บริษัท เอ็น. ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.43
+0.01 (+2.38%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=10766 out_tok=2406 at=2026-07-25T21:12:37 -->
# NCH Q4/2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 2.3 พันล้านบาท รับผลกระทบราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม
## ฝ่ายจัดการชี้แจงผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 1,563 ล้านบาท จากปัจจัยราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันดิบและน้ำมันสำเร็จรูปที่ลดลง
บริษัท เอ็น. ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 1,563 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 750 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบเชิงลบจากราคาสินค้าคงคลัง ประกอบกับค่าการกลั่นที่ติดลบ อย่างไรก็ตาม รายได้รวมยังคงเติบโตได้ดีจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายและปริมาณยอดขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NCH ในไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน คือ **ผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงเหลือ (Inventory Impact) และค่าการกลั่นที่ติดลบ** โดยบริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการขาย 1,899 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำกำไรจากการขายได้ 941 ล้านบาท
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดผลขาดทุนจากการขายและค่าการกลั่นติดลบ มาจาก **การลดลงของราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูป** ในไตรมาส 4 ปี 2565 เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าและช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด และน้ำมันดีเซล ซึ่งสอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ปรับตัวลดลงจากความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลก แม้ว่าปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นจะเพิ่มขึ้น 6 พันบาร์เรลต่อวัน และปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 1,184 พันบาร์เรล เพื่อตอบสนองต่อการฟื้นตัวของอุปสงค์ แต่การลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ส่งผลให้เกิดผลกระทบเชิงลบต่อมูลค่าสินค้าคงเหลือ และกดดันค่าการกลั่นให้ติดลบที่ (1.5) ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร ระบุว่าผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงเหลือเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ผลประกอบการในไตรมาส 4 ปี 2565 ปรับตัวลดลง ซึ่งมักเป็นปัจจัยที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราวตามความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก อย่างไรก็ตาม ค่าการกลั่นพื้นฐาน (Clean Margin) ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการทำกำไรจากการดำเนินงานปกติที่ยังคงมีอยู่
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ:** NCH รายงานผลขาดทุนสุทธิ 1,563 ล้านบาทในไตรมาส 4 ปี 2565 เทียบกับกำไร 750 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต:** รายได้รวมเพิ่มขึ้น 11,326 ล้านบาท หรือ 22% เป็น 63,637 ล้านบาท จากราคาขายและปริมาณขายที่สูงขึ้น
* **ผลขาดทุนจากการขาย:** เกิดผลขาดทุนจากการขาย 1,899 ล้านบาท ลดลง 2,840 ล้านบาทจากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงเหลือ
* **ค่าการกลั่นติดลบ:** ค่าการกลั่นโดยรวมติดลบที่ (1.5) ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ลดลง 8.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลจากปีก่อน
* **ปริมาณการกลั่นและขายเพิ่ม:** ปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นเพิ่มขึ้น 6 พันบาร์เรลต่อวัน และปริมาณการขายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น 9%
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2565 NCH มีรายได้รวม 63,637 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายและปริมาณยอดขายของผลิตภัณฑ์ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการขาย 1,899 ล้านบาท ซึ่งลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่มีกำไรจากการขาย 941 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงเหลือ เมื่อหักค่าใช้จ่ายต่างๆ แล้ว บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิสำหรับงวด 1,563 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 750 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 NCH มีรายได้รวม 263,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาขายและปริมาณยอดขายของผลิตภัณฑ์ ในปี 2565 บริษัทฯ มีผลกำไรจากการขาย 11,853 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,303 ล้านบาทจากปีก่อนหน้า เป็นผลมาจากความพยายามในการเพิ่มยอดขายและค่าการกลั่นอุตสาหกรรมที่สูงขึ้น ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับปี 9,509 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,065 ล้านบาทจากปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** การฟื้นตัวของภาคขนส่งและการเปิดประเทศเต็มรูปแบบส่งผลให้อุปสงค์ผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น
* **การเพิ่มเครือข่ายสถานีบริการ:** การขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันอย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปี 2565 มี 802 แห่ง เพิ่มขึ้น 73 แห่งจากปีก่อน
