บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน)
SET · อาหารและเครื่องดื่ม
0.23
+0.02 (+9.52%)
สรุปสั้น
กำไรที่เพิ่มขึ้นเนื่องจากการรับรู้รายได้ทางการเงินและรายได้อื่นเพิ่มขึ้น และมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 2565
โดยรายได้อื่นมีจํานวน 59.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 1,441.0 เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2565 สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสูตรผลิตภัณฑ์อาหารจากพืชและให้บริการค่าที่ปรึกษา
ในส่วนของกําไรขั้นต้น 174.3 ล้านบาท ลดลง 98.6 ล้านบาท หรือร้อยละ 36.1 โดยมีสาเหตุหลักมาจาก ปริมาณการขายที่ลดลงในทุกกลุ่มธุรกิจ ยกเว้นกลุ่มธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และ มีอัตรากําไรขั้นต้น ลดลงจากร้อยละ 45.2 ในไตรมาส 1 ปี 2565 เป็นร้อยละ 34.3 ในไตรมาส 1 ปี 2566 โดยส่วนใหญ่เป็นผลมาจาก Business mix ได้แก่ สินค้าในกลุ่มธุรกิจ E-commerce ซึ่งมีอัตรากําไรขั้นสูง มียอดขายที่ลดลง รวมถึงราคาวัตถุดิบ บรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=17982 out_tok=2931 at=2026-07-25T23:30:33 -->
# NRF Q3/64 กำไรสุทธิโต 35% รับธุรกิจ E-commerce หนุน-บาทอ่อนค่า
## รายได้รวมพุ่ง 45.6% แตะ 561 ล้านบาท ขณะที่ GPM ขยายตัวโดดเด่นจากปัจจัยบวกหลายด้าน
บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทในกลุ่ม E-commerce และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต 35.2% มาอยู่ที่ 65 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NRF ในไตรมาส 3 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจ E-commerce และการแข็งค่าของเงินบาท** ซึ่งส่งผลให้รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 45.6% YoY และอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 33.2% ใน Q3/63 เป็น 41.1% ใน Q3/64 แม้ว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ (Normalized Net Profit) จะเติบโตเพียง 7.9% YoY เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจและการรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วม แต่การเติบโตของ GPM ถือเป็นปัจจัยบวกที่สำคัญ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การเติบโตของธุรกิจ E-commerce:** การเข้าซื้อกิจการและผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ WellPath รวมถึงการเข้าซื้อบริษัท Indeem Group จำกัด ทำให้ NRF สามารถรับรู้รายได้จากธุรกิจ E-commerce ได้เต็มที่ โดยเฉพาะจากแบรนด์ Prime Labs, SOL Trading และ WellPath ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าธุรกิจดั้งเดิม นอกจากนี้ การรับรู้รายได้จาก Indeem Group ยังช่วยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายแบบ Omni Channel
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงประมาณ 4.7% เมื่อเทียบกับ Q3/63 ช่วยเพิ่มมูลค่ารายได้จากการส่งออก และส่งผลดีต่ออัตรากำไรขั้นต้นโดยรวม
* **การรับรู้รายได้จาก City Food:** การรับรู้รายได้จากบริษัท City Food ที่เพิ่มขึ้นก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนการเติบโตของรายได้รวม
* **แรงกดดันจากส่วนแบ่งผลขาดทุน:** อย่างไรก็ตาม ส่วนแบ่งผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท Plant And Bean Ltd. และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้นจากการขยายธุรกิจ E-commerce รวมถึงต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการออกหุ้นกู้ เป็นปัจจัยที่กดดันการเติบโตของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจ E-commerce ที่ NRF มีแผนขยายกิจการผ่านการซื้อกิจการอื่นๆ เพิ่มเติม และการลงทุนในบริษัท Indeem Group จำกัด คาดว่าจะสร้างยอดขายได้ต่อเนื่อง นอกจากนี้ การที่โรงงานใหม่ของ Plant and Bean Ltd. ได้รับใบอนุญาตจาก BRC แล้ว จะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตและยอดขายในอนาคต อย่างไรก็ตาม ปัญหาด้านการขนส่งโลจิสติกส์ทั่วโลกที่ฝ่ายจัดการคาดว่าจะคลี่คลายภายใน 6 เดือน และผลกระทบจากโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าที่เริ่มคลี่คลายลงเนื่องจากพนักงานส่วนใหญ่ได้รับวัคซีนแล้ว จะเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 45.6% YoY:** แตะ 561 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ธุรกิจ E-commerce และ City Food ที่เพิ่มขึ้น
