บริษัท เอ็น. ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.43
+0.01 (+2.38%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4908 out_tok=2677 at=2026-07-25T22:36:39 -->
# NCH Q3/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 96% รับอานิสงส์โอนกรรมสิทธิ์โครงการพุ่ง
## รายได้จากการขายและการบริการฟื้นตัว หนุนกำไรโตเด่น ขณะที่ต้นทุนบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 76.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 96.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และการบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ NCH ในไตรมาส 3 ปี 2565 ให้เติบโตถึง 96.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มาจาก **การเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับ **การเติบโตของรายได้ค่าเช่าและบริการ** ที่เพิ่มขึ้นถึง 161.30% จากธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและธุรกิจบริการ “NC REGEN” นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนขายและต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ยังเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นในหลายโครงการ เช่น โครงการฌาร์มคลาสสิค, ปาล์มพาร์ค 2, ลอฟท์พัทยา, นีโอล่า และบ้านฟ้ากรีนเนอรี่ ธีโอปิ่นเกล้า เพชรเกษม ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการซื้อและการตอบรับที่ดีต่อโครงการของบริษัทฯ ในช่วงเวลาดังกล่าว
**รายได้ค่าเช่าและบริการที่เติบโตโดดเด่น** มาจากการขยายตัวของธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพดูแลผู้สูงอายุ และธุรกิจบริการ “NC REGEN” ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำ (Recurring Income) และมีอัตราการเติบโตสูง
**การบริหารจัดการต้นทุนขาย** ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ต้นทุนขายลดลงจาก 66.19% ในปีก่อน เหลือ 63.45% ของรายได้จากการขาย ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ในขณะที่ **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย** ก็ลดลงจาก 9.91% เหลือ 8.62% ของรายได้จากการขาย เนื่องจากการลดลงของค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและค่าสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของรายได้ค่าเช่าและบริการที่มาจากธุรกิจ “NC REGEN” ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์จะขึ้นอยู่กับความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัย ซึ่งฝ่ายจัดการได้ระบุถึงความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์ที่เพิ่มขึ้นในหลายโครงการ ซึ่งหากบริษัทฯ สามารถบริหารจัดการโครงการและยอดขายได้อย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะรักษาการเติบโตของรายได้จากการขายไว้ได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2565 เติบโต 96.22% YoY** แตะระดับ 76.97 ล้านบาท จาก 39.23 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 26.72% YoY** อยู่ที่ 623.74 ล้านบาท จาก 492.22 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 25.69% YoY** เป็น 609.41 ล้านบาท จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้ค่าเช่าและบริการพุ่ง 161.30% YoY** จากการเติบโตของธุรกิจบริการสุขภาพผู้สูงอายุและ NC REGEN
* **อัตราต้นทุนขายลดลง** จาก 66.19% เป็น 63.45% ของรายได้จากการขาย สะท้อนการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
* **อัตราต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง** จาก 9.91% เป็น 8.62% ของรายได้จากการขาย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้รวม 623.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.72% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 ที่มีรายได้รวม 492.22 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 25.69% เป็น 609.41 ล้านบาท จากความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับรายได้ค่าเช่าและบริการที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 161.30% เป็น 7.37 ล้านบาท จากการขยายตัวของธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพดูแลผู้สูงอายุและธุรกิจบริการ “NC REGEN”
ในด้านค่าใช้จ่าย ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 65.76 ล้านบาท แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว อัตราต้นทุนขายลดลงจาก 66.19% เป็น 63.45% ซึ่งแสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนขายที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว อัตราต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลงจาก 9.91% เป็น 8.62% เนื่องจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 76.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,941.67 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.56% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 1,901.12 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 0.77% และรายได้ค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 69.74% เป็น 13.43 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนขายลดลง 8.23% และต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 6.32% ส่งผลให้กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือน เพิ่มขึ้น 61.13% เป็น 276.53 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการสุขภาพผู้สูงอายุและ NC REGEN:** เป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ประจำและมีแนวโน้มเติบโตสูงต่อเนื่อง
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การควบคุมต้นทุนขายและต้นทุนในการจัดจำหน่ายที่ดีขึ้น ช่วยเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิ
