บริษัท เอ็น. ซี. เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.43
+0.01 (+2.38%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4379 out_tok=2273 at=2026-07-25T22:04:49 -->
# NCH กำไร Q1/2566 ดิ่ง 29% รับต้นทุนพุ่ง-ดอกเบี้ยจ่ายบาน
## รายได้ทรงตัวแต่ต้นทุน-ค่าใช้จ่ายพุ่ง กดดันกำไรสุทธิไตรมาสแรกวูบ ขณะธุรกิจบริการเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ NCH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 63.35 ล้านบาท ลดลง 29.07% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะทรงตัว แต่ต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงภาระดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นปัจจัยกดดันผลกำไรอย่างหนัก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจบริการด้าน Sport & Wellness และการดูแลผู้สูงอายุยังคงเติบโตได้ดี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้กำไรสุทธิของ NCH ในไตรมาส 1/2566 ลดลง 29.07% มาจาก **ต้นทุนขายที่สูงขึ้น** และ **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยเฉพาะต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงถึง 207.51% ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 13.49% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 9.54% ในไตรมาสนี้ แม้รายได้จากการขายจะลดลงเล็กน้อยเพียง 0.24% แต่การเพิ่มขึ้นของต้นทุนและค่าใช้จ่ายเหล่านี้ได้กัดกินผลกำไรไปทั้งหมด
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ต้นทุนขาย** เพิ่มขึ้น 1.96% เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น ทำให้อัตราต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 64.28% เป็น 65.69% **ต้นทุนในการจัดจำหน่าย** เพิ่มขึ้น 13.72% จากการเปิดตัวโครงการใหม่ที่ต้องมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและโฆษณาเพิ่มขึ้น ทำให้อัตราต้นทุนนี้ต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 7.93% เป็น 9.04% **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** เพิ่มขึ้น 17.46% จากการขยายทีมงานเพื่อรองรับการเติบโต รวมถึงค่าสาธารณูปโภคและค่าใช้จ่ายทั่วไปที่สูงขึ้น ทำให้อัตราค่าใช้จ่ายนี้ต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นจาก 9.25% เป็น 10.89% ที่สำคัญที่สุดคือ **ต้นทุนทางการเงิน** ที่เพิ่มขึ้นถึง 207.51% เนื่องจากการจัดหาเงินทุนผ่านการกู้ยืมสถาบันการเงินและการออกหุ้นกู้ ทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายสูงขึ้นอย่างมาก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัด ต้องติดตาม** แม้ฝ่ายจัดการจะระบุว่าต้นทุนวัสดุก่อสร้างเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นปัจจัยชั่วคราว แต่การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและบริหารที่เกี่ยวข้องกับการขยายธุรกิจและการเปิดโครงการใหม่ อาจส่งผลต่อเนื่องไปในอนาคต ส่วนต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ จะเป็นภาระต่อเนื่องไปจนกว่าจะมีการปรับโครงสร้างหนี้หรือลดภาระดอกเบี้ยลง ต้องติดตามแนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างและแผนการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัทฯ ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 29.07%** อยู่ที่ 63.35 ล้านบาท จาก 89.30 ล้านบาทใน Q1/2565
* **รายได้รวมทรงตัว** เพิ่มขึ้นเพียง 0.33% เป็น 664.21 ล้านบาท โดยรายได้จากการขายลดลงเล็กน้อย 0.24%
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.96%** จากราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานรวมเพิ่มขึ้น** ทั้งต้นทุนจัดจำหน่าย (13.72%) และค่าใช้จ่ายบริหาร (17.46%)
* **ต้นทุนทางการเงินพุ่งสูง 207.51%** จากการกู้ยืมและออกหุ้นกู้
* **รายได้ค่าเช่าและบริการเติบโต 40.85%** จากธุรกิจ Sport & Wellness และบริการดูแลผู้สูงอายุ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 บริษัท เอ็น.ซี.เฮ้าส์ซิ่ง จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 664.21 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขาย 646.63 ล้านบาท ลดลง 0.24% แต่มีรายได้ค่าเช่าและบริการเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 40.85% เป็น 4.12 ล้านบาท จากธุรกิจ Sport & Wellness และธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 1.96% จากราคาวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้น 13.72% และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น 17.46% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรจากการดำเนินงานลดลง นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นถึง 207.51% ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันให้กำไรสุทธิลดลงถึง 29.07% มาอยู่ที่ 63.35 ล้านบาท และทำให้อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 13.49% เหลือ 9.54%
## โอกาส
* **การเติบโตของธุรกิจบริการ:** รายได้จากธุรกิจ Sport & Wellness และธุรกิจบริการฟื้นฟูสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของธุรกิจกลุ่มนี้ในการสร้างรายได้และกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์หลัก