* **กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 35.2% YoY:** อยู่ที่ 65 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) พุ่งสูง:** ปรับขึ้นจาก 33.2% เป็น 41.1% YoY จากธุรกิจ E-commerce ที่มี GPM สูง และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ธุรกิจ E-commerce ขยายตัวต่อเนื่อง:** รับรู้รายได้เต็มไตรมาสจาก Prime Labs, SOL Trading และ WellPath พร้อมการเข้าซื้อ Indeem Group
* **ปัญหาโลจิสติกส์กระทบรายได้อาหารโปรตีนจากพืช:** ยอดสั่งซื้อลดลงจากการขาดแคลนตู้ขนส่งและเรือบรรทุกสินค้า
* **ต้นทุนการขายและบริหารเพิ่มขึ้น:** จากการขยายธุรกิจ E-commerce และ City Food รวมถึงค่าใช้จ่ายเงินเดือนที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 NRF มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 561 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 45.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาหารไทยและอาหารท้องถิ่น รวมถึงการรับรู้รายได้จากบริษัท City Food และธุรกิจ E-commerce ที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากบริษัท BOOSTED NRF Corp. (Prime Labs, SOL Trading, WellPath) และบริษัท Indeem Group จำกัด อย่างไรก็ตาม รายได้จากผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืชลดลงอย่างมากถึง 79.1% YoY เนื่องจากคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายใหญ่ลดลงจากปัญหาการขนส่งโลจิสติกส์ทั่วโลก
อัตรากำไรขั้นต้นรวมปรับตัวดีขึ้นอย่างโดดเด่นมาอยู่ที่ 41.1% จาก 33.2% YoY ซึ่งเป็นผลมาจากสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ E-commerce ที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น และค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลง
ในส่วนของกำไรสุทธิ อยู่ที่ 65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35.2% YoY แม้ว่ากำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติจะเพิ่มขึ้นเพียง 7.9% YoY เป็น 80 ล้านบาท เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายธุรกิจ E-commerce และ City Food รวมถึงการรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนที่เพิ่มขึ้นจากบริษัท Plant And Bean Ltd. และต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้นจากการออกหุ้นกู้
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,513 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 53.1% YoY และมีกำไรสุทธิ 99 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% YoY โดยกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 178 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.4% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจ E-commerce:** NRF มีแผนขยายธุรกิจผ่านการซื้อกิจการเพิ่มเติม เพื่อเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่ายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลก
* **การขยายธุรกิจ Plant-based:** การจัดตั้งบริษัทย่อยในสหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ และฮ่องกง รวมถึงการร่วมทุนกับ PTT จัดตั้งบริษัท Nutra Regenerative Protein จำกัด (NRPT) เพื่อสร้างโรงงาน Plant-based รองรับการเติบโตของตลาด
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยง Plant-based:** การร่วมลงทุนใน Botany Petcare จำกัด เพื่อเปลี่ยนโรงงานผลิตน้ำเต้าหู้เดิมเป็นโรงงานผลิตอาหารทานเล่นสัตว์เลี้ยง
* **ธุรกิจกัญชง:** การร่วมมือกับมหาวิทยาลัยขอนแก่นพัฒนาการปลูกและสกัดน้ำมันกัญชง (CBD) และแผนเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ Hemp House
* **การคลี่คลายของปัญหาโลจิสติกส์:** คาดว่าปัญหาการขนส่งจะดีขึ้นภายใน 6 เดือน ซึ่งจะช่วยหนุนการรับรู้รายได้ในกลุ่มอาหารโปรตีนจากพืช
## ความเสี่ยง
* **ปัญหาการขนส่งโลจิสติกส์ทั่วโลก:** แม้คาดว่าจะคลี่คลาย แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อการรับรู้รายได้ในระยะสั้น
* **การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตในระยะสั้น โดยเฉพาะในประเทศไทยและอังกฤษ
* **การแข่งขันในตลาด Plant-based:** ตลาดมีการแข่งขันสูง และต้องอาศัยการลงทุนอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้ค่าเงินบาทอ่อนค่าเป็นผลดี แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการได้
* **การรับรู้ส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วม:** การขาดทุนจาก Plant And Bean Ltd. ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การรับรู้รายได้จาก WellPath:** จะเริ่มเต็มไตรมาสใน Q4/64 ซึ่งจะส่งผลต่อการเติบโตของธุรกิจ E-commerce
* **ความคืบหน้าของโรงงาน Plant-based:** การก่อสร้างโรงงาน NRPT และการขยายกำลังการผลิตของ Plant and Bean Ltd.