* **ความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ:** การที่บริษัทฯ สามารถโอนกรรมสิทธิ์โครงการได้เพิ่มขึ้น สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของยอดขายและการบริหารโครงการ
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ภาวะเศรษฐกิจ อัตราดอกเบี้ย และกำลังซื้อของผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ
* **ต้นทุนการก่อสร้างที่อาจสูงขึ้น:** หากต้นทุนวัสดุและแรงงานปรับตัวสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรของโครงการ
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการสุขภาพ:** ธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุอาจมีการแข่งขันสูงขึ้นในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยในไตรมาสถัดไป
* การเติบโตและผลตอบแทนของธุรกิจบริการ “NC REGEN”
* การบริหารจัดการต้นทุนการก่อสร้างและต้นทุนทางการเงิน
* แผนการเปิดโครงการใหม่และการขยายธุรกิจในอนาคต
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer of Ownership):** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลักในไตรมาสนี้ โดยมีการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นจากโครงการฌาร์มคลาสสิค, ปาล์มพาร์ค 2, ลอฟท์พัทยา, นีโอล่า และบ้านฟ้ากรีนเนอรี่ ธีโอปิ่นเกล้า เพชรเกษม ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการส่งมอบโครงการและยอดขายที่แข็งแกร่ง
**Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Backlog โดยตรง แต่การที่ฝ่ายจัดการระบุว่า "ความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้น" บ่งชี้ว่ามี Backlog ที่พร้อมจะรับรู้รายได้ในไตรมาสนี้
**การเปิดโครงการใหม่:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการเปิดโครงการใหม่ในไตรมาสนี้
**ต้นทุนก่อสร้าง:** แม้ต้นทุนขายจะเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว อัตราต้นทุนขายลดลง แสดงถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องจับตาแนวโน้มต้นทุนวัสดุและแรงงานในอนาคต
**อัตรากำไรโครงการ (Project Margin):** แม้จะไม่มีการระบุอัตรากำไรโครงการโดยตรง แต่การที่ต้นทุนขายลดลงเมื่อเทียบกับรายได้จากการขาย สะท้อนถึงแนวโน้มอัตรากำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 4,962.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.54% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการโอนสินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น และการโอนที่ดินรอการพัฒนาไปเป็นต้นทุนการพัฒนาที่ดิน รวมถึงการซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการเพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,908.49 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31.12% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากการกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ D/E Ratio เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,067.41 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.28% จากสิ้นปี 2564 เนื่องจากบริษัทฯ มีกำไรระหว่างงวดเพิ่มขึ้น
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่การเพิ่มขึ้นของสินทรัพย์และหนี้สินบ่งชี้ถึงการลงทุนและการกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น
## สรุปท้าย
NCH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีกำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 96.22% จากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจบริการสุขภาพและ NC REGEN ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้บริษัทฯ สามารถเพิ่มอัตรากำไรได้ การเติบโตของธุรกิจบริการมีแนวโน้มต่อเนื่อง ขณะที่การเติบโตของรายได้จากการขายต้องจับตาความสามารถในการโอนกรรมสิทธิ์โครงการในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์และต้นทุนที่อาจผันผวน.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NCH ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
277.94
ล้านบาท
↑ 8.1% YoY
กำไรขั้นต้น
55.40
ล้านบาท
↓ 18.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.93
%
กำไรสุทธิ
-52.05
ล้านบาท
↑ 114.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-18.73
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
278
↑ + 8.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
55
↓ -18.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-52
↑ + 114.5%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
-4.27
ROA (%)
-1.72
Book Value/หุ้น
2.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-251
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-251.07
+434.42%
|
-46.98
-106.56%
|
716.36
+140.15%
|
298.30
-609.13%
|
-58.59
-108.58%
|
683.20
-1,414.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.33
-83.82%
|
20.58
-63.37%
|
56.18
+14.47%
|
49.08
+252.33%
|
13.93
-125.92%
|
-53.75
+416.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
328.17
+390.39%
|
66.92
-111.30%
|
-591.98
+57.60%
|
-375.63
+929.12%
|
-36.50
-93.83%
|
-591.86
-3,419.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
80.44
+98.47%
|
40.53
-128.95%
|
-140.00
+395.75%
|
-28.24
-65.20%
|
-81.15
-315.82%
|
37.60
-1,970.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.41
+41.63%
|
86.43
-15.06%
|
101.76
+8.19%
|
94.06
+45.13%
|
64.81
+138.18%
|
27.21
-6.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.42
-67.80%
|
122.41
+41.63%
|
86.43
-15.06%
|
101.76
+8.19%
|
94.06
+45.13%
|
64.81
+138.18%
|