บริษัท เอ็น. ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.43
+0.01 (+2.38%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6380 out_tok=2869 at=2026-07-25T21:53:03 -->
# NCH กำไรสุทธิ Q3/2566 ดิ่ง 87.5% รับแรงกดดันยอดโอนวูบ-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้จากการขายหดตัว 22% สวนทางต้นทุนวัสดุที่ยังสูง กดดันอัตรากำไร
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3/2566 มีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 87.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมาก ขณะที่ต้นทุนขายลดลงในสัดส่วนที่น้อยกว่า ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและต้นทุนทางการเงินที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการในไตรมาสนี้เผชิญแรงกดดัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NCH ในไตรมาส 3/2566 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์** ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพรวมกำไรสุทธิ
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายลดลง 134.45 ล้านบาท หรือ 22.06% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจและสภาพคล่องทางการเงินที่เป็นปัจจัยกดดันหลักในการตัดสินใจซื้อสินทรัพย์ หนี้ครัวเรือนไทยที่อยู่ในระดับสูงประมาณ 90% ส่งผลให้กำลังซื้อลดลง ธนาคารปล่อยสินเชื่อยากขึ้น (Reject rate เฉลี่ย 46%-50%) ประกอบกับการบังคับใช้มาตรการ LTV และการเพิ่มขึ้นของอัตราดอกเบี้ย ยิ่งทำให้ตลาดอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัวลงอย่างมาก การตัดสินใจซื้อและการทำสัญญาจึงเป็นไปได้ยากขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในไตรมาสนี้
ในขณะเดียวกัน แม้รายได้จากการขายจะลดลง แต่ต้นทุนขายกลับลดลงในสัดส่วนที่น้อยกว่า (ลดลง 20.62%) เนื่องจากราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่เพิ่มสูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันการบริหารต้นทุน ส่งผลให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 63.45% ในไตรมาส 3/2565 มาอยู่ที่ 64.62% นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินยังเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว จาก 4.58 ล้านบาท เป็น 9.22 ล้านบาท เนื่องจากการจัดหาเงินทุนผ่านการกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ปัจจัยเหล่านี้รวมกันส่งผลให้กำไรสุทธิลดลง 87.54% มาอยู่ที่ 9.27 ล้านบาท
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** มี **แนวโน้มที่จะยังคงเผชิญความท้าทายต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุว่าสภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือน อัตราดอกเบี้ย และการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด ยังคงเป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อและสภาพคล่องทางการเงินของผู้ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อและความมั่นใจในการทำสัญญา แม้ว่ารายได้จากค่าเช่าและบริการจะมีการเติบโต แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์หลักได้
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 ลดลง 87.54%** อยู่ที่ 9.27 ล้านบาท จาก 74.38 ล้านบาทในไตรมาส 3/2565
* **รายได้จากการดำเนินงานรวมลดลง 21.05%** อยู่ที่ 492.44 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลง 22.06%
* **ต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น** จาก 63.45% เป็น 64.62% เนื่องจากต้นทุนวัสดุก่อสร้างยังคงสูง
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว** จาก 4.58 ล้านบาท เป็น 9.22 ล้านบาท จากการกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น
* **รายได้จากค่าเช่าและบริการเติบโต 28.53%** จากธุรกิจ NC Regen Sport & Wellness Center และธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3/2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 492.44 ล้านบาท ลดลง 21.05% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 22.06% เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ หนี้ครัวเรือนที่สูง การปล่อยสินเชื่อที่ยากขึ้น และอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้น ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม รายได้จากค่าเช่าและบริการมีการเติบโต 28.53% จากธุรกิจ Sport & Wellness และบริการสุขภาพ
ต้นทุนขายลดลง 20.62% ตามรายได้ที่ลดลง แต่ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นทำให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 64.62% ต้นทุนให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 28.84% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงมีอัตราต้นทุนที่ค่อนข้างสูงจากการขยายธุรกิจ ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 10.54% จากการเปิดตัวโครงการใหม่และการส่งเสริมการขาย ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงเล็กน้อย 0.94%
ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็น 9.22 ล้านบาท จากการกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ ประกอบกับอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น ค่าใช้จ่ายภาษีเงินได้ลดลงตามกำไรสุทธิที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 3/2566 อยู่ที่ 9.27 ล้านบาท ลดลง 87.54%
สำหรับงวด 9 เดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 1,833.43 ล้านบาท ลดลง 5.57% โดยรายได้จากการขายลดลง 6.20% ขณะที่รายได้จากค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 30.13% ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 1.59% แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้ว อัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้เพิ่มขึ้นเป็น 65.74% ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 17.71% ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 8.97% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 9.87 ล้านบาท เป็น 27.46 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิงวด 9 เดือน ลดลงจาก 269.69 ล้านบาท เหลือ 124.09 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการสุขภาพและ Wellness:** เทรนด์ด้านการดูแลสุขภาพและสังคมผู้สูงอายุยังคงเป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของธุรกิจ NC Regen Sport & Wellness Center และธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งสอดคล้องกับแผนธุรกิจของบริษัทฯ
