* **การเตรียมเข้าจดทะเบียนใน NASDAQ:** การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์สหรัฐฯ จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและเปิดโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่กว้างขึ้น
* **การบริหารจัดการด้านความยั่งยืน:** การได้รับรองความเป็นกลางทางคาร์บอนต่อเนื่องและการได้รับคะแนน CG ระดับดีเลิศ สะท้อนถึงการดำเนินงานที่มีธรรมาภิบาลและใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อภาพลักษณ์องค์กร
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบที่ผันผวน:** สภาวะเงินเฟ้อทั่วโลกและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนวัตถุดิบและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery:** ธุรกิจใหม่นี้อาจเผชิญกับการแข่งขันสูงในตลาดสหราชอาณาจักร ซึ่งอาจส่งผลต่ออัตรากำไร
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การแข็งค่าของเงินบาทอาจส่งผลกระทบต่อกำไรจากการดำเนินงาน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีการบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การพึ่งพิงรายการพิเศษ:** การที่กำไรสุทธิปีนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อนที่บันทึกกำไรจากการขายเงินลงทุน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรายการพิเศษต่อผลกำไรในอดีต
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจใหม่และการลงทุนอาจกดดันอัตรากำไรในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** โดยเฉพาะในธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery และการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ
* **การรับรู้รายได้และอัตรากำไรของธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery:** หลังจากเริ่มดำเนินการเต็มรูปแบบ
* **ความคืบหน้าการเข้าจดทะเบียนใน NASDAQ:** และผลกระทบต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและภาพลักษณ์องค์กร
* **การเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโรงงาน Plant-based:** และศักยภาพในการสร้างรายได้
* **การใช้กำลังการผลิตและการทำกำไรของ Botany Petcare:** หลังจากการเพิ่มสายการผลิต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**รายได้จากการขาย:** เติบโต 35.1% YoY เป็น 782.9 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจาก
* **ผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่น:** เพิ่มขึ้น 26.7% YoY จากยอดขายในสหรัฐอเมริกาและเอเชีย รวมถึงผลิตภัณฑ์ Ready-to-eat
* **ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง:** เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด 322.9% YoY จากการผลิตเองในปี 2566
* **ธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery:** เป็นธุรกิจใหม่ที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2566 คิดเป็น 17% ของรายได้รวมในไตรมาสนี้
* **ธุรกิจ E-commerce:** เพิ่มขึ้น 6.2% YoY จากการเติบโตของบริษัท Boosted NRF Corp.
**กำไรขั้นต้น:** เพิ่มขึ้น 1.8% YoY เป็น 275.6 ล้านบาท แต่ **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 46.7% เป็น 35.2% YoY สาเหตุหลักมาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น** และ **อัตรากำไรที่ลดลงในธุรกิจ Omni-channel Asian Grocery**
**ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** เพิ่มขึ้น 26.5% YoY เป็น 166.3 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 34.8% YoY จากค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายบุคลากร และค่าใช้จ่ายที่ปรึกษาทางกฎหมายสำหรับการลงทุนในธุรกิจใหม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 6,765.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.4% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 15.9% จากเงินสดที่ลดลง แต่สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 117.5% ส่วนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 29.4% จากการซื้อธุรกิจใหม่ (Omni channel Asian Grocery) และการก่อสร้างโรงงาน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 3,715.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.2% จากสิ้นปี 2565 โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้น 37.6% จากเงินเบิกเกินบัญชีและเงินกู้ยืมระยะสั้นจากสถาบันการเงินที่เพิ่มขึ้น และเจ้าหนี้การค้าที่สูงขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,000.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.2% จากสิ้นปี 2565
**อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio)** อยู่ที่ 1.2 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.9 เท่า ณ สิ้นปี 2565
**กระแสเงินสด:** สำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 เงินสดจากกิจกรรมการดำเนินงานอยู่ที่ 169.3 ล้านบาท ลดลง 30.2% YoY เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนอยู่ที่ 221.9 ล้านบาท ลดลง 72.0% YoY และเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 27.7 ล้านบาท ลดลง 95.4% YoY ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 195.2 ล้านบาท
## สรุปท้าย
NRF ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของรายได้ที่แข็งแกร่งจากการขยายธุรกิจใหม่ในสหราชอาณาจักรและธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีต่อการเติบโตในอนาคต อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจใหม่ รวมถึงการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร จะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันกำไรสุทธิให้ฟื้นตัวอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับฐานกำไรที่สูงในปีก่อนซึ่งมีรายการพิเศษเข้ามาสนับสนุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NRF ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
846.63
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
168.07
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.85
%
กำไรสุทธิ
-278.81
ล้านบาท
↑ 517.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-32.93
%
D/E Ratio
3.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
847
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
168
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-279
↑ + 517.6%
YoY
D/E Ratio
3.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NRF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.82
ROE (%)
-55.13
ROA (%)
-10.40
Book Value/หุ้น
0.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NRF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NRF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
36.04
-119.56%
|
-184.30
+163.70%
|
-69.89
-57.05%
|
-162.72
-9.13%
|
-179.06
-251.04%
|
118.55
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.55
-234.89%
|
-18.20
-88.53%
|
-158.67
-144.99%
|
352.68
-51.87%
|
732.80
-256.31%
|
-468.81
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
114.68
-399.35%
|
-38.31
-91.01%
|
-426.08
-279.49%
|
237.38
-130.97%
|
-766.44
-277.27%
|
432.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
264.59
-177.69%
|
-340.59
-514.90%
|
82.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|
142.27
+212.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.07
-56.00%
|
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|