* **การแก้ไขปัญหาโลจิสติกส์:** การคลี่คลายของสถานการณ์การขนส่งทั่วโลก
* **ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19:** การบริหารจัดการสถานการณ์การผลิตในประเทศไทยและอังกฤษ
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** ความคืบหน้าของการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมตามแผน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดราคาวัตถุดิบหลัก แต่ GPM ที่เพิ่มขึ้นบ่งชี้ถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น หรือการปรับราคาขายที่เหมาะสม
* **Volume:** ปริมาณการขายในกลุ่มอาหารไทยและอาหารท้องถิ่นเพิ่มขึ้น แต่กลุ่มอาหารโปรตีนจากพืชลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 41.1% ใน Q3/64 เทียบกับ 33.2% ใน Q3/63 โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจ E-commerce และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ช่องทางขาย:** การขยายตัวของธุรกิจ E-commerce ผ่านการเข้าซื้อกิจการ และการเพิ่มช่องทาง Omni Channel เป็นกลยุทธ์สำคัญ
* **สต็อก:** ระยะเวลาการขายสินค้าเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 51 วัน เป็น 60 วัน ซึ่งยังอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** ค่าเงินบาทอ่อนค่าลง 4.7% YoY เป็นปัจจัยบวกต่อรายได้และ GPM จากการส่งออก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุถึงปัจจัยฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 NRF มีสินทรัพย์รวม 4,613 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37.4% จากสิ้นปี 2563 โดยมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนและค่าความนิยมเพิ่มขึ้น 507 ล้านบาท จากการซื้อสินทรัพย์ของ BOOSTED NRF Corp. และมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 129.5% เป็น 514 ล้านบาท
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,842 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 134.9% จากสิ้นปี 2563 โดยมีเงินกู้ยืมระยะยาวเพิ่มขึ้น 880 ล้านบาท จากการลงทุนและการออกหุ้นกู้ 700 ล้านบาท ทำให้ D/E Ratio เพิ่มขึ้นจาก 0.54 เป็น 0.66
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 207 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 133.9% YoY จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น อย่างไรก็ตาม เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมการลงทุนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็น 736 ล้านบาท จากการลงทุนในธุรกิจต่างๆ
## สรุปท้าย
NRF ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่งของรายได้จากการดำเนินงาน โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การขยายตัวของธุรกิจ E-commerce และผลบวกจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นให้ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่ากำไรสุทธิจะยังถูกกดดันจากค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุนและการขยายธุรกิจ รวมถึงส่วนแบ่งผลขาดทุนจากบริษัทร่วม แต่แนวโน้มการเติบโตของธุรกิจ E-commerce และการเดินหน้าในธุรกิจ Plant-based และธุรกิจใหม่ๆ ชี้ให้เห็นถึงโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากปัญหาโลจิสติกส์และการแพร่ระบาดของโควิด-19 รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NRF ไตรมาส 1/2023
รายได้รวม
846.63
ล้านบาท
↓ 16.6% YoY
กำไรขั้นต้น
168.07
ล้านบาท
↓ 7.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.85
%
กำไรสุทธิ
-278.81
ล้านบาท
↑ 517.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-32.93
%
D/E Ratio
3.82
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
847
↓ -16.6%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
168
↓ -7.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-279
↑ + 517.6%
YoY
D/E Ratio
3.82
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NRF
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
3.82
ROE (%)
-55.13
ROA (%)
-10.40
Book Value/หุ้น
0.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NRF
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+36
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+25
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NRF
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
36.04
-119.56%
|
-184.30
+163.70%
|
-69.89
-57.05%
|
-162.72
-9.13%
|
-179.06
-251.04%
|
118.55
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
24.55
-234.89%
|
-18.20
-88.53%
|
-158.67
-144.99%
|
352.68
-51.87%
|
732.80
-256.31%
|
-468.81
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
114.68
-399.35%
|
-38.31
-91.01%
|
-426.08
-279.49%
|
237.38
-130.97%
|
-766.44
-277.27%
|
432.35
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.00
|
0.00
|
0.00
-100.00%
|
264.59
-177.69%
|
-340.59
-514.90%
|
82.09
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|
142.27
+212.32%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
28.07
-56.00%
|
63.79
-18.44%
|
78.21
-82.13%
|
437.69
+41.43%
|
309.47
+37.93%
|
224.36
+57.70%
|