* **การเปิดโครงการใหม่:** การเปิดตัวโครงการใหม่เป็นโอกาสในการสร้างรายได้และยอดขายในอนาคต แม้ในไตรมาสนี้จะมีค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายเพิ่มขึ้น แต่ก็เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่สูงขึ้น:** เป็นปัจจัยที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์ และอาจส่งผลต่อเนื่องหากราคายังคงอยู่ในระดับสูง
* **ภาระต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของภาระดอกเบี้ยจ่ายจากการกู้ยืมและการออกหุ้นกู้ เป็นความเสี่ยงที่กดดันผลกำไรอย่างมีนัยสำคัญ และอาจส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไรในอนาคต
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** ค่าใช้จ่ายในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหารที่เพิ่มขึ้น อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือไม่สามารถผลักภาระต้นทุนไปยังราคาขายได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัสดุก่อสร้างและผลกระทบต่ออัตรากำไรโครงการ
* แผนการบริหารจัดการต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของบริษัทฯ
* ทิศทางอัตราดอกเบี้ยและผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินในอนาคต
* ความคืบหน้าและยอดขายของโครงการใหม่ที่เปิดตัว
* การเติบโตของรายได้และกำไรจากธุรกิจบริการ (Sport & Wellness, ดูแลผู้สูงอายุ)
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **รายได้จากการขาย:** ลดลงเล็กน้อย 0.24% สะท้อนถึงสภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่อาจยังมีความท้าทาย หรือการส่งมอบโครงการในช่วงไตรมาสนี้ยังไม่มากนัก
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 1.96% และอัตราต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น แสดงถึงแรงกดดันด้านต้นทุนที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การเปิดโครงการใหม่:** มีการเปิดโครงการใหม่ ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนในการจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 13.72% เป็นสัญญาณของการลงทุนเพื่อการเติบโตในอนาคต แต่ต้องจับตาว่ายอดขาย (Presale) และการโอนกรรมสิทธิ์ (Transfer) จะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2566 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 5,536.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.37% จากสิ้นปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนการพัฒนาโครงการ หนี้สินรวมอยู่ที่ 2,355.81 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.46% เนื่องจากการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินและออกหุ้นกู้ ซึ่งส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายเพิ่มขึ้นตามที่กล่าวไปข้างต้น ขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 1.94% เป็น 3,180.98 ล้านบาท
## สรุปท้าย
NCH ในไตรมาส 1/2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งต้นทุนขาย ต้นทุนการจัดจำหน่าย และค่าใช้จ่ายบริหาร ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมาก แม้รายได้รวมจะทรงตัวและธุรกิจบริการจะเติบโตได้ดี แต่ปัจจัยลบด้านต้นทุนได้บดบังผลประกอบการโดยรวม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มต้นทุนวัสดุ การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย และทิศทางอัตราดอกเบี้ย รวมถึงความสามารถในการสร้างยอดขายและโอนกรรมสิทธิ์จากโครงการใหม่ เพื่อประเมินผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NCH ไตรมาส 1/2566
รายได้รวม
277.94
ล้านบาท
↑ 8.1% YoY
กำไรขั้นต้น
55.40
ล้านบาท
↓ 18.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
19.93
%
กำไรสุทธิ
-52.05
ล้านบาท
↑ 114.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-18.73
%
D/E Ratio
0.63
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
278
↑ + 8.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
55
↓ -18.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-52
↑ + 114.5%
YoY
D/E Ratio
0.63
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NCH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.63
ROE (%)
-4.27
ROA (%)
-1.72
Book Value/หุ้น
2.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NCH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-251
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NCH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-251.07
+434.42%
|
-46.98
-106.56%
|
716.36
+140.15%
|
298.30
-609.13%
|
-58.59
-108.58%
|
683.20
-1,414.35%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3.33
-83.82%
|
20.58
-63.37%
|
56.18
+14.47%
|
49.08
+252.33%
|
13.93
-125.92%
|
-53.75
+416.83%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
328.17
+390.39%
|
66.92
-111.30%
|
-591.98
+57.60%
|
-375.63
+929.12%
|
-36.50
-93.83%
|
-591.86
-3,419.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
80.44
+98.47%
|
40.53
-128.95%
|
-140.00
+395.75%
|
-28.24
-65.20%
|
-81.15
-315.82%
|
37.60
-1,970.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
122.41
+41.63%
|
86.43
-15.06%
|
101.76
+8.19%
|
94.06
+45.13%
|
64.81
+138.18%
|
27.21
-6.88%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.42
-67.80%
|
122.41
+41.63%
|
86.43
-15.06%
|
101.76
+8.19%
|
94.06
+45.13%
|
64.81
+138.18%
|