* **การเปิดตัวโครงการใหม่:** บริษัทฯ มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ คือ NC ทิวา ปิ่นเกล้า-สาย 5 และ บ้านฟ้าแกรนด์ทาวน์นี่ เวสต์เกต ซึ่งจะเป็นแหล่งรายได้ในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **สภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนในระดับสูง กำลังซื้อที่เปราะบาง และการเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักต่อยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์
* **อัตราดอกเบี้ยขาขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้นจากอัตราดอกเบี้ยที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลกระทบต่อภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทฯ และกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ต้นทุนวัสดุก่อสร้าง:** ราคาต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ยังคงสูงเป็นปัจจัยกดดันต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **การแข่งขันในตลาด:** การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ค่อนข้างสูง สวนทางกับกำลังซื้อที่ลดลง ทำให้ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายในการขายและโฆษณา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการปรับตัวของสภาวะเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภคในช่วงไตรมาสถัดไป
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยนโยบายและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อ
* ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนวัสดุก่อสร้างและต้นทุนขายของโครงการ
* ผลตอบรับและการรับรู้รายได้จากโครงการใหม่ที่เปิดตัว
* การเติบโตของธุรกิจบริการสุขภาพและ Wellness และศักยภาพในการชดเชยรายได้จากภาคอสังหาริมทรัพย์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ยอดโอนและ Presale:** รายได้จากการขายลดลงอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3/2566 สะท้อนถึงความท้าทายในการทำยอดโอนกรรมสิทธิ์ ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุตัวเลข Presale หรือ Backlog ที่ชัดเจนในเอกสารนี้ แต่การลดลงของรายได้จากการขายบ่งชี้ถึงแรงกดดันในส่วนนี้
**การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดตัวโครงการใหม่ 2 โครงการ ซึ่งเป็นปัจจัยบวกในระยะยาว แต่ในระยะสั้นอาจมีค่าใช้จ่ายในการส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไร โดยอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายปรับตัวสูงขึ้น
**D/E Ratio:** เอกสารไม่ได้ระบุ D/E Ratio โดยตรง แต่ระบุว่าหนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 30.89% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่เป็นหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี รวมถึงหนี้สินไม่หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากการจัดหาเงินทุนเพื่อลงทุนในโครงการใหม่และขยายธุรกิจ
**กระแสเงินสดจากโครงการ:** เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากโครงการโดยตรง แต่การลดลงของรายได้จากการขายอาจส่งผลกระทบต่อกระแสเงินสดรับจากการดำเนินงาน
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,713.01 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.82% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นส่วนของสินทรัพย์หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากลูกหนี้การค้า ต้นทุนการพัฒนาที่ดิน และที่ดินรอการพัฒนา
หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,603.08 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.89% จากสิ้นปี 2565 โดยเป็นส่วนของหนี้สินหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากเงินกู้ยืมระยะยาวและหุ้นกู้ที่ถึงกำหนดชำระภายในหนึ่งปี รวมถึงหนี้สินไม่หมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากการจัดหาเงินทุน
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 3,109.93 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 0.34%
## สรุปท้าย
ผลประกอบการไตรมาส 3/2566 ของ NCH เผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากการลดลงของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อ่อนแอ ประกอบกับต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ยังคงสูงและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น แม้ธุรกิจบริการสุขภาพและ Wellness จะเติบโตได้ดี แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากภาคอสังหาริมทรัพย์หลักได้ ความท้าทายจากสภาวะตลาดที่ยังคงอ่อนแอและอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น คาดว่าจะส่งผลต่อเนื่องต่อผลประกอบการในระยะสั้นถึงกลาง นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มกำลังซื้อ การบริหารต้นทุน และการเติบโตของธุรกิจบริการเป็นพิเศษ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NCH ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
277.94
ล้านบาท
↑ 8.1% YoY
กำไรขั้นต้น
55.40
ล้านบาท
↓ 18.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.93
%
กำไรสุทธิ
-52.05
ล้านบาท
↑ 114.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-18.73
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
278
↑ + 8.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
55
↓ -18.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-52
↑ + 114.5%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
-4.27
ROA (%)
-1.72
Book Value/หุ้น
2.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-251
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-251.07
+434.42%
|
-46.98
-106.56%
|
716.36
+140.15%
|
298.30
-609.13%
|
-58.59
-108.58%
|
683.20
-1,414.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.33
-83.82%
|
20.58
-63.37%
|
56.18
+14.47%
|
49.08
+252.33%
|
13.93
-125.92%
|
-53.75
+416.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
328.17
+390.39%
|
66.92
-111.30%
|
-591.98
+57.60%
|
-375.63
+929.12%
|
-36.50
-93.83%
|
-591.86
-3,419.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
80.44
+98.47%
|
40.53
-128.95%
|
-140.00
+395.75%
|
-28.24
-65.20%
|
-81.15
-315.82%
|
37.60
-1,970.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.41
+41.63%
|
86.43
-15.06%
|
101.76
+8.19%
|
94.06
+45.13%
|
64.81
+138.18%
|
27.21
-6.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.42
-67.80%
|
122.41
+41.63%
|
86.43
-15.06%
|
101.76
+8.19%
|
94.06
+45.13%
|
64.81
+138.18%
|