* **การปรับผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง:** ความพยายามในการปรับผลิตภัณฑ์กลุ่มพาณิชยกรรมให้มีมูลค่าสูงขึ้น และการเข้าสู่ตลาดเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวและสายการบินในประเทศ
* **การเปลี่ยนเชื้อเพลิง:** การเปลี่ยนเชื้อเพลิงจากก๊าซธรรมชาติเป็นน้ำมันในอุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้ายังคงเป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขาย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** ความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังคงกดดันราคาน้ำมันดิบให้ผันผวน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการและมูลค่าสินค้าคงเหลือ
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและยอดเงินกู้ที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินสุทธิเพิ่มขึ้น
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันยังคงมีอยู่สูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ทิศทางราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ความผันผวนของราคาจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการและมูลค่าสินค้าคงเหลือ
* **ค่าการกลั่น:** การเปลี่ยนแปลงของค่าการกลั่นอุตสาหกรรมและค่าการกลั่นพื้นฐานจะส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร
* **ปริมาณการขาย:** การเติบโตของปริมาณการขายในธุรกิจพาณิชยกรรมและค้าปลีก
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** กลยุทธ์ในการบริหารจัดการผลกระทบจากความผันผวนของราคาสินค้าคงคลัง
* **แผนการลงทุน:** การลงทุนในธุรกิจค้าปลีกและโรงกลั่น รวมถึงการรองรับมาตรฐานยูโร 5
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
*หมายเหตุ: เอกสารที่ได้รับเป็นของบริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ซึ่งอยู่ในกลุ่มธุรกิจพลังงานและปิโตรเคมี ไม่ใช่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง จึงไม่สามารถวิเคราะห์ตามจุดโฟกัส sector ที่กำหนดได้*
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 18,138 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของเงินชดเชยขอคืนจากรัฐบาลและมูลค่าสินค้าคงเหลือ ในขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 2,652 ล้านบาท ส่วนหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 7,490 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของยอดเงินกู้ยืมระยะสั้น ทำให้หนี้สินรวมอยู่ที่ 58,337 ล้านบาท
ส่วนของเจ้าของเพิ่มขึ้น 7,996 ล้านบาท เป็น 27,204 ล้านบาท สะท้อนถึงผลกำไรสำหรับปี 2565 และการรับรู้กำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนบางส่วน หักลบกับการจ่ายเงินปันผล
สำหรับกระแสเงินสด ในปี 2565 บริษัทฯ มีกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 3,858 ล้านบาท จากผลกำไรหักลบผลกระทบจากเงินทุนหมุนเวียนและการจ่ายภาษี กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,085 ล้านบาท จากการลงทุนในธุรกิจค้าปลีกและโรงกลั่น ส่วนกระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหำเงิน 4,728 ล้านบาท มาจากเงินกู้ยืมสุทธิหักลบการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
NCH ในไตรมาส 4 ปี 2565 เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิ 1,563 ล้านบาท โดยมีหัวใจสำคัญมาจากผลกระทบเชิงลบจากสินค้าคงเหลือและค่าการกลั่นที่ติดลบ แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโตได้จากการเพิ่มขึ้นของราคาขายและปริมาณขาย แต่การลดลงของราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการ อย่างไรก็ตาม โอกาสจากการฟื้นตัวของอุปสงค์และการขยายเครือข่ายสถานีบริการยังคงมีอยู่ แต่ก็ต้องจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NCH ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
277.94
ล้านบาท
↑ 8.1% YoY
กำไรขั้นต้น
55.40
ล้านบาท
↓ 18.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.93
%
กำไรสุทธิ
-52.05
ล้านบาท
↑ 114.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-18.73
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
278
↑ + 8.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
55
↓ -18.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-52
↑ + 114.5%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
-4.27
ROA (%)
-1.72
Book Value/หุ้น
2.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-251
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-251.07
+434.42%
|
-46.98
-106.56%
|
716.36
+140.15%
|
298.30
-609.13%
|
-58.59
-108.58%
|
683.20
-1,414.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.33
-83.82%
|
20.58
-63.37%
|
56.18
+14.47%
|
49.08
+252.33%
|
13.93
-125.92%
|
-53.75
+416.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
328.17
+390.39%
|
66.92
-111.30%
|
-591.98
+57.60%
|
-375.63
+929.12%
|
-36.50
-93.83%
|
-591.86
-3,419.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
80.44
+98.47%
|
40.53
-128.95%
|
-140.00
+395.75%
|
-28.24
-65.20%
|
-81.15
-315.82%
|
37.60
-1,970.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.41
+41.63%
|
86.43
-15.06%
|
101.76
+8.19%
|
94.06
+45.13%
|
64.81
+138.18%
|
27.21
-6.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.42
-67.80%
|
122.41
+41.63%
|
86.43
-15.06%
|
101.76
+8.19%
|
94.06
+45.13%
|
64.81
+138.18%
|